วัน: 2 มิถุนายน 2026

ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ ทรงศักดิ์มองการเมือง

ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ ทรงศักดิ์มองการเมือง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกรณี ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง ซึ่งล่าสุดนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการมองมุมต่างทางการเมืองที่ประชาชนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

นายทรงศักดิ์ระบุว่า ในประเด็นที่ดินเขากระโดง ทุกอย่างควรเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เพราะขณะนี้ข้อพิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และประชาชนผู้ถือครองสิทธิ์ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การจะตัดสินว่าใครผิดหรือถูกจึงต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลเท่านั้น ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

เบื้องลึกการเมืองกับ ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง

สำหรับการเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่เดินทางไปถึงบ้านพักของนายเนวิน ชิดชอบ นั้น นายทรงศักดิ์มองว่าเป็นเรื่องของการแสดงจุดยืนทางการเมือง ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องแปลกในสังคมประชาธิปไตย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความชัดเจนของเอกสารสิทธิ์ โดยนายทรงศักดิ์ได้เน้นย้ำรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ที่ดินเขากระโดงมีเนื้อที่รวมกว่า 5,083 ไร่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในความครอบครองของนายเนวินเพียงคนเดียว
  • มีประชาชนและหน่วยงานราชการจำนวนมากที่มีเอกสารสิทธิ์และโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมายประกอบอยู่ด้วย
  • การเคลื่อนไหวของนักการเมืองในขณะนี้เป็นเพียงประเด็นทางสังคม แต่ในแง่ของกฎหมายต้องวัดกันที่หลักฐานการครอบครองในชั้นศาล

หลายฝ่ายอาจตั้งคำถามว่า หากการเคลื่อนไหวนี้พุ่งเป้าไปที่นายเนวิน จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวในมุมมองที่เป็นกันเองว่า ตนเองไม่ทราบรายละเอียดในจุดนั้น และขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนโดยตรง ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจจะเตรียมเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะมีนัยสำคัญอย่างไร

หากเรามองภาพรวมของ ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง จะเห็นได้ว่านี่คือตัวอย่างของการเปลี่ยนประเด็นทางกฎหมายให้กลายเป็นสนามการเมือง การใช้กระบวนการศาลเพื่อยุติข้อขัดแย้งถือเป็นวิธีที่สง่างามที่สุด เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสนไปมากกว่านี้

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าผลตัดสินของศาลจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนสำคัญในการใช้กฎหมายและสิทธิในที่ดินของประเทศไทย ซึ่งเราทุกคนควรให้เกียรติกระบวนการยุติธรรมก่อนที่จะด่วนสรุปจากกระแสดราม่า แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะได้ครอบครองที่ดินผืนนี้อย่างเต็มรูปแบบ? มาลุ้นและติดตามความคืบหน้าไปพร้อมกันครับ

ที่มา – ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง

ฟุตบอลโลก 2026: วิธีติดตามข่าวสารผ่านช่องทาง BBC

ฟุตบอลโลก 2026: วิธีติดตามข่าวสารผ่านช่องทาง BBC

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์! ฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ซึ่งความพิเศษคือเป็นปีที่มีการเพิ่มจำนวนทีมเข้าแข่งขันเป็น 48 ทีม ทำให้เราจะได้ชมเกมการแข่งขันที่ตื่นเต้นถึง 104 นัด ตลอดระยะเวลาการจัดงานในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก หากคุณเป็นคอบอลตัวจริง การรู้วิธีติดตามฟุตบอลโลก 2026: วิธีติดตามข่าวสารผ่านช่องทาง BBC จะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกช็อตสำคัญอย่างแน่นอน

ฟุตบอลโลก 2026: วิธีติดตามข่าวสารผ่านช่องทาง BBC แบบสดๆ

ทาง BBC จัดเต็มเอาใจแฟนบอลด้วยการถ่ายทอดสดกว่า 54 นัดผ่านช่อง BBC One และ Two นอกจากนี้คุณยังสามารถรับชมผ่าน BBC iPlayer ในความละเอียดสูงระดับ UHD ได้อีกด้วย สำหรับคอบอลที่ไม่อยากพลาดแม้แต่นาทีเดียว ทาง BBC Sport ทั้งบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชันได้เตรียมฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า World Cup 3D experience ไว้ให้คุณปรับมุมมองการดูได้ดั่งใจ พร้อมสถิติแบบเรียลไทม์ที่น่าสนใจมาก

ช่องทางฟังเสียงและการวิเคราะห์แบบเจาะลึก

สำหรับใครที่ชอบฟังมากกว่าดู หรือต้องเดินทางในช่วงที่มีการแข่งขัน BBC Radio 5 Live และ BBC Sounds พร้อมมอบความบันเทิงด้วยการบรรยายสดทุกคู่ และยังมีพอดแคสต์ที่น่าสนใจ เช่น Football Daily ที่จะมาอัปเดตสถานการณ์ทุกเช้า เพื่อให้คุณสามารถศึกษาฟุตบอลโลก 2026: วิธีติดตามข่าวสารผ่านช่องทาง BBC ได้ผ่านสมาร์ทสปีกเกอร์เพียงแค่สั่งงานด้วยเสียงเท่านั้น

นอกเหนือจากการถ่ายทอดสดแล้ว ทาง BBC ยังมีคอนเทนต์พิเศษบน YouTube และ TikTok ไม่ว่าจะเป็นไฮไลท์สั้นๆ วิเคราะห์แท็กติกจากตำนานนักเตะอย่าง Alan Shearer หรือแม้แต่รายการโต้ตอบกับแฟนบอลอย่าง “The Group Chat” รับรองว่าไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนทีมชาติไหน คุณจะได้รับข้อมูลที่ครอบคลุมและสนุกสนานแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักดูบอลสายวิเคราะห์หรือสายบันเทิง มหกรรมครั้งนี้สัญญาว่าจะเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่จะถูกจารึกไว้ ห้ามพลาดที่จะเกาะติดสถานการณ์และสนุกไปกับการแข่งขันที่ยาวนานตลอดหนึ่งเดือนเต็มๆ นี้ แล้วคุณล่ะ? พร้อมเชียร์ทีมโปรดของคุณแล้วหรือยัง?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คนงานเหมืองชาวคอร์นิชนำฟุตบอลมาสู่เม็กซิโกได้อย่างไร

คนงานเหมืองชาวคอร์นิชนำฟุตบอลมาสู่เม็กซิโกได้อย่างไร

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมแฟนบอลของสโมสร CF Pachuca ถึงชูธงที่มีลายกากบาทสีขาวบนพื้นดำ หรือทำไมเมนู ‘พาสตี้’ ถึงกลายเป็นอาหารยอดฮิตในเม็กซิโก? คำตอบนั้นย้อนกลับไปไกลถึงปี 1824 เมื่อคนงานเหมืองชาวคอร์นิชนำฟุตบอลมาสู่เม็กซิโก ผ่านการอพยพข้ามทวีปเพื่อมาขุดเหมืองในรัฐอิดาลโก

ประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งเมื่อคนงานเหมืองชาวคอร์นิชนำฟุตบอลมาสู่เม็กซิโก

ในช่วงศตวรรษที่ 19 หลังจากเม็กซิโกได้รับเอกราช อุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่เคยรุ่งเรืองกลับตกต่ำลง จอห์น เทย์เลอร์ วิศวกรเหมืองแร่ผู้ประสบความสำเร็จจากคอร์นวอลล์ สหราชอาณาจักร ได้มองเห็นโอกาสและส่งคนงานชาวคอร์นิชจำนวนมากเข้ามาทำงานที่นี่ พร้อมกับการนำเอาวัฒนธรรม งานอดิเรก และแน่นอนที่สุดคือ ‘กีฬาฟุตบอล’ ติดตัวมาด้วย

จุดเริ่มต้นจากคริกเก็ตสู่การตั้งสโมสร

ในยุคนั้น กีฬายอดนิยมกลุ่มแรกคือคริกเก็ต ก่อนที่เหล่าคนงานจะเริ่มรวมตัวกันเป็นทีมฟุตบอล โดยมีแฟรงค์ รูเล่ นักธุรกิจเหมืองแร่ชาวคอร์นิชเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งสโมสร Pachuca Athletic Club ขึ้นในปี 1895 สิ่งที่น่าสนใจคือผู้หญิงชาวคอร์นิชก็มีบทบาทสำคัญในการเชียร์และเตรียมเสบียงอย่างพาสตี้ไว้ให้กินระหว่างพักการแข่งขัน

แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายทศวรรษ แต่มรดกที่คนงานเหมืองชาวคอร์นิชนำฟุตบอลมาสู่เม็กซิโกยังคงฝังรากลึกอยู่ในอัตลักษณ์ของสโมสร Pachuca พวกเขาใช้ฉายาว่า ‘Los Tuzos’ หรือตัวตุ่นที่ขุดดิน ซึ่งสื่อถึงอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษนั่นเอง ไม่เพียงแค่นั้น ปัจจุบันยังมีเทศกาลพาสตี้ประจำปีในเมือง Real del Monte ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าถึงแม้ระยะทางจะห่างไกล แต่จิตวิญญาณและความรักในฟุตบอลที่ส่งต่อกันมานั้นไม่มีวันจางหายไป

ในทุกวันนี้ เม็กซิโกก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในชาติที่มีความหลงใหลในฟุตบอลมากที่สุดในโลก และการเชื่อมโยงข้ามทวีประหว่างเมืองเล็กๆ ในคอร์นวอลล์กับอิดาลโกยังคงเป็นเรื่องราวที่แฟนบอลทั่วโลกควรค่าแก่การจดจำ หากคุณมีโอกาสไปเยือนเม็กซิโก อย่าลืมลองชิม ‘พาส’ (Pastes) ที่ผสมผสานรสชาติพริกแบบเม็กซิกันลงไป นี่คือรสชาติแห่งประวัติศาสตร์ที่คุณไม่ควรพลาด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ข่าวดี กยศ. เปิดกู้ยืมให้ ปวช.-ปวส. ปีการศึกษา 2569 สนับสนุนนักศึกษาสายอาชีวะ

เชื่อว่าน้องๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการศึกษาต่อและมุ่งเน้นสายงานวิชาชีพจะต้องถูกใจข่าวนี้แน่นอนครับ เพราะกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ได้ออกมาประกาศข่าวดีอย่างเป็นทางการแล้วว่า ในปีการศึกษา 2569 ทางกองทุนพร้อมเปิดให้นักศึกษาได้ยื่นกู้ยืมเพื่อการศึกษาสำหรับระดับ ปวช. และ ปวส. โดยโครงการนี้ถือเป็น ข่าวดี กยศ. เปิดกู้ยืมให้ ปวช.-ปวส. ปีการศึกษา 2569 สนับสนุนนักศึกษาสายอาชีวะ อย่างเต็มตัว เพื่อมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีทักษะฝีมือตรงกับความต้องการของตลาดงานในปัจจุบัน

ข่าวดี กยศ. เปิดกู้ยืมให้ ปวช.-ปวส. ปีการศึกษา 2569 สนับสนุนนักศึกษาสายอาชีวะ

การสนับสนุนจาก กยศ. ในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดพียงแค่บางสาขาเท่านั้น แต่เน้นย้ำไปที่สาขาที่ประเทศชาติกำลังขาดแคลนและมีความจำเป็นสูง ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร ประมง หรือแม้กระทั่งสาขาที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าของเรา นี่คือนโยบายที่ชัดเจนว่าทางกองทุนต้องการเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและลดภาระของผู้ปกครอง

สาขาที่เปิดให้กู้ยืมและการเตรียมความพร้อม

สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากทราบว่าโครงการ ข่าวดี กยศ. เปิดกู้ยืมให้ ปวช.-ปวส. ปีการศึกษา 2569 สนับสนุนนักศึกษาสายอาชีวะ นั้นครอบคลุมสาขาใดบ้าง ข้อมูลเบื้องต้นมีดังนี้ครับ:

  • สาขาเกษตรอุตสาหกรรมและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่
  • การจัดการฟาร์มและการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยเทคโนโลยี
  • สาขาวิชาวิจิตรศิลป์และศิลปหัตถกรรมไทย
  • ช่างทองหลวง นาฏศิลป์และดนตรีไทย

นอกจากนี้ กยศ. ยังเน้นย้ำว่าผู้ที่เรียนสายช่างเทคนิคหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในปัจจุบัน มีรายได้ที่ค่อนข้างสูงและก้าวหน้าในระดับสากลได้ไม่ยาก ดังนั้น การเข้าถึงเงินกู้ยืมนี้จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้น้องๆ ได้ทุ่มเทกับการเรียนได้อย่างเต็มที่

ขั้นตอนการดำเนินการสำหรับผู้สนใจ
เริ่มแรก น้องๆ ต้องปรึกษากับทางสถานศึกษาของตนเองเพื่อตรวจสอบรายชื่อสาขา และที่สำคัญต้องอย่าลืมดำเนินการยื่นความประสงค์ผ่านระบบ Pre-Approve เพื่อคัดกรองคุณสมบัติในเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการทำสัญญาผ่านระบบดิจิทัล (DSL) ขั้นตอนเหล่านี้ทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ครับ

ในมุมมองของผม โอกาสนี้เป็นเสมือนประตูบานใหญ่ที่จะเปิดรับเยาวชนไทยเข้าสู่โลกของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การที่คุณได้รับทุนสนับสนุนจาก กยศ. ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะอาชีพ จะทำให้คุณก้าวออกจากสถานศึกษาไปเป็นบุคลากรคุณภาพพร้อมทำงานได้ทันที หากใครมีความฝันในสายอาชีวะ อย่าปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปนะครับ รีบเตรียมตัวและเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่วันนี้เลย

ที่มา – ข่าวดี กยศ. เปิดกู้ยืมให้ ปวช.-ปวส. ปีการศึกษา 2569 สนับสนุนนักศึกษาสายอาชีวะ

จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง” ซ้อมรบใกล้ฟิลิปปินส์

สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง” ซ้อมรบใกล้ฟิลิปปินส์ อย่างคึกคัก โดยกองทัพเรือจีนได้จัดกองเรือคุ้มกันเต็มอัตราศึกเข้าไปปฏิบัติภารกิจในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งสร้างความสนใจให้กับนานาประเทศรวมถึงญี่ปุ่นและไต้หวันเป็นอย่างมาก

จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง” ซ้อมรบใกล้ฟิลิปปินส์

จากการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ตรวจพบเหตุการณ์ที่ จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง” ซ้อมรบใกล้ฟิลิปปินส์ บริเวณทางตะวันออกของเกาะลูซอนในช่วงวันที่ 26-28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทะเลที่ชัดเจนผ่านการซ้อมปฏิบัติการเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ขึ้นลงจากดาดฟ้าเรือกว่า 170 ครั้ง

รายละเอียดการเคลื่อนไหวของกองเรือจีน

ข้อมูลเชิงลึกระบุว่านอกจากบริเวณฟิลิปปินส์แล้ว กองเรือดังกล่าวยังเคลื่อนที่เข้าใกล้เกาะมิยาโกจิมะ จังหวัดโอกินาวา ของญี่ปุ่นอีกด้วย สิ่งที่น่าจับตาคือกลยุทธ์การฝึกซ้อมที่เข้มข้นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการวัดเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจในพื้นที่นี้

  • กองเรือจีนปฏิบัติการในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกของฟิลิปปินส์
  • มีการใช้เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ร่วมซ้อมรบกว่า 170 เที่ยวบิน
  • ไต้หวันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหลังจากเรือเหลียวหนิงแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเมื่อเดือนเมษายน

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนต้องการยืนยันอิทธิพลเหนือพื้นที่ทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณทะเลจีนใต้หรือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก การเผชิญหน้าในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความเข้มข้นของการซ้อมรบในปัจจุบันถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญสำหรับทุกฝ่ายในภูมิภาค

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าก้าวต่อไปของมหาอำนาจแต่ละฝั่งจะเป็นอย่างไร เพราะความมั่นคงในทะเลเป็นสมการที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยตรง ทุกคนคิดเห็นอย่างไรกับท่าทีของจีนในครั้งนี้ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเราได้เลยครับ

ที่มา – จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “เหลียวหนิง” ซ้อมรบใกล้ฟิลิปปินส์

“นภินทร” เผยปมคุย “อนุทิน” 3 ชั่วโมง แค่เรื่องงานพัฒนา SME ไม่มีอะไรพิเศษ

“นภินทร” เผยปมคุย “อนุทิน” 3 ชั่วโมง แค่เรื่องงานพัฒนา SME ไม่มีอะไรพิเศษ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจกันไม่น้อยเลยทีเดียวครับ เมื่อนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพคู่กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความระบุว่าได้ใช้เวลาวันหยุดมานั่งคุยงานกันยาวนานถึง 3 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับคนทั่วไปว่ามีการดีลลับหรือวาระพิเศษอะไรหรือไม่

เบื้องหลังการพูดคุยปม “นภินทร” เผยปมคุย “อนุทิน” 3 ชั่วโมง แค่เรื่องงานพัฒนา SME ไม่มีอะไรพิเศษ

นายนภินทรได้ออกมาไขข้อข้องใจกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างชัดเจนครับว่า “นภินทร” เผยปมคุย “อนุทิน” 3 ชั่วโมง แค่เรื่องงานพัฒนา SME ไม่มีอะไรพิเศษ เป็นเพียงการประชุมหารือเรื่องงานในราชการและงานด้านการเมืองปกติเท่านั้น โดยประเด็นหลักที่คุยกันเป็นการลงลึกถึงการแก้ปัญหาธุรกิจ SME เพราะเมื่อตรวจสอบตัวเลขจีดีพีของประเทศแล้ว พบว่าภาคธุรกิจขนาดย่อมมีการเติบโตที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย จึงจำเป็นต้องเร่งวางแผนพัฒนาและเยียวยาอย่างเร่งด่วน

จากการเปิดเผยของรัฐมนตรีนภินทร การหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นกันเองและเน้นไปที่ทิศทางการทำงาน ดังนี้:

  • การวิเคราะห์ตัวเลขทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
  • เจาะลึกปัญหาอุปสรรคที่ผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
  • การวางกรอบแนวทางพัฒนาเพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดผลรูปธรรม

หลายคนอาจจะมองว่าการคุยงานนานถึง 3 ชั่วโมงต้องมีเรื่องใหญ่โต แต่ในมุมมองของผู้บริหารระดับสูง นี่คือเรื่องปกติของการทำงานครับ นายกรัฐมนตรีอนุทินได้กำชับให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือ ซึ่งนายนภินทรก็ยืนยันว่าได้มีการจัดเตรียมแผนงานไว้พร้อมหมดแล้ว เพียงแค่รอขั้นตอนการนำไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการเท่านั้น

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่ม SME เป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นหัวใจหลักในการหมุนเวียนเศรษฐกิจระดับฐานรากของไทย หากธุรกิจขนาดเล็กไปต่อได้ เศรษฐกิจในภาพรวมก็จะฟื้นตัวตามไปด้วยครับ สำหรับใครที่รอคอยมาตรการสนับสนุน SME อยู่ เชื่อว่าในเร็วๆ นี้เราน่าจะได้เห็นข่าวดีจากการขับเคลื่อนนโยบายของทั้งสองท่านนี้อย่างแน่นอน แล้วมารอลุ้นไปพร้อมกันครับว่า แผนที่ว่านี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเราได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “นภินทร” เผยปมคุย “อนุทิน” 3 ชั่วโมง แค่เรื่องงานพัฒนา SME ไม่มีอะไรพิเศษ

เปิดตัว “สุรพล นิติไกรพจน์” นั่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน

เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองกรุงเทพฯ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ สำหรับการเปิดตัว “สุรพล นิติไกรพจน์” นั่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของพรรคในการเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะมาถึงนี้ งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ แต่เน้นตัวบุคคลที่มีประสบการณ์สูงเพื่อให้คนกรุงเทพฯ มั่นใจในทีมงานบริหาร

ทำความรู้จักการเปิดตัว “สุรพล นิติไกรพจน์” นั่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมพรรคประชาชนถึงต้องดึงตัว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาช่วยงาน เหตุผลสำคัญก็คือท่านเป็นปรมาจารย์ด้านกฎหมายมหาชนที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการกระจายอำนาจและการจัดระเบียบบริหารราชการของ กทม. มาอย่างต่อเนื่องครับ การที่พรรคประชาชนตัดสินใจนำท่านมาเสริมทัพ จึงเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความมืออาชีพที่พร้อมลุยงานทันที

บทบาทสำคัญภายหลังการเปิดตัว “สุรพล นิติไกรพจน์” นั่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน

นอกจากความรู้ด้านกฎหมายแล้ว ศ.ดร.สุรพล ยังมีประสบการณ์ตรงจากการบริหาร “กรุงเทพธนาคม” ซึ่งเป็นวิสาหกิจของ กทม. ที่ดูแลโครงการใหญ่ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น:

  • โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว
  • การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อม
  • โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน
  • การเดินเรือสาธารณะเพื่อคนเมือง

ประสบการณ์เหล่านี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนต้องการ เพราะหาก นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้รับโอกาสให้เข้าไปบริหารงานจริงๆ จะสามารถลดเวลาการเรียนรู้งานและลงมือแก้ปัญหาได้ตั้งแต่วันแรก

หากเรามองในมุมของคนกรุงเทพฯ การได้คนที่มีประสบการณ์ทั้งในเชิงวิชาการ กฎหมาย และงานปฏิบัติการจริงแบบนี้มาเป็นที่ปรึกษา ถือเป็นเรื่องดีครับ เพราะกรุงเทพฯ ในปัจจุบันเต็มไปด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างที่รอให้คนที่มีความเข้าใจกลไกลึกซึ้งเข้ามาแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล่องตัวของระบบราชการ หรือการประสานงานกับวิสาหกิจท้องถิ่นที่ซับซ้อน

ผมเชื่อว่าการส่งสัญญาณครั้งนี้ของพรรคประชาชน คือการบอกให้คนกรุงรู้ว่า พวกเขาไม่ได้มองแค่เรื่องกระแสความนิยม แต่ให้ความสำคัญกับ “เนื้อหา” และ “ความสามารถ” ของทีมงานที่จะต้องรับผิดชอบเมืองหลวงที่มีประชากรหลักล้านคน หากทีมนี้ได้รับโอกาสในการดูแลกรุงเทพฯ ผมก็หวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และรวดเร็วกว่าเดิมครับ

ที่มา – เปิดตัว “สุรพล นิติไกรพจน์” นั่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน

รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหญ่ เสียชีวิตพุ่ง 9 ราย บาดเจ็บกว่า 60

สถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกยังคงตรึงเครียดและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เมื่อเกิดเหตุรัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหญ่ ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีหลายเมืองสำคัญพร้อมกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกกว่า 60 คน สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น กรุงเคียฟ เมืองดนีโปร และคาร์คิฟ

รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหญ่ สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้ออกมาเตือนประชาชนเพียงไม่กี่วันว่าหน่วยข่าวกรองพบการเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่จากฝั่งรัสเซีย ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ความสูญเสียในระดับวิกฤต โดยนายวิตาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ รายงานว่าพบเด็กได้รับบาดเจ็บและอาคารที่พักอาศัยสูง 24 ชั้นพังถล่มลงมา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวันที่มืดมนของชาวยูเครนที่ต้องหาที่หลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินกันอย่างโกลาหล

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหญ่

นอกจากความสูญเสียที่กรุงเคียฟแล้ว พื้นที่อื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะที่เมืองดนีโปรซึ่งพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และที่เมืองคาร์คิฟที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ความเสียหายในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ทางทหาร แต่รวมถึงพื้นที่อยู่อาศัย สนามเด็กเล่น และโรงเรียนอนุบาล ซึ่งตอกย้ำว่าผลกระทบจากสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 นี้ได้ทำลายวิถีชีวิตของคนปกติไปจนหมดสิ้นแล้ว

รายละเอียดความเสียหายโดยสรุปมีดังนี้:

  • กรุงเคียฟ: อาคารสูง 24 ชั้นถล่มลงมาและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย
  • เมืองดนีโปร: พบผู้เสียชีวิต 5 ราย และสนามเด็กเล่นพังยับเยิน
  • เมืองคาร์คิฟ: มีรายงานผู้บาดเจ็บรวมถึงเด็กเล็ก

ในขณะที่ความพยายามในการเจรจาสันติภาพยังคงหยุดชะงัก ประธานาธิบดีเซเลนสกีก็ได้เร่งเรียกร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยเฉพาะระบบป้องกันขีปนาวุธแบบ “แพทริออต” จากสหรัฐฯ เพื่อมาสกัดกั้นการโจมตีที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม การที่ประชาคมโลกหันไปให้ความสนใจกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากขึ้น ทำให้สถานการณ์ในยูเครนดูเหมือนจะถูกทอดทิ้งให้เผชิญชะตากรรมที่ลำพังยิ่งขึ้น

เราคงได้แต่หวังว่าความสูญเสียจากสงครามในครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากนานาชาติอีกครั้งเพื่อหาทางออกในเชิงสันติวิธี ก่อนที่จะมีชีวิตของผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ เพราะทุกชีวิตมีคุณค่าเกินกว่าจะกลายเป็นเพียงตัวเลขในรายงานข่าวสงคราม

ที่มา – รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหญ่ เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย บาดเจ็บกว่า 60 คน

“สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและการขนส่งสาธารณะ เมื่อนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่กระทรวงคมนาคมเตรียมนำนโยบาย “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งหลายฝ่ายต่างจับตามองว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อภาระทางการคลังและการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่

ข้อเท็จจริงเบื้องหลังนโยบาย “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน”

นายสุรเชษฐ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสำคัญผ่านหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า Induced Demand หรือการกระตุ้นความต้องการเดินทางจากการที่รัฐลดราคาค่าโดยสารลงโดยไม่มีฐานต้นทุนที่แท้จริงรองรับ นายสุรเชษฐ์ย้ำว่าการทำนโยบาย 40 บาทตลอดวันนั้น อาจกลายเป็นการโอนงบประมาณภาษีของประชาชนไปอุดหนุนส่วนต่างให้กับกลุ่มทุนผู้รับสัมปทาน ยิ่งคนใช้บริการรถไฟฟ้ามากเท่าไหร่ รัฐยิ่งต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินชดเชยมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งไม่ส่งผลดีต่องบประมาณแผ่นดินในระยะยาว

มุมมองต่อการปรับโครงสร้างราคาขนส่งมวลชนในอนาคต

แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงตัวเลขราคาที่ดูเหมือนจะถูก แต่กลับสร้างภาระงบประมาณ พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากกว่า ได้แก่:

  • การผลักดันอัตราค่าโดยสารร่วมที่สมเหตุสมผล เช่น 17-45 บาทตลอดสาย
  • การนำระบบ Central Clearing House ตาม พ.ร.บ.ตั๋วร่วม มาใช้จริง
  • การปฏิรูประบบรถเมล์ให้เป็น Feeder เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า เพื่อให้การเดินทางครอบคลุมถึงประชาชนทุกคน
  • การลดปัญหาค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอย่างตรงจุด ไม่ใช่เลือกทำเพียงบางสาย

นายสุรเชษฐ์ยังแสดงความเห็นอย่างมั่นใจว่า พรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนการลดภาระค่าเดินทาง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของวินัยการเงินการคลัง และต้องพัฒนาไปพร้อมกับการเชื่อมต่อระหว่างรถเมล์กับรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่นโยบายที่ฉาบฉวย

ท้ายที่สุดนี้ สังคมต้องร่วมกันจับตาว่ารัฐบาลจะตัดสินอย่างไร หากเลือกดำเนินนโยบายตามกระแสโดยขาดการวางแผนระยะยาว ความเสียหายอาจไม่ตกอยู่ที่ใครนอกจากประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนที่ต้องแบกรับหนี้สินสาธารณะในอนาคต ดังนั้น “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขค่าโดยสาร แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล

ที่มา – “สุรเชษฐ์” จับตา ครม. เคาะค่ารถไฟฟ้า “40 บาทตลอดวัน” ฟันธงไม่กล้าประกาศใช้ในสิ้นปี