เจาะลึกแผนทำกรุงเทพฯ ให้เป็น เมืองเลี้ยงลูกได้ อย่างยั่งยืน
ปัญหาเรื่องการมีบุตรและภาระในการดูแลเด็กเล็กถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนกรุงกำลังเผชิญ ในปัจจุบัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้นำเสนอนโยบาย เมืองเลี้ยงลูกได้ เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาการขาดแคลนสถานที่ดูแลเด็กเล็กที่มีคุณภาพและราคาเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ลังเลที่จะมีครอบครัว
จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น นายชัชชาติพบว่า กทม.มีเด็กปฐมวัยกว่า 250,000 คน แต่หน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด นโยบาย เมืองเลี้ยงลูกได้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของภาครัฐ แต่คือการดึงชุมชนและเอกชนเข้ามาร่วมมือกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการดูแลเด็กทั่วทั้งกรุงเทพฯ รวมถึงการขยายศูนย์ให้รองรับเด็กอ่อนตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างมาก
รายละเอียดมาตรการขับเคลื่อน เมืองเลี้ยงลูกได้
ทีมงานนโยบายได้วางแผนภายใต้แนวคิด 3 หมวด 9 มาตรการ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่อบอุ่นและพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ในยุคใหม่ ได้แก่:
- หมวดการเข้าถึง: เพิ่มจำนวนเด็กในการดูแลผ่านระบบศูนย์เด็กเล็กในโรงพยาบาล และการดึงผู้สูงอายุในชุมชนเข้ามาช่วยผ่านโครงการบ้านย่ายาย
- หมวดคุณภาพ: ยกระดับครูพี่เลี้ยง ปรับสัดส่วนการดูแลเด็กเล็กให้มีความปลอดภัย (1:3 สำหรับเด็กอ่อน) และเพิ่มงบประมาณอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน
- หมวดผู้ปกครอง: สร้างพื้นที่ Play Day ในสวนสาธารณะ 53 แห่ง พร้อมบริการห้องสมุดของเล่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว
การลงทุนพัฒนาเด็กช่วงอายุ 0-6 ปี ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของเมือง การที่ภาครัฐเข้ามาอุ้มชูและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี จะช่วยให้พ่อแม่มั่นใจและสามารถออกไปทำงานสร้างรายได้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของลูกน้อยที่บ้าน นี่คือหัวใจสำคัญของการทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริงครับ
หากเราทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่กลายเป็น Smart City ที่ไม่ได้มีดีแค่เทคโนโลยี แต่เป็นเมืองที่พร้อมเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกหลานเราทุกคนครับ
ที่มา – “ชัชชาติ” ชูเมืองเลี้ยงลูกได้ ดันศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุง หนุนเอกชน-ชุมชนร่วมอุ้ม


