วัน: 15 มิถุนายน 2026

ที่ประชุม สว. เห็นชอบ 9 บุคคล ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

เป็นประเด็นที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อล่าสุดมีการรายงานว่าทางที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติสำคัญในการแต่งตั้งบุคลากรระดับสูง โดยที่ประชุม สว. เห็นชอบ 9 บุคคล ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด อย่างเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก เพื่อเข้ามาทำหน้าที่สำคัญในการรักษาความยุติธรรมทางปกครองของประเทศต่อไป

ที่ประชุม สว. เห็นชอบ 9 บุคคล ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

การดำเนินการคัดเลือกในครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 15 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 9 พ.ศ. 2560 ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มข้น

รายชื่อผู้ได้รับการอนุมัติให้เป็น ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

สำหรับบุคคลทั้ง 9 ท่านที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกและได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ได้แก่:

  • นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล
  • นายตระหง่าน เกียรติศิริโรจน์
  • นายวุฒิชัย แสงสำราญ
  • นายยรรยง ธัญทะพิพงศ์
  • นายสมสกุล ณ บางช้าง
  • นายตรีทศ นิโครธางกูร
  • นายประยูร ปรีดา
  • นายพัฒนา คูศรีพิทักษ์
  • นายหัสฎี ศรีวิเชียร

ทุกท่านได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนที่ท่วมท้นจากที่ประชุม แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบกฎหมายไทย โดยแต่ละท่านมีประสบการณ์และผลงานที่โดดเด่นซึ่งผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติมาแล้วเป็นอย่างดี

นอกเหนือจากการลงมติแต่งตั้งแล้ว ทางที่ประชุมยังได้มีการลงมติในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการไม่เปิดเผยบันทึกการประชุมจำนวน 5 ครั้ง รวมถึงรายงานลับของคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความเรียบร้อยตามระเบียบวุฒิสภา

การแต่งตั้งตุลาการศาลปกครองสูงสุดในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางปกครองให้มีความคล่องตัวและทรงประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่รอคอยการแต่งตั้งข้าราชการตุลาการเพื่อเข้าไปดูแลความเรียบร้อยของคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและเอกชน หากท่านใดต้องการติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติมในประเด็นนี้ สามารถคอยอัปเดตข้อมูลข่าวสารจากรัฐสภาอย่างต่อเนื่องครับ

ที่มา – ที่ประชุม สว. เห็นชอบ 9 บุคคล ดำรงตำแหน่ง “ตุลาการศาลปกครองสูงสุด”

ซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ทุ่ม 130 ล้าน ถ่ายทำ 11 จังหวัด

เชื่อว่าคอซีรีส์หลายคนคงต้องใจฟูแน่นอน เมื่อได้ยินข่าวว่าโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่อย่าง ซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ได้ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก โดยทุ่มงบประมาณกว่า 130 ล้านบาท กระจายตัวไปปักหมุดใน 11 จังหวัดทั่วไทย ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าไม่ได้แค่ความสนุก แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคักสุดๆ

ซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ปักหมุดถ่ายทำ 11 จังหวัดในไทย

การเข้ามาของ ซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ประเทศไทยของเรามีศักยภาพที่โดดเด่น ทั้งในเรื่องสถานที่ถ่ายทำที่มีความหลากหลายสวยงาม บุคลากรที่มีทักษะฝีมือ และมาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) ที่น่าดึงดูดใจ โดยทางกองถ่ายได้เลือกโลเคชันตั้งแต่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ไปจนถึงจังหวัดที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอย่างกาญจนบุรีและนครนายก

ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง:

  • การกระตุ้นการท่องเที่ยวใน 11 จังหวัดที่เป็นสถานที่ถ่ายทำ
  • การจ้างงานบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล
  • การใช้สินค้าและบริการในพื้นที่ ช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย

เบื้องหลังความสำเร็จและเป้าหมายรายได้หมื่นล้าน

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์สำคัญว่า มาตรการ Cash Rebate สูงสุด 28% คือหัวใจหลักที่ทำให้กองถ่ายระดับโลกเลือกไทย และซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ก็ใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้อย่างคุ้มค่า ซึ่งส่งผลให้เป้าหมายรายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทยทะลุ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2570 ดูไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สถิติในปี 2568 ที่พุ่งสูงถึง 7,717 ล้านบาท จาก 546 เรื่อง เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จที่มาถูกทางแล้ว

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของซีรีส์เรื่องนี้หรือไม่ แต่การที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากแพลตฟอร์มระดับโลกให้เข้ามาสร้างสรรค์งานศิลปะเช่นนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางคอนเทนต์โลกอย่างยั่งยืน เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าอนาคตจะมีโปรเจกต์ระดับบิ๊กโปรเจกต์ไหนจะตบเท้าเข้ามาเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำอีกบ้าง เพราะนี่คือผลดีกับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริงครับ!

ที่มา – ซีรีส์ทนายปีศาจ Netflix ทุ่ม 130 ล้านปักหมุด 11 จังหวัดถ่ายทำ ดันรายได้ไทยทะลุหมื่นล้าน

ช่องทางลงทะเบียนรับส่วนลด ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสารอัปเดตสำคัญสำหรับพี่น้องประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกันครับ โดยเฉพาะใครที่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับส่วนลดค่าสาธารณูปโภค บอกเลยว่าต้องรีบอ่านบทความนี้ด่วนๆ เพราะตอนนี้มีประกาศสำคัญเรื่อง ช่องทางลงทะเบียนรับส่วนลด “ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม เพื่อรักษาสิทธิ์ของท่านให้ทันตามกำหนดเวลาครับ

ช่องทางลงทะเบียนรับส่วนลด “ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม

กรมบัญชีกลางได้ออกมาแจ้งเตือนผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ในกรณีที่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิส่วนลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ให้รีบดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อยภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น. เท่านั้นนะครับ สำหรับใครที่เคยลงทะเบียนไปแล้วก่อนหน้านี้ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนซ้ำครับ

รายละเอียดและช่องทางลงทะเบียนสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับการลงทะเบียนในรอบนี้ จะเป็นการใช้สิทธิ์สำหรับรอบบิลเดือนกรกฎาคม 2569 ไปจนถึงรอบบิลเดือนสิงหาคม 2569 โดยช่องทางต่างๆ มีดังนี้ครับ:

  • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.): ลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ https://meaeservice.mea.or.th/welfare
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.): ลงทะเบียนที่ https://welfareregis.pea.co.th/Register
  • การไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ (กฟส.): ลงทะเบียนที่ https://walfareregis.sea.co.th
  • การประปานครหลวง (กปน.): ลงทะเบียนที่ https://eservicesapp.mwa.co.th/ES/MWAWelfareServlet
  • การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.): ลงทะเบียนที่ https://register.pwa.co.th/welfare-register.html

เงื่อนไขการรับส่วนลดที่ควรรู้

เพื่อให้ ช่องทางลงทะเบียนรับส่วนลด “ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ของท่านเป็นไปอย่างถูกต้อง ควรทราบเงื่อนไขดังนี้ครับ: สำหรับค่าไฟฟ้า รัฐจะอุดหนุนให้ 315 บาทต่อครัวเรือน หากเกินจากนี้ท่านต้องรับภาระเอง ส่วนค่าน้ำประปา รัฐอุดหนุนให้ 100 บาท หากใช้เกิน 100 บาทแต่ไม่เกิน 315 บาท ท่านต้องชำระส่วนต่างเอง และหากใช้เกิน 315 บาท ท่านต้องชำระค่าบริการทั้งหมดด้วยตนเองครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้เพื่อนๆ สามารถรักษาสิทธิ์ของตนเองได้อย่าลืมเช็กข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนกดลงทะเบียนนะครับ หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยตรงเลยครับ สิทธิ์ของเรา ต้องรักษาไว้ให้ดีครับ!

ที่มา – ช่องทางลงทะเบียนรับส่วนลด “ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม

ศาลเยาวชนฯ กาญจนบุรี จับมือ สสจ. ลงนาม MOU ยกระดับดูแลเด็ก-เยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม

เชื่อว่าหลายคนคงทราบดีว่าปัญหาของเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของสุขภาพกาย สุขภาพจิต และโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ล่าสุดถือเป็นข่าวดีของชาวจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อศาลเยาวชนฯ กาญจนบุรี จับมือ สสจ. ลงนาม MOU ยกระดับดูแลเด็ก-เยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างระบบการช่วยเหลือที่เข้มแข็งและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ศาลเยาวชนฯ กาญจนบุรี จับมือ สสจ. ลงนาม MOU ยกระดับดูแลเด็ก-เยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์สำคัญนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนางสาวเบญจพร รุ่งทรัพย์ไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธาน ร่วมกับนายแพทย์ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี การร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยาทั้งเด็ก เยาวชน รวมถึงครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือคดีความต่างๆ

ทำไมความร่วมมือนี้ถึงมีความสำคัญต่อสังคม?

การที่ ศาลเยาวชนฯ กาญจนบุรี จับมือ สสจ. ลงนาม MOU ยกระดับดูแลเด็ก-เยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม จะช่วยเพิ่มช่องทางในการส่งต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์และจิตสังคมที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในคดีครอบครัวที่มักส่งผลกระทบสะสมต่อจิตใจของเด็กและเยาวชน สาระสำคัญของการลงนามครั้งนี้ ได้แก่:

  • การบูรณาการดูแลสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างเป็นระบบ
  • การบำบัดฟื้นฟูผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด
  • การปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมผ่านหน่วยงานสาธารณสุข
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อติดตามดูแลในระยะยาว

นอกจากนี้ ในมุมมองของการทำงานบำบัดฟื้นฟู เราไม่ได้มองแค่การคุมประพฤติ แต่เรามองไปถึงการสร้างทักษะชีวิตและการสนับสนุนให้เยาวชนกลุ่มนี้กลับเข้าสู่สังคมได้อย่างภาคภูมิใจ การประสานพลังระหว่างหน่วยงานยุติธรรมและสาธารณสุขจะช่วยลดช่องว่างของปัญหา ทำให้เด็กที่ก้าวพลาดได้รับโอกาสที่เท่าเทียมและเหมาะสม

ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่หน่วยงานรัฐได้หันมาใส่ใจมิติด้านจิตใจและสังคมมากขึ้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เข้าใจและพร้อมช่วยเหลือ คือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กและเยาวชนไม่หลงทางซ้ำซาก หวังว่าโครงการนี้นำไปสู่ความสำเร็จและเป็นต้นแบบที่ดีให้กับจังหวัดอื่นๆ ทั่วไทยต่อไปครับ

ที่มา – ศาลเยาวชนฯ กาญจนบุรี จับมือ สสจ. ลงนาม MOU ยกระดับดูแลเด็ก-เยาวชน ในกระบวนการยุติธรรม

ฝีมือเพื่อนรัก ยิงเซียนวัวทิ้งสวนยาง สภาพคุกเข่า คว่ำหน้า พนมมือ

เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญผู้คนในพื้นที่ปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลาอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุสลดกรณี ฝีมือเพื่อนรัก ยิงเซียนวัวทิ้งสวนยาง สภาพคุกเข่า คว่ำหน้า พนมมือ ซึ่งสร้างความสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนที่สนิทกันถึงต้องมาก่อเหตุรุนแรงถึงเพียงนี้

เผยเบื้องหลัง ฝีมือเพื่อนรัก ยิงเซียนวัวทิ้งสวนยาง สภาพคุกเข่า คว่ำหน้า พนมมือ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อตำรวจสภ.ปาดังเบซาร์ได้รับแจ้งพบศพนายวายุ หรือเบียร์ อายุ 35 ปี เสียชีวิตอยู่ในสวนยางพาราใกล้แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย สภาพศพที่พบนั้นชวนให้สลดใจอย่างยิ่ง เพราะผู้ตายอยู่ในลักษณะคุกเข่า คว่ำหน้า และมือทั้งสองข้างพนมอยู่ ซึ่งดูเหมือนเป็นการวิงวอนขอชีวิตก่อนถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่จุดสำคัญถึง 4 นัด

ชนวนเหตุความแค้นที่สะสมมานาน

จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่ากรณี ฝีมือเพื่อนรัก ยิงเซียนวัวทิ้งสวนยาง สภาพคุกเข่า คว่ำหน้า พนมมือ ครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องวงการวัวชนและการพูดจาสบประมาทกัน โดยผู้ตายมักจะเย้ยหยางมือปืนอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายลงมือทำเรื่องที่คาดไม่ถึง

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและพยานบุคคลจนสามารถควบคุมตัวนายวินัย หรือแบ เพื่อนสนิทของผู้ตายได้สำเร็จ พร้อมของกลางและผลตรวจปัสสาวะที่เป็นสีม่วง โดยมีการตั้งข้อหาเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดและเตรียมขอศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงของมิตรภาพที่จบลงด้วยความตาย

  • ความขัดแย้งส่วนตัวมักมีจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่หากไม่หันหน้ามาคุยกันอาจบานปลายถึงขั้นชีวิต
  • การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่เคยส่งผลดีต่อใคร
  • อิทธิพลของยาเสพติดอาจมีผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของมือก่อเหตุ

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวนี้นับเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนในสังคมได้เป็นอย่างดีว่า การปล่อยให้ความโกรธแค้นหรือการดูถูกเหยียดหยามครอบงำจิตใจ อาจนำมาซึ่งการสูญเสียที่เรียกกลับคืนมาไม่ได้ เราควรมีสติและรู้จักการให้อภัย เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์ของคนใกล้ตัวต้องกลายเป็นโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก

ที่มา – ฝีมือเพื่อนรัก ยิงเซียนวัวทิ้งสวนยาง สภาพคุกเข่า คว่ำหน้า พนมมือ

เจาะลึกนโยบายเมืองเลี้ยงลูกได้ ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เจาะลึกแผนทำกรุงเทพฯ ให้เป็น เมืองเลี้ยงลูกได้ อย่างยั่งยืน

ปัญหาเรื่องการมีบุตรและภาระในการดูแลเด็กเล็กถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนกรุงกำลังเผชิญ ในปัจจุบัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้นำเสนอนโยบาย เมืองเลี้ยงลูกได้ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาการขาดแคลนสถานที่ดูแลเด็กเล็กที่มีคุณภาพและราคาเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ลังเลที่จะมีครอบครัว

จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น นายชัชชาติพบว่า กทม.มีเด็กปฐมวัยกว่า 250,000 คน แต่หน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด นโยบาย เมืองเลี้ยงลูกได้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาครัฐ แต่คือการดึงชุมชนและเอกชนเข้ามาร่วมมือกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการดูแลเด็กทั่วทั้งกรุงเทพฯ รวมถึงการขยายศูนย์ให้รองรับเด็กอ่อนตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างมาก

รายละเอียดมาตรการขับเคลื่อน เมืองเลี้ยงลูกได้

ทีมงานนโยบายได้วางแผนภายใต้แนวคิด 3 หมวด 9 มาตรการ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่อบอุ่นและพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ในยุคใหม่ ได้แก่:

  • หมวดการเข้าถึง: เพิ่มจำนวนเด็กในการดูแลผ่านระบบศูนย์เด็กเล็กในโรงพยาบาล และการดึงผู้สูงอายุในชุมชนเข้ามาช่วยผ่านโครงการบ้านย่ายาย
  • หมวดคุณภาพ: ยกระดับครูพี่เลี้ยง ปรับสัดส่วนการดูแลเด็กเล็กให้มีความปลอดภัย (1:3 สำหรับเด็กอ่อน) และเพิ่มงบประมาณอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน
  • หมวดผู้ปกครอง: สร้างพื้นที่ Play Day ในสวนสาธารณะ 53 แห่ง พร้อมบริการห้องสมุดของเล่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว

การลงทุนพัฒนาเด็กช่วงอายุ 0-6 ปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของเมือง การที่ภาครัฐเข้ามาอุ้มชูและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี จะช่วยให้พ่อแม่มั่นใจและสามารถออกไปทำงานสร้างรายได้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของลูกน้อยที่บ้าน นี่คือหัวใจสำคัญของการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริงครับ

หากเราทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่กลายเป็น Smart City ที่ไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยี แต่เป็นเมืองที่พร้อมเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกหลานเราทุกคนครับ

ที่มา – “ชัชชาติ” ชูเมืองเลี้ยงลูกได้ ดันศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุง หนุนเอกชน-ชุมชนร่วมอุ้ม

ลิซ่า ปชน. ลั่นสืบมาแล้วปมถอดรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand อ้างมีใบสั่ง

ลิซ่า ปชน. ลั่นสืบมาแล้วปมถอดรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand อ้างมีใบสั่ง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการสื่อมวลชนและแวดวงการเมืองไทย เมื่อ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ ‘ลิซ่า’ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกรณีการยุติรายการชื่อดังอย่าง เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ของ ‘หมาแก่’ หรือคุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับประชาชนจำนวนมากว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

เบื้องลึกใบสั่งจากอำนาจสีน้ำเงิน

ลิซ่า ปชน. ลั่นสืบมาแล้วปมถอดรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand อ้างมีใบสั่ง โดยเธอระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีความเชื่อมโยงกับความไม่พอใจของกลุ่ม ‘บ้านใหญ่’ หลังจากที่รายการได้นำเสนอเนื้อหาเจาะลึกโครงการ TH-AI Passport และการทำงานของ รมว.ดีอี อย่างเข้มข้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้มีอำนาจเกิดอาการร้อนตัวจนต้องสั่งปิดปากสื่อ

ประเด็นสำคัญที่โฆษกพรรคประชาชนเน้นย้ำ คือการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งปกติแล้วรัฐบาลควรทำหน้าที่ชี้แจงด้วยความจริงใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการใช้อำนาจเพื่อปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน การถอดรายการในลักษณะนี้จึงถูกมองว่าเป็นการท้าทายจริยธรรมของสื่อมวลชนและเสรีภาพในการรับรู้ของคนไทยอย่างรุนแรง

  • เปิดพฤติกรรมปิดปากสื่อเพื่อปกป้องผลประโยชน์พวกพ้อง
  • การตรวจสอบงบประมาณที่กลายเป็นเรื่องต้องห้าม
  • คำถามต่อระบอบสีน้ำเงินว่าทำไมถึงต้องกลัวการตรวจสอบ

ลิซ่าได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ถึงแม้รัฐบาลจะอ้างว่าไม่มีนอกมีใน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ลิซ่า ปชน. ลั่นสืบมาแล้วปมถอดรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand อ้างมีใบสั่ง นั้นมีมูลความจริงสูงมาก ทั้งนี้ทางกรรมาธิการพัฒนาการเมืองพร้อมที่จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด เพราะการปกป้องโครงการของตนเองจนเกินกว่าเหตุ สะท้อนให้เห็นถึงธาตุแท้ของการปิดหูปิดตาประชาชนเพื่อให้โครงการงบประมาณต่างๆ ดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครกล้าขวางทาง

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วกระแสสังคมจะสามารถกดดันให้รัฐบาลออกมาชี้แจงเรื่องนี้ได้อย่างไร หรือนี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการใช้อำนาจล้นเกินเพื่อรวบอำนาจสื่อไว้ในกำมือเพียงฝ่ายเดียวกันแน่ บทเรียนครั้งนี้คงเป็นเครื่องเตือนใจว่าเสรีภาพสื่อเป็นของมีค่าที่ต้องช่วยกันรักษาครับ

ที่มา – “ลิซ่า” ปชน. ลั่นสืบมาแล้วปมถอดรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ของหมาแก่ อ้างมีใบสั่ง

เจาะลึก Hydration Breaks ในฟุตบอลโลก ใครได้เปรียบ?

เจาะลึก Hydration Breaks ในฟุตบอลโลก ใครได้เปรียบ?

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด กลายเป็นภาพที่คุ้นตาไปเสียแล้วเมื่อกรรมการเป่านกหวีดหยุดเกมในช่วงนาทีที่ 22 ของแต่ละครึ่ง เพื่อให้นักเตะได้ดื่มน้ำและคลายความร้อน มาตรการ Hydration Breaks ในฟุตบอลโลก นี้ถูกนำมาใช้ในเกมทั้ง 104 นัด เพื่อรองรับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างหนักในหมู่แฟนบอลและกุนซือระดับโลก

Hydration Breaks ในฟุตบอลโลก เปลี่ยนเกมได้อย่างไร?

หลายคนตั้งคำถามว่า สิ่งนี้เป็นเรื่องของสุขภาพนักเตะหรือแค่ข้ออ้างเรื่องธุรกิจกันแน่? โค้ชชื่อดังอย่าง เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ออกมาแสดงความเห็นชัดเจนว่าเขาไม่ชอบการหยุดเกมแบบนี้หากสภาวะอากาศไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป เพราะมันมักจะทำลายจังหวะของเกมที่กำลังลื่นไหลอย่างน่าเสียดาย

วิเคราะห์ผลกระทบ: Momentum Breaks หรือกุญแจสู่ชัยชนะ?

ในมุมมองของกุนซือ การหยุดพัก 3 นาทีคือ “ช่วงเวลาทอง” ในการปรับแท็กติก จากตัวอย่างทีมชาติบราซิลที่ตามหลังโมร็อกโกอยู่ 1-0 การหยุดพักให้น้ำทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ ได้สื่อสารคำสั่งใหม่ๆ จนในที่สุดพวกเขากลับมาทวงประตูคืนได้สำเร็จ นี่คือหลักฐานชัดเจนว่า Hydration Breaks ในฟุตบอลโลก อาจไม่ใช่แค่เรื่องดื่มน้ำ แต่เป็นเรื่องของสมองและแท็กติกที่ถูกปรับเปลี่ยนกลางคัน

  • ฝั่งได้เปรียบ: ทีมที่ตั้งรับอยู่หรือทีมที่กำลังเสียความมั่นใจ มักใช้ช่วงเวลานี้ในการตั้งสติและปรับระบบการเล่นใหม่
  • ฝั่งเสียเปรียบ: ทีมที่กำลังบุกอย่างหนักมักจะสูญเสียจังหวะและโมเมนตัมไปเมื่อเกมต้องหยุดชะงัก

อย่างไรก็ตาม นักเตะระดับตำนานอย่าง ฆวน มาต้า ก็ยังคงยืนยันว่าการหยุดเกมแบบนี้ไม่ส่งผลดีต่อเสน่ห์ของฟุตบอล เพราะเมื่อคุณกำลังไล่ล่าประตู จังหวะที่ต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ในขณะที่กุนซืออย่าง หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ กลับมองว่าสุขภาพนักเตะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และการได้หยุดพักเพื่อปรับทัพเล็กน้อยก็เป็นวิถีของฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าการแข่งขันเพียงอย่างเดียว

บทสรุปของเรื่องนี้อาจยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือความเห็นที่แตกต่างระหว่างฝ่ายที่เน้นผลประโยชน์ทางการค้าและการถ่ายทอดสด กับฝ่ายที่เน้นวิทยาศาสตร์การกีฬา ท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดว่าการหยุดพักแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ หรือมันกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลที่แฟนบอลต้องทำความเข้าใจไปตลอดกาล?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“สนธิญา” โต้ “พริษฐ์” ยันโพย สว. ไร้ความหมาย ระบบจับสลากไขว้บล็อกคะแนนไม่ได้

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สว. ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นการตั้งข้อสงสัยเรื่องการใช้โพยในการเลือกตั้ง สว. โดยนายสนธิญาได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนฝั่งตรงข้ามที่ออกมาอธิบายความจริงในมุมมองของตน หลังจากที่มีกระแสข่าวจากทางฝั่งพรรคประชาชนโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องการพบโพยขณะเลือกตั้ง

“สนธิญา” โต้ “พริษฐ์” ยันโพย สว. ไร้ความหมาย ระบบจับสลากไขว้บล็อกคะแนนไม่ได้

หลายคนอาจจะกำลังสับสนว่าตกลงแล้วโพยที่กล่าวถึงนั้นมีผลจริงหรือไม่ นายสนธิญาได้ยืนยันหนักแน่นว่า จากประสบการณ์จริงที่ลงสนามด้วยตัวเอง “สนธิญา” โต้ “พริษฐ์” ยันโพย สว. ไร้ความหมาย ระบบจับสลากไขว้บล็อกคะแนนไม่ได้ อย่างแน่นอน เพราะในขั้นตอนปฏิบัติจริงของ กกต. มีมาตรการคัดกรองที่เข้มงวดมาก

ทำไมโพยถึงไม่มีผล? ไขข้อสงสัยจากนักร้องเรียนการเมือง

นายสนธิญาได้ไขข้อข้องใจผ่านมุมมองของคนในพื้นที่ว่า:

  • ผู้สมัครทุกคนได้รับหนังสือแนะนำตัวที่มีข้อมูลครบถ้วนอยู่แล้ว การจดบันทึกรายชื่อเป็นเรื่องปกติที่ช่วยเรื่องความจำ
  • กกต. มีมาตรการให้เก็บเอกสารต่างๆ ไว้ด้านนอกห้องเลือกตั้งก่อนเข้าสู่วงจรการลงคะแนน
  • ระบบการจับสลากไขว้กลุ่มเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การล็อคผลหรือบล็อกคะแนนทำได้ยากมากถึงเป็นไปไม่ได้เลย

นายสนธิญายังเสริมอีกว่า แม้จะมีคนพยายามจะทำโพย แต่เมื่อขั้นตอนการจับสลากไขว้กลุ่มเริ่มขึ้น ทุกอย่างจะถูกสุ่มใหม่หมด ทำให้รายชื่อที่จดมานั้นกลายเป็นเพียงกระดาษไร้ค่าที่ช่วยใครไม่ได้ นอกจากนี้ ในห้องเลือกตั้งยังมีกล้อง CCTV คอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลา ทำให้ทุกการกระทำอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่และกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

สรุปประเด็นสำคัญเรื่องการเลือกตั้ง สว.

จากคำบอกเล่าของคุณสนธิญาที่กล่าวว่า “สนธิญา” โต้ “พริษฐ์” ยันโพย สว. ไร้ความหมาย ระบบจับสลากไขว้บล็อกคะแนนไม่ได้ เราจะเห็นได้ว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “กระดาษโพย” แต่อยู่ที่ตัวระบบการเลือกตั้งที่มีกลไกการสุ่มและถ่วงดุลในตัวมันเอง อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสยังคงเป็นสิ่งที่สังคมเฝ้าจับตา และเป็นความหวังของประชาชนที่ต้องการให้การเลือกตั้ง สว. ในครั้งต่อๆ ไปมีความชัดเจนและเป็นธรรมที่สุด เพื่อที่ได้ตัวแทนที่มีคุณภาพเข้ามาทำหน้าที่สำคัญให้กับประเทศชาติครับ

ที่มา – “สนธิญา” โต้ “พริษฐ์” ยันโพย สว. ไร้ความหมาย ระบบจับสลากไขว้บล็อกคะแนนไม่ได้