วัน: 13 มิถุนายน 2026

มท.3 ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงฯ บ้านตาดกลอย ติดตามการรับมืออุทกภัยที่ต้องเจอทุกปี

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงทราบดีว่าช่วงหน้าฝนทีไร พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับความกังวลใจเรื่องน้ำป่าไหลหลากอยู่เสมอ โดยเฉพาะที่บ้านตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเป็นประจำทุกปี เมื่อไม่นานมานี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่ติดตามการฝึกการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านรับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างเข้มแข็ง

มท.3 ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงฯ บ้านตาดกลอย ติดตามการรับมืออุทกภัยที่ต้องเจอทุกปี

การฝึกในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสมมติ แต่เป็นการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยที่ต้องเจอทุกปีอย่างแท้จริง ผ่านแนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน (CBDRM) ซึ่งเน้นให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ริเริ่มช่วยเหลือกันเองก่อนที่ภาครัฐจะเข้าไปสมทบ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนภัย การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วย ไปยังจุดปลอดภัย

ถอดบทเรียนการฝึกฝนรับมือภัยพิบัติอย่างมีส่วนร่วม

นอกจาก มท.3 ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงฯ บ้านตาดกลอย ติดตามการรับมืออุทกภัยที่ต้องเจอทุกปี แล้ว กิจกรรมนี้ยังเป็นการดึงเอาบทเรียนจากเหตุการณ์จริงในปีที่ผ่านๆ มา มาปรับใช้ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีชาวบ้านจากบ้านวังขอนและบ้านวังม่วงมาร่วมฝึกกว่า 250 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและพลังของคนในชุมชนที่พร้อมจะดูแลกันเอง

  • สร้างเครือข่ายเตือนภัยในระดับหมู่บ้าน
  • ฝึกซ้อมแผนอพยพให้คล่องตัวและรวดเร็ว
  • เตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอต่อความต้องการ

ความสำเร็จในการสร้างชุมชนเข้มแข็งนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การร่วมมือกันครับ การที่ภาครัฐลงมาติดตาม มท.3 ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงฯ บ้านตาดกลอย ติดตามการรับมืออุทกภัยที่ต้องเจอทุกปี ด้วยตัวเองเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติไม่ควรอยู่แค่ในตำรา แต่ต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงและการเตรียมพร้อมที่ยั่งยืน

สุดท้ายนี้ การเตรียมพร้อมรับมือสาธารณภัยไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน หากชุมชนมีความพร้อมและเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติอย่างถูกต้อง เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถลดความสูญเสียจากวิกฤตอุทกภัยได้อย่างแน่นอน หวังว่าแนวทางของบ้านตาดกลอยจะเป็นโมเดลที่ดีให้พื้นที่อื่นๆ นำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมนะครับ

ที่มา – มท.3 ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงฯ บ้านตาดกลอย ติดตามการรับมืออุทกภัยที่ต้องเจอทุกปี

จับสึก หลวงตาวัย 58 ขับเก๋งชนท้ายรถสาว เมาเป่าพุ่ง 167

จับสึก หลวงตาวัย 58 ขับเก๋งชนท้ายรถสาว เมาเป่าพุ่ง 167

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ จับสึก หลวงตาวัย 58 ขับเก๋งชนท้ายรถสาว เมาเป่าพุ่ง 167 ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการสงฆ์ และยังเป็นบทเรียนราคาแพงในเรื่องของการเมาแล้วขับที่ใครก็ไม่ควรทำ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกาสาวพัสตร์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันบริเวณโค้งลงจากสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง เมื่อไปถึงพบรถเก๋งของผู้เสียหายวัย 26 ปี ถูกชนท้ายโดยรถเก๋งที่มีพระรูปหนึ่งเป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบพบว่า จับสึก หลวงตาวัย 58 ขับเก๋งชนท้ายรถสาว เมาเป่าพุ่ง 167 นั้น เป็นเรื่องจริงที่เจ้าหน้าที่ยืนยันผ่านการเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ที่สูงถึง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนดไปมาก

พฤติการณ์สุดอื้อฉาวของพระเมาแล้วขับ

นอกจากผลแอลกอฮอล์จะชัดเจนแล้ว ในขณะที่เกิดเหตุ หลวงตาวัย 58 ปี ยังมีอาการพูดจาลิ้นพันกันและโต้เถียงกับคู่กรณีอย่างรุนแรง พยายามอ้างว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ทั้งที่คลิปจากกล้องหน้ารถของผู้เสียหายได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีการปาดหน้าแต่อย่างใด พฤติกรรม จับสึก หลวงตาวัย 58 ขับเก๋งชนท้ายรถสาว เมาเป่าพุ่ง 167 จึงนำไปสู่การนำตัวไปลาสิกขาที่วัดต้นสังกัดในทันที

  • พระผู้ขับขี่มีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดขณะเกิดเหตุ
  • ผลตรวจแอลกอฮอล์สูงถึง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
  • พระพยายามปฏิเสธความรับผิดชอบแม้หลักฐานจะชัดเจน

สิ่งที่น่าสะเทือนใจยิ่งกว่านั้นคือ ที่วัดต้นสังกัด อดีตพระรูปนี้ได้นำแม่ชราวัย 92 ปีมาพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ทำให้เกิดคำถามตามมาถึงความเป็นอยู่ของมารดาหลังจากที่อดีตพระต้องถูกดำเนินคดี ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความเห็นว่าไม่เคยทราบพฤติกรรมดื่มสุรามาก่อน แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ก็สร้างความผิดหวังให้กับผู้ที่เคยใส่บาตรให้เป็นอย่างมาก

บทเรียนในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้แก่สังคมได้เป็นอย่างดีว่า การดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถนั้น เป็นเรื่องที่อันตรายและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือผู้ที่อยู่ในสมณะเพศก็ไม่สามารถละเว้นความรับผิดชอบได้ ความผิดพลาดครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พระรูปดังกล่าวต้องสูญเสียสถานะความเป็นพระ แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของศาสนาและสร้างภาระให้กับครอบครัวโดยเฉพาะแม่ที่แก่ชรา

ที่มา – จับสึก หลวงตาวัย 58 ขับเก๋งชนท้ายรถสาว โต้เถียงลิ้นพัน จับเป่าแอลกอฮอล์พุ่ง 167

ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ รอเฝ้าขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เป็นภาพที่สะท้อนถึงความจงรักภักดีอย่างที่สุด เมื่อบรรยากาศบริเวณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรที่พร้อมใจกันสวมชุดดำ เดินทางมาจับจองพื้นที่เพื่อรอเฝ้าส่งขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ วันนี้ถือเป็นวันที่ประชาชนต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันด้วยใจที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ รอเฝ้าขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

เหตุการณ์สำคัญในวันนี้คือการเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีกำหนดการเคลื่อนขบวนในเวลา 15.30 น. ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเพื่อให้พิธีการเป็นไปอย่างสมพระเกียรติที่สุด

เส้นทางการผ่านของขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

สำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องการเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จฯ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นั้น จะเคลื่อนออกจากประตู 15 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีรายละเอียดเส้นทางที่ขบวนจะผ่านดังนี้:

  • ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์
  • เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระราม 4 และเลี้ยวขวาที่ถนนพญาไท
  • เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกศรีอยุธยา มุ่งหน้าสู่ถนนศรีอยุธยา
  • ต่อเนื่องถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินใน
  • ผ่านท้องสนามหลวง ก่อนปิดท้ายขบวนที่ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง

ในระหว่างการเฝ้ารอ ประชาชนต่างนำพระฉายาลักษณ์มาถือไว้ในมือ หลายคนเดินทางมาแต่เช้าเพื่อจับจองพื้นที่ที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ร่วมส่งเสด็จฯ พระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดที่สุด แม้อากาศจะร้อนเพียงใดหรือต้องรอนานแค่ไหน แต่ความตั้งใจและพลังแห่งความรักของประชาชนที่มีต่อพระองค์ท่านก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมจุดอำนวยความสะดวกไว้รอบบริเวณ หากท่านที่จะเดินทางมาในช่วงเย็นขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การจราจรและการจัดระเบียบในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับใครที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง ก็สามารถร่วมส่งใจผ่านการรับชมภาพบรรยากาศจากสื่อมวลชนที่รายงานสดได้ตลอดทั้งวันครับ

การรวมตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความอาลัย แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความผูกพันที่พสกนิกรมีต่อสถาบันตลอดมา ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและเดินทางด้วยความระมัดระวังในช่วงที่มีมวลชนจำนวนมากนะครับ

ที่มา – ประชาชนทยอยจับจองพื้นที่ รอเฝ้าขบวนเชิญพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

สหรัฐฯ ประเดิมบอลโลกสุดหรู จะก้าวสู่ระดับโลกได้จริงหรือ?

สหรัฐฯ ประเดิมบอลโลกสุดหรู จะก้าวสู่ระดับโลกได้จริงหรือ?

หากใครเคยมีข้อสงสัยว่าทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะแบกรับความกดดันในฐานะเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ได้ไหวหรือไม่ ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงตลอด 45 นาทีแรกในเกมที่เอาชนะปารากวัยไปได้ 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วครับ ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ที่มีนักแสดงระดับฮอลลีวูดอย่าง ทอม ครูซ มานั่งลุ้นถึงขอบสนาม ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลเจ้าบ้านต้องผิดหวัง

สหรัฐฯ ประเดิมบอลโลกสุดหรู จะก้าวสู่ระดับโลกได้จริงหรือ?

แม้หลายคนจะมองว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก แต่ในมุมมองของกูรูฟุตบอลหลายคน รวมถึงอดีตผู้รักษาประตูทีมชาติสหรัฐฯ อย่าง โทนี่ เมโอล่า เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างรากฐานที่มั่นคง เมโอล่ากล่าวว่า “เรามีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีผู้เล่นกระจายอยู่ทั่วโลก และมีสนามที่มีมาตรฐานระดับสากล จากเดิมที่เราเคยฝันถึงสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้เรากลายเป็นชาติฟุตบอลที่แท้จริงแล้ว” สถิติการครองบอลที่เหนือกว่าและชัยชนะที่ทิ้งห่างถึง 3 ลูกแบบนี้ ทำให้ทีมอื่นๆ ในทัวร์นาเมนต์ต้องหันกลับมามองพวกเขาใหม่ทันที

อิมแพ็คที่ชัดเจนของ โปเชตติโน่

สหรัฐฯ ประเดิมบอลโลกสุดหรู ด้วยระบบการเล่นที่ดุดัน โดยกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นให้กลายเป็นการเพรสซิ่งสูงที่คู่แข่งรับมือได้ยาก นอกจากเรื่องแทกติกแล้ว เขายังเปลี่ยนทัศนคติของผู้เล่นให้เลิกคิดว่าตัวเองเป็นแค่ทีมรองบ่อน แต่ให้เชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาท้าชิงแชมป์ฟุตบอลโลกได้ โดยโปเชตติโน่เคยกล่าวไว้ต้นปีว่า “ทำไมจะไม่ใช่เรา? เราต้องฝันและเชื่อมั่นในตัวเองจริงๆ”

แน่นอนว่าการที่ สหรัฐฯ ประเดิมบอลโลกสุดหรู ในเกมแรกนั้นเป็นเพียงก้าวแรกที่สำคัญ แต่บทพิสูจน์ที่แท้จริงจะอยู่ในรอบถัดไปเมื่อต้องดวลกับทีมที่แข็งแกร่งกว่านี้ จุดที่น่าสังเกตคือความสำคัญของ คริสเตียน พูลิซิช และ โฟลาริน บาโลกัน ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งแรก แม้พูลิซิชจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่น่องจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก แต่แฟนบอลก็หวังว่าเขาจะกลับมาฟิตทันในนัดต่อไป

  • การปรับแทกติกของโปเชตติโน่เห็นผลชัดเจนในนัดเปิดสนาม
  • การสนับสนุนจากกองเชียร์เจ้าบ้านเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ
  • ความสำคัญของนักเตะจากลีกยุโรปที่มีผลกับความมั่นใจของทีม

ในมุมมองของผม ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ทีมชาติสหรัฐจะสร้างประวัติศาสตร์ หากพวกเขาสามารถรักษาความมั่นใจและระเบียบวินัยเช่นนี้ได้ต่อเนื่อง การก้าวไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศหรือลึกกว่านั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐอเมริกาจะประกาศตัวให้โลกฟุตบอลรู้ว่า พวกเขาไม่ใช่แค่เจ้าภาพ แต่คือผู้ท้าชิงที่น่ากลัวที่สุดทีมหนึ่งในรายการนี้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ธนกรเผยชาวบ้านขอบคุณ นายกฯ หนู ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ จากพื้นที่ภาคใต้มาฝากกันครับ เมื่อนายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้มีการพูดถึงกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากประชาชน หลังจากที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่าง โครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและการจับจ่ายใช้สอยในระดับท้องถิ่นครับ

ธนกรเผยชาวบ้านขอบคุณ นายกฯ หนู ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายธนกรได้พบปะกับพี่น้องประชาชนและเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนเสียงเดียวกันว่ามาตรการที่รัฐบาลผลักดันนั้นช่วยเหลือได้จริง โดยเฉพาะ โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มสภาพคล่องให้กับเศรษฐกิจชุมชน ทำให้เม็ดเงินกระจายสู่รายย่อยได้อย่างชัดเจนครับ

ศักยภาพบริการสาธารณสุขและโครงการไทยช่วยไทย พลัส

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว นายธนกรยังได้เยี่ยมชมโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพชาวใต้ โดยนายธนกรได้ชื่นชมความทุ่มเทของทีมแพทย์และบุคลากรทุกคน โดยมองว่าจุดแข็งของพื้นที่ต้องมาคู่กับการพัฒนาปากท้อง ดังที่เห็นผลสำเร็จจาก โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งใจผลักดันอย่างเต็มที่ครับ

  • ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
  • เพิ่มโอกาสให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านโครงการภาครัฐ

จากสถานการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าการดำเนินนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก การที่ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนครับ ผมเชื่อว่าหากมีการผลักดันนโยบายต่อเนื่องแบบนี้อีก อนาคตเศรษฐกิจฐานรากของไทยจะเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

ที่มา – “ธนกร” เผย ชาวบ้านฝากขอบคุณ “นายกฯ หนู” ทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส

ฟอลาริน บาโลกัน โชว์ฟอร์มเทพพา สหรัฐฯ ถล่ม ปารากวัย

ฟอลาริน บาโลกัน โชว์ฟอร์มเทพพา สหรัฐฯ ถล่ม ปารากวัย

แฟนบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกาได้เฮกันลั่นสนาม หลังจากที่ทีมรักประเดิมสนามในศึกฟุตบอลโลกได้อย่างสวยหรู ด้วยการถล่มทีมชาติปารากวัยไปแบบขาดลอย 4-1 โดยมีดาวเด่นอย่าง ฟอลาริน บาโลกัน โชว์ฟอร์มเทพพา สหรัฐฯ ถล่ม ปารากวัย ในนัดนี้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักที่สนาม Los Angeles Stadium

ฟอลาริน บาโลกัน โชว์ฟอร์มเทพพา สหรัฐฯ ถล่ม ปารากวัย

เกมนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของทัพลุงแซมที่ต้องการโชว์ศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพร่วมและผู้ท้าชิงแชมป์โลก โดยฟอลาริน บาโลกัน กองหน้าตัวเก่งสามารถแผลงฤทธิ์ทำคนเดียวถึง 2 ประตู ช่วยให้ทีมคว้า 3 แต้มแรกมาครองได้อย่างไร้ข้อกังขา การเคลื่อนที่ที่ชาญฉลาดและการจบสกอร์ที่เฉียบคมของเขาคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ฟอลาริน บาโลกัน โชว์ฟอร์มเทพพา สหรัฐฯ ถล่ม ปารากวัย ไปได้แบบเหนือชั้น

เจาะลึกฟอร์มในสนาม

  • บาโลกันแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับระบบทีมได้อย่างยอดเยี่ยม
  • แนวรุกของสหรัฐฯ ดูมีความเร็วและดุดันมากกว่าการแข่งขันครั้งก่อนๆ
  • เกมรับยังคงมีความนิ่ง แม้จะเสียประตูในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็สามารถรักษาสกอร์ไว้ได้

ผลการแข่งขัน 4-1 ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการข่มขวัญคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันได้อย่างอยู่หมัด หากบาโลกันยังคงรักษามาตรฐานระดับนี้ไว้ได้ต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาก็มีโอกาสสูงที่จะไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแน่นอน

นอกเหนือจากฝีเท้าของบาโลกันแล้ว ความสามัคคีในสนามและการสนับสนุนจากแฟนบอลในสนาม LA ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง กุนซือพยายามปรับเปลี่ยนแผนการเล่นในช่วงครึ่งหลังให้เน้นการครองบอลมากขึ้นเพื่อคุมจังหวะ ถือเป็นการวางแผนที่น่าชื่นชม นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับเส้นทางลุ้นแชมป์ของเจ้าภาพ

ในมุมมองของนักวิจารณ์ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทองใหม่สำหรับทีมชาติสหรัฐฯ หากพวกเขาสามารถรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้ในนัดต่อๆ ไป การไปถึงรอบลึกๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แล้วคุณล่ะคิดว่าฟอร์มการเล่นของบาโลกันในนัดนี้โดดเด่นแค่ไหน? ลองแบ่งปันความคิดเห็นของคุณกันเข้ามาได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เจอตัวแล้ว กระบะทำน็อตร่วงมอเตอร์เวย์ M7 รับผิดชดใช้

จากเหตุการณ์ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรณีมีผู้ใช้ทางได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการขับรถบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7) แล้วเหยียบเข้ากับน็อตและสกรูที่ตกหล่นบนพื้นถนน จนทำให้ยางรั่วและเสียหายกว่า 40 คัน ล่าสุดวันนี้มีความคืบหน้าสำคัญครับ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถตามตัวคนขับรถกระบะต้นเหตุได้แล้ว โดยคดีนี้คือ เจอตัวแล้ว กระบะทำน็อตร่วงมอเตอร์เวย์ M7 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายรถยางรั่วทุกคัน

เจอตัวแล้ว กระบะทำน็อตร่วงมอเตอร์เวย์ M7 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายรถยางรั่วทุกคัน

การติดตามจับกุมครั้งนี้ถือว่าทำได้รวดเร็วมากครับ โดยกรมทางหลวงได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด (CCTV) จนสามารถระบุตัวคนขับและเรียกตัวมาสอบสวนที่ สน.อ่อนนุช ได้ภายในวันเดียวกัน สำหรับสาเหตุนั้นเกิดจากความประมาทในการขนส่งวัสดุ โดยผู้ขับขี่ไม่ได้ปิดคลุมสิ่งของที่บรรทุกมาให้รัดกุม ส่งผลให้น็อตและสกรูร่วงกราวลงกลางถนน ทำให้เพื่อนร่วมทางได้รับความเสียหายอย่างเลี่ยงไม่ได้

ข่าวดีสำหรับผู้เสียหายคือทางผู้ประกอบการได้รับปากแล้วว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด ทั้งในส่วนที่อยู่ในวงเงินประกันและส่วนที่เกินมา เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกท่าน นี่ถือเป็นความรับผิดชอบที่ดีและควรนำไปเป็นตัวอย่างสำหรับการขนส่งสิ่งของบนท้องถนนสาธารณะ

ช่องทางติดต่อสำหรับผู้เสียหายในเหตุการณ์ เจอตัวแล้ว กระบะทำน็อตร่วงมอเตอร์เวย์ M7 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายรถยางรั่วทุกคัน

สำหรับใครที่ขับรถผ่านช่วงกิโลเมตรที่ 39+600 ในวันเกิดเหตุแล้วยางรั่วจากน็อตดังกล่าว ท่านสามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

  • เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.อ่อนนุช
  • เตรียมหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย หรือใบเสร็จค่าปะยาง/เปลี่ยนยาง
  • ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายให้ครบถ้วน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่ดีมากสำหรับผู้ประกอบการขนส่งและคนขับรถทุกท่านครับ การบรรทุกสิ่งของไม่ว่าจะเป็นวัสดุขนาดเล็กหรือใหญ่ จำเป็นต้องตรวจสอบความแข็งแรงของการยึดตรึงและการปิดคลุมให้มิดชิด ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นได้มหาศาลครับ

หวังว่าเรื่องราวของ เจอตัวแล้ว กระบะทำน็อตร่วงมอเตอร์เวย์ M7 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายรถยางรั่วทุกคัน จะช่วยเตือนสติให้เราทุกคนตรวจสอบสัมภาระก่อนออกเดินทาง เพื่อการแบ่งปันพื้นที่ถนนที่ปลอดภัยต่อกันทุกคนครับ ขับขี่ปลอดภัยด้วยความระมัดระวังนะครับ

ที่มา – เจอตัวแล้ว กระบะทำน็อตร่วงมอเตอร์เวย์ M7 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายรถยางรั่วทุกคัน

กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่รถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์

เชื่อว่าหลายคนที่มีแพลนอยากประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง หรือกำลังทำงานเป็นไรเดอร์และขับรถผ่านแอปพลิเคชันอยู่ คงจะกำลังมองหาโอกาสในการทำใบขับขี่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ติดปัญหาเรื่องเวลาในวันธรรมดา ล่าสุดมีข่าวดีมาฝากครับ เพราะทาง กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่รถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเลยครับ

รายละเอียดการเปิดทำใบขับขี่รถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อรองรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะครั้งแรก หรือการต่ออายุ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน ถึง 1 สิงหาคม 2569 นี้เท่านั้น โดยจะเปิดให้บริการในทุกวันเสาร์ เวลา 08.30 – 15.30 น. ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 นั่นเองครับ

เงื่อนไขการใช้บริการ กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่รถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์

สำหรับใครที่สนใจ อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนเดินทางไปนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องผ่านการอบรม e-Learning จากเว็บไซต์ dlt-elearning.com มาก่อนล่วงหน้า เพราะถ้ายังไม่ได้อบรมไป อาจจะเสียเวลาได้ครับ นอกจากนี้เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อม ได้แก่:

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบรับรองแพทย์ (ที่ออกไม่เกิน 1 เดือน)
  • ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (ถ้าทำใหม่ต้องเหลืออายุเกิน 2 เดือน หรือเป็นใบขับขี่ตลอดชีพ)
  • ผลการอบรม e-Learning
  • ใบอนุญาตขับรถสาธารณะเดิม (กรณีมาต่ออายุ)

ในส่วนของค่าธรรมเนียมนั้น รถยนต์สาธารณะอยู่ที่ 305 บาท และรถจักรยานยนต์สาธารณะอยู่ที่ 155 บาท หากใครต้องการทำบัตรเหลืองสำหรับขับรถแท็กซี่ อย่าลืมเตรียมรูปถ่ายขนาด 3 นิ้ว เป็นเสื้อคอปกสีพื้น จำนวน 3 รูปไปด้วยนะครับ โดยมีค่าธรรมเนียมบัตรเพียง 25 บาทเท่านั้น

ผมมองว่าการที่ กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่รถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์ แบบนี้ เป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะช่วยลดภาระให้กับคนที่ต้องทำงานประจำในวันจันทร์-ศุกร์ ให้สามารถมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ง่ายขึ้น การมีใบขับขี่ที่ถูกต้องนอกจากจะช่วยให้เราประกอบอาชีพได้อย่างสบายใจไร้กังวลเรื่องการถูกจับกุมแล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารอีกด้วย ใครที่รู้ตัวว่าใบขับขี่ใกล้หมดอายุ หรือกำลังจะเริ่มต้นอาชีพนี้ รีบจองคิวและเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ

ที่มา – กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่รถสาธารณะ นอกเวลาราชการ เฉพาะวันเสาร์ เริ่ม 13 มิ.ย.

VAR พลิกประวัติศาสตร์ mistaken identity ในบอลโลก!

VAR พลิกประวัติศาสตร์ mistaken identity ในบอลโลก!

ในศึกฟุตบอลโลกนัดล่าสุดที่สหรัฐอเมริกาเปิดสนามถล่มปารากวัยไปอย่างสวยงาม 4-1 เหตุการณ์หนึ่งที่ทำเอาแฟนบอลทั้งสนามและหน้าจอทีวีถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกคือการใช้ VAR พลิกประวัติศาสตร์ mistaken identity ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลกเลยทีเดียวครับ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อ VAR พลิกประวัติศาสตร์ mistaken identity?

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Tim Ream กองหลังรุ่นเก๋าของทีมชาติสหรัฐฯ โดนผู้ตัดสินแจกใบเหลืองจากการเข้าปะทะกับ Miguel Almiron แต่ทว่าเมื่อ VAR เข้ามาแทรกแซง ผู้ตัดสิน Danny Makkelie ได้เดินไปดูจอข้างสนาม ก่อนจะกลับคำตัดสินคืนใบเหลืองให้ Ream และหันไปแจกใบเหลืองให้กับ Almiron แทนเพราะมองว่าเขาพุ่งล้ม เรียกได้ว่า VAR พลิกประวัติศาสตร์ mistaken identity ครั้งนี้สร้างความแปลกใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก เพราะปกติตามกติกาทั่วไปหากเกมเริ่มไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาตัดสินได้

กฎใหม่ที่ทำให้สภาวะนี้เกิดขึ้นได้

การที่ VAR พลิกประวัติศาสตร์ mistaken identity ได้นั้น เป็นเพราะฟีฟ่าได้ปรับเปลี่ยนกฎกติกาใหม่ โดย Pierluigi Collina หัวหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสินได้ขอเพิ่มกฎกรณีระบุตัวผิด (mistaken identity) เข้ามาโดยเฉพาะ หากมีการลงโทษผิดตัว เช่น ให้ใบเหลืองหรือใบแดงกับคนที่ไม่เกี่ยว แต่จริงๆ แล้วเป็นการทำฟาวล์ของฝ่ายตรงข้าม ผู้ตัดสินสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที แม้ว่าเกมจะดำเนินต่อไปแล้วก็ตาม

  • การเปลี่ยนแปลงกติกาเพื่อความยุติธรรม
  • เทคโนโลยี VAR ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตัดสินความผิดพลาดจากฝั่งตรงข้าม
  • เสียงตอบรับจากบรรดากูรูและแฟนบอลไปในทิศทางที่น่าสนใจ

ทางด้าน Ashley Williams อดีตกองหลังทีมชาติเวลส์แสดงความคิดเห็นว่า แม้เหตุการณ์จะดูแปลกตาและแปลกใจที่ปล่อยให้เล่นต่อแล้วค่อยหยุดเกม แต่ถือว่าเป็นคำตัดสินที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ในขณะที่ตัวเกมเองทีมชาติสหรัฐฯ ภายใต้การคุมทีมของ Mauricio Pochettino ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ Folarin Balogun ที่ทำคนเดียวสองประตู ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะนัดแรกไปได้สำเร็จ

ส่วนตัวผมมองว่าการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อความยุติธรรมเป็นเรื่องที่ดีครับ แม้ช่วงแรกแฟนบอลอาจจะยังไม่คุ้นชิน แต่หากมันช่วยลดความผิดพลาดและทำให้คนทำผิดต้องได้รับโทษอย่างแท้จริง การปรับตัวของกติกาก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าและช่วยให้เกมฟุตบอลโปร่งใสมากขึ้น คุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับการใช้ VAR ในลักษณะนี้? อย่าลืมคอมเมนต์แชร์ความคิดเห็นกันนะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ