วัน: 12 มิถุนายน 2026

“ไอซ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้

“ไอซ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองไทย เมื่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวกรณีโครงการ “ไอซ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้ โดยมองว่าโครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาท แต่กลับเต็มไปด้วยข้อครหาและความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดทำนโยบายและการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

สรุปดราม่าร้อน: ทำไมต้องสกัด TH-AI Passport?

น.ส.รักชนก ได้ตั้งคำถามถึงความจำเป็นของงบประมาณมหาศาลนี้ โดยมองว่าหากรัฐบาลต้องการพัฒนา AI เพื่อประเทศจริงๆ ควรนำโครงการนี้เข้าสู่ระบบงบประมาณปกติเพื่อให้สภาฯ ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่ใช่การใช้เงินกองทุนที่เลี่ยงการตรวจสอบแบบนี้ นอกจากนี้ เธอยังแฉพฤติกรรมในเวทีรับฟังความคิดเห็นว่ามีการเกณฑ์คนมาร่วมงานเหมือน “จัดฉาก” โดยมีหลักฐานสำคัญคือการเหมารถตู้มาร่วมงานและกลับพร้อมกัน ซึ่งดูผิดวิสัยของผู้ที่สนใจเทคโนโลยีทั่วไป

ด้านนายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ก็ได้ร่วมเสริมว่า TOR ของโครงการนี้มีความผิดปกติอย่างมาก มีการคัดลอกรายละเอียดข้ามกระทรวง และที่น่าตกใจคือการปิดคอมเมนต์ไลฟ์สดเพื่อไม่ให้ประชาชนซักถาม ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิง

  • งบประมาณสูงเกินจริง: เปรียบเทียบกับแอปพลิเคชันจากหน่วยงานรัฐอื่นที่ใช้งบเพียงไม่กี่ล้านบาท
  • ข้อพิรุธ TOR: มีการคัดลอกรายละเอียดและขาดความรอบคอบในการออกแบบโครงการ
  • การฟอกขาว: กังวลเรื่องการเกณฑ์คนมาสร้างภาพว่าสังคมเห็นด้วยกับโครงการ

ในมุมของพรรคประชาชน การดำเนินโครงการ “ไอซ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้ ไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี AI แต่อย่างใด แต่เป็นการปกป้องภาษีของประชาชนจากการทุจริตเชิงนโยบาย ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ได้ยื่นคำขาดแล้วว่า หากมีการลงทะเบียนโครงการเมื่อใด เธอจะดำเนินการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบทันที เพราะไม่มีใครยอมให้เงิน 1,600 ล้านบาทไหลเข้ากระเป๋าใครโดยง่าย

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคสมัยใหม่ ประชาชนมีความตื่นตัวและรู้เท่าทันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากขึ้น การทำโครงการที่ส่อความไม่โปร่งใสโดยหวังจะผ่านไปแบบเงียบๆ คงเป็นเรื่องยากในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ เราต้องมาจับตาดูกันต่อไปว่า รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาชี้แจงประเด็นนี้อย่างไร หรือสุดท้ายแล้วงบประมาณพันล้านจะถูกระงับเพื่อรักษาความสง่างามของรัฐบาลชุดนี้ไว้

ที่มา – “ไอซ์” เตรียมยื่น ป.ป.ช. สกัด TH-AI Passport อัดเวทีรับฟังความเห็น เกณฑ์คนมาเป็นคันรถตู้

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับบทบาทสำคัญในการดึง แดนนี่ โรห์ล คุมซัลซ์บวร์ก

เจอร์เก้น คล็อปป์ กับบทบาทสำคัญในการดึง แดนนี่ โรห์ล คุมซัลซ์บวร์ก

เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการฟุตบอลยุโรปทันที เมื่อมีรายงานว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ อดีตกุนซือลิเวอร์พูลผู้เป็นขวัญใจแฟนบอลทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันรับบทบาทหัวหน้าฝ่ายฟุตบอลระดับโลกของกลุ่มเรดบูลล์ ได้มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ แดนนี่ โรห์ล กุนซือคนเก่งของเรนเจอร์ส กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะเข้ามารับงานคุมทีม RB ซัลซ์บวร์ก ในอนาคตอันใกล้นี้

เบื้องลึก เจอร์เก้น คล็อปป์ กับบทบาทสำคัญในการดึง แดนนี่ โรห์ล คุมซัลซ์บวร์ก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางหมากโดย เจอร์เก้น คล็อปป์ กับบทบาทสำคัญในการดึง แดนนี่ โรห์ล คุมซัลซ์บวร์ก ด้วยการตัดสินใจส่วนตัวที่ต้องการดึงตัวคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ทางฟุตบอลที่สอดคล้องกับปรัชญาของกลุ่มเรดบูลล์เข้ามาพัฒนาทีม โดยสื่ออย่าง Salzburger Nachrichten รายงานว่าคล็อปป์ได้ดำเนินการแบบส่วนตัวเพื่อจีบตัวโรห์ลมาสู่ลีกออสเตรียให้ได้

ทำไม แดนนี่ โรห์ล ถึงเป็นเป้าหมายหลัก?

ความน่าสนใจของ แดนนี่ โรห์ล คือรูปแบบการทำทีมที่เน้นความดุดันและแท็กติกที่ทันสมัย ซึ่งตรงกับความต้องการของคล็อปป์ที่มองหาคนเข้ามาสานต่องานในซัลซ์บวร์ก การที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กับบทบาทสำคัญในการดึง แดนนี่ โรห์ล คุมซัลซ์บวร์ก ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอดีตนายใหญ่หงส์แดงไม่ได้เลือกเพียงแค่สถานะ แต่เลือก ‘สมอง’ ที่จะมาขับเคลื่อนโปรเจกต์ใหญ่ของเครือเรดบูลล์ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

นอกเหนือจากข่าวคราวของ RB ซัลซ์บวร์ก แล้ว ยังมีประเด็นน่าสนใจอื่นในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์อีกมากมาย เช่น:

  • เซลติก: กำลังกดดันให้สตาฟฟ์โค้ชอย่าง Shaun Maloney และ Mark Fotheringham ยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อทำงานต่อในซีซั่นหน้า
  • ตลาดนักเตะ: Amedspor สโมสรจากตุรกี เตรียมเปิดศึกแย่งตัว Hampus Skoglund แบ็คขวาวัย 22 ปีจาก Hammarby กับทีม Rangers
  • ความเคลื่อนไหวในซาอุฯ: Jack Hendry กองหลังทีมชาติสกอตแลนด์ เตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่กับ Al-Ettifaq หลังจากสโมสรมีงบประมาณเสริมทีมมากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว หากการเจรจานี้สำเร็จ เราอาจได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ซัลซ์บวร์กภายใต้อิทธิพลของคล็อปป์ ซึ่งน่าจับตามองอย่างยิ่งว่ากุนซือหนุ่มอย่างโรห์ลจะสามารถพิสูจน์ฝีมือในลีกที่เน้นการปั้นดาวรุ่งได้ดีแค่ไหน คุณคิดว่าโรห์ลจะประสบความสำเร็จหรือไม่ในฐานะกุนซือคนใหม่ของซัลซ์บวร์ก? ลองแสดงความคิดเห็นกันดูนะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รักชนก นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปมตึกถล่ม

เป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้นำทีมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ บุกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อติดตามตรวจสอบความโปร่งใส หลังพบปัญหาอาคารราชการถูกทิ้งร้างและเหตุการณ์ตึกถล่มที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

รักชนก นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปมตึกถล่ม

การลงพื้นที่ของ รักชนก นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปมตึกถล่ม ในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐว่า การใช้งบประมาณแผ่นดินต้องมีความคุ้มค่าและโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีอาคารกว่า 10 แห่งทั่วประเทศที่สร้างไม่เสร็จและผู้รับเหมาทิ้งงาน รวมถึงกรณีตึก สตง. ถล่มที่กลายเป็นเสมือนอนุสรณ์สถานของการทุจริต

รายละเอียดการตรวจสอบโครงการและงบประมาณปี 70

นอกจากประเด็นตึกถล่มแล้ว ทางคณะกรรมาธิการยังมุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • การตรวจสอบอาคารทิ้งร้าง 10 แห่งทั่วประเทศที่ใช้งบประมาณไปไม่น้อย
  • การเปิดเผย “เอกสารลับ” ผลการสืบสวนจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเกี่ยวกับเหตุตึกถล่ม
  • การติดตามความคืบหน้าการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
  • การทบทวนงบประมาณปี 2570 ของ สตง. หากคำตอบไม่ชัดเจน

นางสาวรักชนกยังเน้นย้ำด้วยว่า หาก สตง. ไม่สามารถชี้แจงความคืบหน้าหรือแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ การพิจารณางบประมาณของ สตง. ในปี 2570 จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ ทั้งนี้ การที่ รักชนก นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปมตึกถล่ม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทวงคืนความยุติธรรมให้กับภาษีประชาชน เพราะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเงินแผ่นดิน ยิ่งต้องมีความโปร่งใสกว่าหน่วยงานอื่นใด

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป ก็จะเป็นบทเรียนราคาแพงของการบริหารงบประมาณที่ไร้ประสิทธิภาพ ความโปร่งใสไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานรัฐที่ต้องทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์

ที่มา – “รักชนก” นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปมตึกถล่ม ขู่หั่นงบปี 70 หากไร้คำตอบ

เจาะลึก ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’ กับภารกิจลุยบอลโลกในบ้าน

เจาะลึก ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’ กับภารกิจลุยบอลโลกในบ้าน

ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา และข่าวลือการย้ายสนามแข่งขันออกจากเม็กซิโก หลายคนอาจหลงลืมไปว่ายังมีอีกหนึ่งเจ้าภาพร่วมที่น่าจับตามองในศึกฟุตบอลโลก 2026 นั่นคือ ประเทศแคนาดานั่นเอง แม้ว่าแคนาดามักจะถูกมองข้ามจากสื่อกระแสหลัก แต่ในครั้งนี้พวกเขามีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะพิสูจน์ตัวเองบนเวทีโลกภายใต้ชื่อเสียงที่ว่านี่คือ ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’ ตลอดกาล

หากมองข้ามความสุภาพที่เป็นภาพจำของคนแคนาดา เราจะพบกับความเชื่อมั่นที่เปี่ยมล้นจากบรรดาแข้งเลือดใหม่ ที่พร้อมจะลงสนามเพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับฟุตบอลชายของประเทศ หลังจากที่เคยผ่านรอบสุดท้ายมาแล้วในปี 1986 และ 2022 แต่สถิติที่ผ่านมายังไม่ค่อยสวยหรูนัก อย่างไรก็ตาม ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’ กำลังพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยประสบการณ์จากการเล่นในลีกยุโรปที่มากขึ้น

เหตุผลที่แฟนบอลต้องจับตามอง ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’

ด้วยขุมกำลังที่มีทั้ง อัลฟอนโซ เดวีส์, โจนาธาน เดวิด และทาจอน บูคาแนน ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าพวกเขาจะสามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะการได้รับพลังแรงเชียร์จากแฟนบอลในบ้านที่แวนคูเวอร์และโตรอนโตจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ Jesse Marsch กุนซือคนเก่งได้เข้ามาวางระบบการเล่นที่ดุดันและเน้นความฟิต ซึ่งเข้ากับสไตล์การเล่นของนักเตะแคนาดาเป็นอย่างดี

อัลฟอนโซ เดวีส์: หัวใจหลักของ ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า อัลฟอนโซ เดวีส์ ในวัย 25 ปี คือใบหน้าและกัปตันทีมที่ทุกคนรอคอย แม้ในปีที่ผ่านมาเขาจะเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งที่บาเยิร์น มิวนิก แต่เมื่อใดที่เขาสมบูรณ์เต็มที่ เขาก็พร้อมจะยกระดับเกมของทีมได้ทันที การได้เขากลับมาลงสนามถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้ทีมนี้ก้าวไปได้ไกลกว่าที่เคยเป็นมา

  • การเตรียมความพร้อมของทีมเจ้าภาพที่เน้นความเข้มข้น
  • ความหลากหลายของนักเตะที่สะท้อนถึงสังคมแคนาดา
  • เทคนิคการเล่นที่เปรียบได้กับการแข่งฮอกกี้ของฟุตบอล

ความสำเร็จของฟุตบอลแคนาดาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการวางรากฐานฟุตบอลระดับรากหญ้าและการเติบโตของลีกในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น นี่คือโอกาสทองที่พวกเขาจะประกาศให้โลกเห็นว่าฟุตบอลชายของแคนาดาไม่ใช่ไม้ประดับอีกต่อไป แต่คือผู้ท้าชิงที่อันตรายสำหรับทุกทีมที่ต้องเผชิญหน้าด้วย

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร การที่ได้เห็นพัฒนาการของทีมที่รวมกลุ่มผู้เล่นที่มีคุณภาพสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ถือเป็นชัยชนะของแฟนบอลชาวเมเปิ้ลลิฟอย่างแท้จริง เรามารวมพลังส่งใจเชียร์พวกเขากันว่า ‘ทีมชาติแคนาดาชุดที่ดีที่สุด’ จะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้ไกลถึงเพียงใดในฟุตบอลโลกหนนี้!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท

ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท

เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดชัยนาทได้จัดกิจกรรมที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีการจัดโครงการ ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความสามัคคีให้แก่ชาวเมืองชัยนาทเป็นอย่างมาก

นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมครั้งนี้ ท่ามกลางคณะข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ บริเวณเขาขยาย ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นไปเพื่อการเฉลิมพระเกียรติเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้มีความเขียวขจีและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ความงดงามของพันธุ์ไม้ดอกสีม่วงที่ใช้ปลูก

สำหรับการจัดกิจกรรม ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท ในครั้งนี้ ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้คัดเลือกพรรณไม้ที่มีดอกสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพมาปลูกเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยต้นไม้ที่ได้รับคัดเลือกมีดังนี้:

  • อินทนิลน้ำ: ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีดอกสีชมพูอมม่วงสวยงาม
  • กระพี้จั่น: ให้ดอกเป็นช่อสีม่วงสวยงามสะดุดตา
  • เสลา: ต้นไม้ที่โดดเด่นเรื่องดอกสีม่วงสดใสในช่วงฤดูร้อน
  • ตะแบกนา: ไม้มงคลที่มีความแข็งแรงและดอกที่มีความงดงาม

การร่วมใจกันครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการฟื้นฟูพื้นที่เขาขยายให้กลับมามีชีวิตชีวา การ ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท ไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังเป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่จะเบ่งบานไปด้วยสีม่วงในช่วงเทศกาลที่เหมาะสมในอนาคต

เห็นแบบนี้แล้ว น่าชื่นชมชาวชัยนาททุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับบ้านเกิด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตแข็งแรง และเปลี่ยนเขาขยายให้กลายเป็นแลนด์มาร์คสีม่วงที่สวยงามตระการตาให้กับทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนนะครับ

ที่มา – ปลูกต้นไม้ให้ดอกสีม่วง เฉลิมพระเกียรติพระราชินี ณ เขาขยาย จ.ชัยนาท

“วิชัย” เผยผลตรวจปัสสาวะตำรวจสภา ไม่พบฉี่ม่วง ส่วน สส. ไม่มีอำนาจสั่งตรวจ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่รัฐสภา เมื่อพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าสำคัญว่า “วิชัย” เผยผลตรวจปัสสาวะตำรวจสภา ไม่พบฉี่ม่วง ส่วน สส. ไม่มีอำนาจสั่งตรวจ ซึ่งถือเป็นการยืนยันความโปร่งใสของบุคลากรภายในหน่วยงานได้เป็นอย่างดี

“วิชัย” เผยผลตรวจปัสสาวะตำรวจสภา ไม่พบฉี่ม่วง ส่วน สส. ไม่มีอำนาจสั่งตรวจ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจหาสารเสพติดเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลการวิเคราะห์ทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าไม่พบสารเสพติดจากตำรวจแม้แต่รายเดียว ทางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจและเตรียมวางมาตรการเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการตรวจสุขภาพบุคลากรในสภาอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ประเด็นดราม่าและการตรวจสอบตามวิถีสภา

นอกจากเรื่องผลการตรวจแล้ว พล.ต.ต.วิชัยยังได้ชี้แจงประเด็นที่ สส. บางกลุ่มตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบ โดยยืนยันว่า สส. ไม่มีอำนาจโดยตรงในการสั่งตรวจเจ้าหน้าที่ และย้ำถึงกรณี “วิชัย” เผยผลตรวจปัสสาวะตำรวจสภา ไม่พบฉี่ม่วง ส่วน สส. ไม่มีอำนาจสั่งตรวจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในขั้นตอนการปฏิบัติงานของรัฐสภา นอกเหนือจากนี้ยังมีการตอบโต้ประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของประธานสภาฯ ว่าเป็นการทำเพื่อประชาชนในทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่นโยบายเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

  • การตรวจสอบสารเสพติดเป็นเรื่องของความปลอดภัย ไม่ใช่การจับกุม
  • ประธานสภาฯ เน้นย้ำนโยบายสร้างสังคมปลอดสารเสพติด
  • การเคารพธงชาติเป็นเรื่องความภาคภูมิใจ ไม่ควรเป็นประเด็นดราม่า

อีกหนึ่งประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือเรื่องนโยบายการเคารพธงชาติในช่วง 8 โมงเช้าและ 6 โมงเย็น ซึ่งมีคนบางส่วนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ แต่ทางทีมงานมองว่าการเคารพธงชาติคือสัญลักษณ์ของความเป็นไทยและการระลึกถึงบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรเชิดชูมากกว่าจะนำมาเป็นประเด็นการเมืองที่ไม่มีสาระ หลายคนอาจจะต้องกลับมาทบทวนความคิดใหม่ว่าการตั้งคำถามในบางเรื่องอาจต้องใช้หัวคิดมากกว่าที่เป็นอยู่

โดยสรุปแล้ว การสร้างมาตรฐานในการทำงานในสภาด้วยความโปร่งใสเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เราหวังว่ามาตรการการตรวจสุขภาพบุคลากรที่เข้มข้นนี้จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับรัฐสภาไทยในสายตาประชาชนต่อไป และหวังว่าการทำงานเพื่อส่วนรวมจะถูกขับเคลื่อนไปด้วยความเข้าใจที่ตรงกันมากกว่าการสร้างกระแสในโซเชียลมีเดีย

ที่มา – “วิชัย” เผยผลตรวจปัสสาวะตำรวจสภา ไม่พบฉี่ม่วง ส่วน สส. ไม่มีอำนาจสั่งตรวจ

ราชกิจจาฯ ประกาศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ สั่งไว้ทุกข์ 15 วัน

เชื่อว่าพสกนิกรชาวไทยทุกคนต่างรู้สึกใจหายและโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รับทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ภายหลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งถือเป็นข่าวเศร้าครั้งสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ โดยเนื้อหาของประกาศนั้นมีความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดการไว้ทุกข์และการแสดงความอาลัย

ราชกิจจาฯ ประกาศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ สั่งไว้ทุกข์ 15 วัน

การประกาศในครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการไว้ทุกข์ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญเกี่ยวกับ ราชกิจจาฯ ประกาศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ สั่งไว้ทุกข์ 15 วัน ดังนี้ครับ

ข้อกำหนดและรายละเอียดการไว้ทุกข์

  • ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศ ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 15 วัน
  • ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกท่านแต่งกายไว้ทุกข์เป็นเวลา 15 วัน
  • การกำหนดระยะเวลาดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

สำหรับภาคประชาชนและหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ แม้ว่าจะไม่มีข้อบังคับทางกฎหมายที่เข้มงวด แต่หลายคนก็พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสุภาพหรือชุดสีดำเพื่อเป็นการแสดงความเคารพรักและถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งการที่ ราชกิจจาฯ ประกาศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ สั่งไว้ทุกข์ 15 วัน ในครั้งนี้ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทยทุกคนในยามที่ต้องเผชิญกับข่าวเศร้าเช่นนี้ครับ

ในนามของเว็บไซต์ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์การจากไปของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยมากมายเหลือคณานับ การปฏิบัติตามคำประกาศอย่างเคร่งครัดในช่วงเวลา 15 วันนี้ จึงถือเป็นสิ่งเล็กน้อยที่เราสามารถร่วมกันทำให้กับพระองค์ท่านได้ เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อเจ้าฟ้าหญิงผู้เป็นที่รักของปวงชนชาวไทยตลอดไปครับ

ที่มา – ราชกิจจาฯ ประกาศ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์ สั่งไว้ทุกข์ 15 วัน

ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วยก๊าซไนโตรเจน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อระดับโลก เมื่อ ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วยก๊าซไนโตรเจน ในรัฐอะลาบามา โดยคำสั่งนี้ถือเป็นการแทรกแซงนาทีสุดท้ายที่สะเทือนวงการกระบวนการยุติธรรมสหรัฐฯ อย่างรุนแรง หลังจากที่รัฐตั้งใจจะใช้วิธีการนี้จัดการกับนักโทษประหารที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์

เหตุผลที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วยก๊าซไนโตรเจน

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากข้อกังวลว่า วิธีการรมก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Hypoxia) ที่ใช้วิธีการครอบหน้ากากเพื่อปล่อยก๊าซเข้าไปแทนที่ออกซิเจนนั้น อาจเข้าข่ายการลงโทษที่โหดร้ายและผิดปกติ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ศาลชั้นต้นได้ทำการไต่สวนพยานและผู้เชี่ยวชาญก่อนพบว่า วิธีนี้อาจนำไปสู่ความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก่อนที่นักโทษจะเสียชีวิต ถือเป็นประเด็นที่องค์การสหประชาชาติเคยแสดงความกังวลและประณามว่าเป็นการทารุณกรรมมนุษย์

ข้อโต้แย้งจากฝ่ายรัฐและมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน

ทางฝั่งอัยการสูงสุดของรัฐอะลาบามามองว่า การที่ ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วยก๊าซไนโตรเจน คือความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม และทำให้ครอบครัวของเหยื่อต้องรอคอยอย่างไม่มีกำหนด อย่างไรก็ตาม นักสิทธิมนุษยชนกลับมองว่านี่คือชัยชนะครั้งสำคัญของจริยธรรม เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันของการประหารชีวิตในสหรัฐฯ มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:

  • รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ ยังคงถกเถียงเรื่องวิธีการประหารชีวิตที่เหมาะสม
  • ปัจจุบันมีกว่า 23 รัฐที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้วโดยสิ้นเชิง
  • การใช้วิธีฉีดสารพิษยังคงเป็นวิธีหลัก แต่การรมก๊าซเป็นทางเลือกที่เกิดข้อโต้แย้งสูง
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสนับสนุนการใช้โทษประหารชีวิตในคดีร้ายแรงที่สุด

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกายังคงเลือกระหว่างการรักษาหลักการความยุติธรรมในคดีอาชญากรรมกับการเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันต่อไปในอนาคต เราคงต้องจับตาดูกันว่ากระบวนการยุติธรรมในรัฐอะลาบามาจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไรหลังจากคำสั่งนี้ และวิธีรมก๊าซจะยังคงอยู่ในสถานะกฎหมายหรือไม่ในบริบทของสังคมโลกที่เปลี่ยนไป คุณมีความเห็นอย่างไรกับการนำวิธีใหม่ๆ มาใช้ในการลงโทษนักโทษประหาร? ลองคอมเมนต์แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยครับ

ที่มา – ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วย “ก๊าซไนโตรเจน” ในรัฐอะลาบามา ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ

เล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องรู้สึกถึงความรัก – จู๊ด เบลลิงแฮม

เล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องรู้สึกถึงความรัก – จู๊ด เบลลิงแฮม

ในปัจจุบันโลกของฟุตบอลไม่ได้มีแค่เรื่องของเทคนิคหรือแท็กติกในสนามเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องของสภาพจิตใจและความสัมพันธ์ในทีมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ล่าสุด จู๊ด เบลลิงแฮม ขุนพลตัวเก่งของทีมชาติอังกฤษ ได้ออกมาเปิดใจถึงแคมป์ทีมชาติในชุดลุยฟุตบอลโลกครั้งนี้ว่า เล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องรู้สึกถึงความรัก เพื่อที่จะช่วยให้ทีมก้าวไปสู่ความสำเร็จที่รอคอยมานาน

เหตุผลที่การเล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องรู้สึกถึงความรัก

ย้อนกลับไปในช่วงศึกยูโร 2024 ที่ผ่านมา เบลลิงแฮมยอมรับว่าบรรยากาศภายในทีมนั้นมีความกดดันสูงเกินไป จนทำให้กลุ่มนักเตะเริ่มรู้สึกถึงระยะห่างระหว่างกัน ซึ่งเขากล่าวว่าความคาดหวังที่สูงลิ่วทำให้ทีมไม่ได้มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะเก็บชัยชนะได้ก็ตาม สำหรับเขาแล้ว เล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องรู้สึกถึงความรัก จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นักเตะทุกคนพร้อมสู้เพื่อตราสิงโตคำรามอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง

ความเปลี่ยนแปลงสู่ความสามัคคีในทีมชาติอังกฤษ

เบลลิงแฮมเน้นย้ำว่าในทัวร์นาเมนต์นี้บรรยากาศทีมเปลี่ยนไปมาก ทุกคนในแคมป์ดูมีความสุขและเชื่อมโยงกันได้ดีขึ้นกว่าที่เคย ความเข้าใจที่ว่า เล่นให้ทีมชาติอังกฤษต้องรู้สึกถึงความรัก ทำให้ผู้เล่นอย่าง มอร์แกน โรเจอร์ส เพื่อนร่วมทีม ก็ออกมาสนับสนุนว่า ทีมชุดนี้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันมาก ไม่ว่าแต่ละคนจะมาจากสโมสรไหนหรืออายุเท่าไหร่ ทุกคนล้วนยินดีที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือแชมป์โลก

เราคงต้องรอลุ้นกันว่า พลังของความรักและความสามัคคีที่เบลลิงแฮมพูดถึง จะช่วยให้ทีมชาติอังกฤษภายใต้ความคาดหวังของแฟนบอลทั่วโลกไปถึงฝั่งฝันอย่างคำที่ตั้งใจไว้หรือไม่ สิ่งที่นักเตะต้องการที่สุดไม่ใช่แค่เสียงวิจารณ์ แต่คือการสนับสนุนที่เชื่อมั่นในตัวพวกเขา

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ