วัน: 16 มิถุนายน 2026

วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าบริการ 1 พันบาท

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ที่กำลังมีประพฤติตัวไม่เหมาะสมขณะปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดเป็นประเด็น วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมเป็นวงกว้าง

วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท

เหตุการณ์น่าตกใจนี้เกิดขึ้นกับคุณยายวัย 83 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อาศัยอยู่ในอำเภอวาริชภูมิ โดยหลานสาวของผู้ป่วยได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวว่า ผอ.รพ.สต. รายดังกล่าวนั้นได้เข้ามาให้บริการเจาะเลือดถึงที่บ้าน แต่กลับมีอาการมึนเมาและถือกระป๋องเบียร์ติดตัวมาด้วย ระหว่างที่ทำการเจาะเลือดนั้นมีความผิดพลาดหลายครั้งจนแขนของคุณยายบวมช้ำ ทำให้ญาติทนไม่ไหวต้องสอบถามถึงความไม่เป็นมืออาชีพนี้

พฤติกรรมไม่เหมาะสมและการอ้างเรียกเก็บเงิน

ที่น่าตกใจยิ่งกว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่ คือเมื่อญาติสอบถามถึงความผิดพลาด ผอ.รายนี้กลับมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมกล่าวอ้างลอยๆ ว่าการมาให้บริการนอกสถานที่นั้นมีค่าใช้จ่ายชั่วโมงละ 1,000 บาท ซึ่งประเด็นเรื่อง วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท ถือเป็นเรื่องที่หน่วยงานต้นสังกัดต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเกี่ยวข้องทั้งในด้านจริยธรรมวิชาชีพและกฎระเบียบของทางราชการ

  • บุคคลากรทางการแพทย์ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการ
  • การดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
  • การเรียกเก็บเงินนอกเหนือระเบียบราชการถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรง

จากข้อมูลของชาวบ้านในพื้นที่ พบว่าผู้ก่อเหตุรายนี้มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวมาพักใหญ่ และคนในชุมชนต่างทราบดีถึงเรื่องการดื่มสุราจนส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ความเชื่อมั่นของชาวบ้านที่ฝากไว้กับ รพ.สต. เริ่มสั่นคลอน และทุกคนต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่กำกับดูแล ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดและหน่วยงานสาธารณสุข เร่งลงมาแก้ไขปัญหาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยรายอื่น

ในฐานะประชาชน เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เพราะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควรจะเป็นสถานที่ที่พึ่งพาได้มากที่สุดของชุมชน ไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องหวาดระแวง และเชื่อว่าหากผลสอบสวนออกมาแล้วพบว่ามีความผิดจริง ควรต้องมีการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับบุคลากรคนอื่นๆ ต่อไป

ที่มา – วิจารณ์ยับ ผอ.รพ.สต. ซดเบียร์เจาะเลือดยายวัย 83 ปี อ้างค่าให้บริการนอกสถานที่ 1 พันบาท

“เฉลิมพงศ์” ฉะยับระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ย้ายบ่อยทำภูเก็ตพัง

“เฉลิมพงศ์” ฉะยับระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ย้ายบ่อยทำภูเก็ตพัง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนภูเก็ตกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีการเคลื่อนไหวของ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่ออกมาตีแผ่ความล้มเหลวของการบริหารจัดการส่วนกลาง โดยเฉพาะเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกิดขึ้นถี่เกินไป จนหลายคนตั้งฉายาให้ว่าเป็นระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ที่สร้างความเสียหายให้กับจังหวัดท่องเที่ยวระดับโลกอย่างมหาศาล

นายเฉลิมพงศ์ ได้ชี้ให้เห็นว่า การที่ผู้ว่าฯ ถูกย้ายบ่อยครั้งเพียงไม่ถึงปี ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบาย เมืองภูเก็ตไม่ได้ต้องการเพียงคนมาเพื่อรอเกษียณอายุราชการหรือสร้างผลงานเพื่อรอเลื่อนตำแหน่ง แต่ต้องการ “นักบริหาร” ที่เข้าใจปัญหาที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด ปัญหาน้ำประปา หรือแม้แต่เรื่องมาเฟียในพื้นที่

ปัญหาโครงสร้างที่ต้องแก้ไขด้วยการเลือกตั้ง

ทำไม “เฉลิมพงศ์” ฉะยับระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ย้ายบ่อยทำภูเก็ตพัง กลายเป็นวาทกรรมหลักของเรื่องนี้? เพราะปัญหาของภูเก็ตมีความซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ด้วยนโยบายระยะสั้นๆ ที่สั่งตรงมาจากกรุงเทพฯ การบริหารที่ไร้ทิศทางคงที่ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกว่าพวกเขาไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิตของเมืองตัวเองเลยแม้แต่น้อย

แนวทางที่ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชนเสนอและดูจะเป็นทางออกที่ยั่งยืนที่สุดคือ:

  • การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง: เพื่อให้ผู้บริหารเมืองยึดโยงกับเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
  • การกระจายอำนาจ: ให้คนในจังหวัดมีสิทธิ์จัดลำดับความสำคัญของปัญหาด้วยตัวเอง
  • ความรับผิดชอบเชิงประจักษ์: ถ้าผู้ว่าฯ คนไหนทำงานดี ประชาชนย่อมให้โอกาสทำงานต่อ แต่ถ้าทำพัง ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ตัดสินผ่านคูหาเลือกตั้ง

หากเรายังวนเวียนอยู่กับระบบเดิมที่แต่งตั้งคนจากส่วนกลางลงมา โดยไม่ได้คำปรึกษาจากคนในพื้นที่ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ได้ยินข่าว “เฉลิมพงศ์” ฉะยับระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ย้ายบ่อยทำภูเก็ตพัง จะยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกไปอีกนานแสนนาน

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยจะกล้าก้าวข้ามกรอบแนวคิดแบบรวมศูนย์เดิมๆ แล้วหันมามอบอำนาจการตัดสินใจให้คนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลบ้านเกิดของตนเอง เพื่อพัฒนาภูเก็ตให้เป็นเมืองที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคน การทวงคืนสิทธิในการเลือกผู้นำจังหวัด คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง

ที่มา – “เฉลิมพงศ์” ฉะยับระบบ “ผู้ว่าฯ ผ่านทาง” ย้ายบ่อยทำภูเก็ตพัง

ไข่ไก่สีชมพู เป็นไข่จริงแต่อาจปนเปื้อนแบคทีเรีย ห้ามกิน!

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินข่าวฮือฮาเกี่ยวกับ ไข่ไก่สีชมพู ที่ทำให้ชาวบ้านในอำเภอแม่สะเรียงต้องตกใจหลังจากซื้อมาต้มแล้วพบว่าเนื้อไข่เปลี่ยนเป็นสีชมพูผิดปกติ หลายคนกังวลว่าเป็นไข่ปลอมหรือไข่ฉีดสีหรือไม่ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้กันครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว

“ไข่ไก่สีชมพู” เป็นไข่จริงแต่อาจปนเปื้อนแบคทีเรีย ห้ามกิน!

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบโดยปศุสัตว์และสาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง ได้มีการยืนยันแล้วว่าไข่ที่มีความผิดปกติจนกลายเป็นสีชมพูนั้น ไม่ใช่ไข่ปลอมอย่างแน่นอน แต่สาเหตุที่ทำให้ไข่เปลี่ยนสีนั้นเกิดจากจุลินทรีย์ที่เข้าไปปนเปื้อนครับ

สาเหตุที่แท้จริงของไข่ไก่สีชมพู

นักวิชาการระบุว่า ปรากฏการณ์ ไข่ไก่สีชมพู เกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น เชื้อในกลุ่ม Pseudomonas ซึ่งเป็นเชื้อที่สร้างสารสีได้ โดยเชื้อเหล่านี้มักจะเล็ดลอดเข้าไปในไข่ผ่านทางรอยร้าวขนาดเล็กที่มองไม่เห็นบนเปลือกไข่ หรือเกิดจากการเก็บรักษาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและไม่สะอาดเพียงพอ

เมื่อได้รับเชื้อเหล่านี้เข้าไปในไข่แบคทีเรียจะทำการย่อยสลายและสร้างเม็ดสี ส่งผลให้ไข่ที่ควรจะมีสีขาวหรือสีเหลืองทองเปลี่ยนสภาพไปจนน่าตกใจ หากใครบังเอิญเจอกับไข่ที่มีสีผิดปกติแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นสีชมพู สีเขียว หรือมีกลิ่นเหม็น ต้องพึงระลึกไว้เลยว่า ห้ามนำมารับประทานโดยเด็ดขาด เพราะความเสี่ยงที่คุณจะได้รับนั้นไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ ตัวอันตรายที่อาจแฝงมากับไข่ ได้แก่:

  • เชื้อแบคทีเรียอันตราย: นำไปสู่อาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรง
  • อาการข้างเคียง: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือถ่ายเหลวอย่างรุนแรง
  • ความเสี่ยงต่อร่างกาย: ในรายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจลุกลามถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้

สำหรับการเลือกซื้อไข่ไก่นั้น ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบเปลือกไข่ให้ดีก่อนซื้อทุกครั้ง ไม่ควรมีคราบสกปรก รอยแตกร้าว หรือมีสีที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ หากพบไข่ที่ผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่ปนเปื้อนหลุดรอดไปถึงมือผู้บริโภครายอื่นครับ

การดูแลสุขภาพเริ่มได้ง่ายๆ จากการสังเกตสิ่งที่เราบริโภคเข้าสู่ร่างกาย อย่ามองข้ามความผิดปกติเพียงเล็กน้อย เพราะสุขภาพของเราสำคัญกว่าสิ่งใดเสมอ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนระมัดระวังในการเลือกซื้อไข่ไก่มากขึ้นนะครับ

ที่มา – “ไข่ไก่สีชมพู” เป็นไข่จริง แต่อาจปนเปื้อนแบคทีเรีย เตือนห้ามกินเด็ดขาด

ภูมิใจไทย ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ปลดล็อกท้องถิ่น

ภูมิใจไทย ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ปลดล็อกท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทยเคาะมติเอกฉันท์ เดินหน้าเตรียมยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอย่างเป็นทางการ โดยเน้นเป้าหมายไปที่การปรับโครงสร้างประเทศให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้ก้าวทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

นายศุภชัย ใจสมุทร แกนนำฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้รายละเอียดว่า พรรคมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลักดันการแก้ไขใน 2 ประเด็นหลัก นั่นคือการยกเลิกหมวดการปฏิรูปประเทศ และการปลดล็อกอำนาจการจัดเก็บภาษีท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการกระจายอำนาจสู่ภูมิภาคอย่างแท้จริง

เหตุผลเบื้องหลังการดัน ภูมิใจไทย ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

สำหรับการยกเลิกหมวดการปฏิรูปประเทศ พรรคภูมิใจไทยมองว่าการคงกฎเกณฑ์ที่ตายตัวไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่คอยขัดขวางการแก้ปัญหาในมิติภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปรับโครงสร้างนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการปัญหาของประเทศได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวยิ่งขึ้น ในขณะที่ประเด็นภาษีท้องถิ่นนั้น จะช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องงบประมาณแผ่นดินที่จำกัด ทำให้ท้องถิ่นสามารถนำรายได้มาต่อยอดและพัฒนาพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

  • การยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศ: เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารราชการแผ่นดิน
  • ปลดล็อกภาษีท้องถิ่น: ให้อำนาจท้องถิ่นตรากฎหมายจัดเก็บภาษีเอง
  • แนวทางการดำเนินการ: ยื่นแก้ไขแบบรายมาตรา ซึ่งสามารถทำได้ตามสิทธิโดยไม่ต้องผ่านประชามติ

นอกจากประเด็นรัฐธรรมนูญแล้ว นายศุภชัยยังได้โต้กลับกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง โดยชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของบางบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีคดีความในอดีตนั้น ควรกลับมามองดูตัวเองบ้าง โดยเฉพาะประเด็นการรุกล้ำลำน้ำที่เคยถูกศาลตัดสินให้รื้อถอน ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญของการใช้มาตรฐานจริยธรรมในการตรวจสอบผู้อื่น

การตัดสินใจของพรรคในการรันภารกิจ ภูมิใจไทย ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการเมือง แต่ยังเป็นความพยายามในการปรับปรุงกลไกพื้นฐานของประเทศให้ใช้งานได้จริงในยุคสมัยใหม่ ต้องรอดูกันต่อไปว่าความเคลื่อนไหวนี้จะสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงเพียงใดในสมัยประชุมหน้า

คุณล่ะคิดอย่างไรกับการที่พรรคการเมืองหันมาผลักดันการกระจายอำนาจด้วยการปลดล็อกภาษีท้องถิ่น? นี่อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คนในพื้นที่สามารถกำหนดอนาคตของตัวเองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าเดิมหรือไม่?

ที่มา – “ภูมิใจไทย” มติเอกฉันท์ชงแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โละหมวดปฏิรูปประเทศ-ปลดล็อกภาษีท้องถิ่น

ทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีในแวดวงเกษตรกรไทยมาอัปเดตกันครับ เป็นข่าวที่น่ายินดีมากเมื่อล่าสุดมีการทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปพอสมควรเลยครับ

ทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน อย่างโปร่งใส

ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการนำของรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการระบายยางพาราเก่าที่ค้างอยู่ในสต็อก เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเงินสดและนำมาหมุนเวียนและใช้หนี้ ธ.ก.ส. ตามนโยบายรัฐครับ ซึ่งผลตอบรับที่ได้นั้นเรียกว่าเกินความคาดหมายไปไกลมาก

รายละเอียดการประมูลทำไมถึงสำเร็จทะลุเป้าหมาย

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การประมูลครั้งนี้ประสบความสำเร็จและเกิดผลลัพธ์คือการทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน ได้นั้น เกิดจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้ครับ:

  • ความโปร่งใส: กยท. ยึดหลักการประมูลที่เปิดเผย มีการแยกโกดังให้เอกชนแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
  • จังหวะเวลาที่ใช่: ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ราคายางพาราอยู่ในเกณฑ์ดีและปริมาณในตลาดมีน้อย การนำยางสต็อกออกมาจึงได้ราคาสูง
  • ไม่กระทบตลาด: ยางที่นำออกมาคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตรวม จึงมั่นใจได้ว่าไม่เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดแน่นอน

ด้วยราคากลางที่ดึงดูดใจ และความมั่นใจในกระบวนการทำงาน ทำให้ภาคเอกชนตบเท้าเข้าร่วมประมูลกันอย่างคึกคัก จนตัวเลขพุ่งไปถึง 1,232.2 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคากลางตั้งต้นถึง 34.82% ครับ

สรุปภาพรวมและก้าวต่อไปของการยางไทย

การที่รัฐบาลสามารถทำผลงานการทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน ได้ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรเกษตรให้คุ้มค่าที่สุด โดยเงินส่วนนี้จะถูกนำไปชำระหนี้ ธ.ก.ส. และค่าเช่าโกดังโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายกย่องมากครับ

ผมเชื่อว่าความโปร่งใสและชัดเจนแบบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพาราไทยได้เป็นอย่างดี ใครมีความเห็นอย่างไรบ้าง คอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ

ที่มา – ทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน

อนาคต Tino Livramento ในฟุตบอลโลก สั่นคลอนหลังบาดเจ็บ

อนาคต Tino Livramento ในฟุตบอลโลก สั่นคลอนหลังบาดเจ็บ

แฟนบอลทีมชาติอังกฤษต้องพบกับข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า Tino Livramento แบ็กขวาตัวเก่งจาก Newcastle United ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ของเจ้าตัวในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ดูมืดมนลงทันที จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลทั่วโลกให้ความสนใจว่า อนาคต Tino Livramento ในฟุตบอลโลก สั่นคลอนหลังบาดเจ็บ ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร

วิเคราะห์สถานการณ์: ทำไม อนาคต Tino Livramento ในฟุตบอลโลก สั่นคลอนหลังบาดเจ็บ

ทีมแพทย์ของทีมชาติอังกฤษกำลังเร่งประเมินอาการของ Tino Livramento อย่างใกล้ชิด แม้ว่าเจ้าตัวจะเคยมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ต้นขาในช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมาจนพลาดลงสนามไปถึง 5 สัปดาห์เต็ม แต่ทุกคนก็ยังหวังว่าเขาจะฟิตทันเวลา อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่อังกฤษจะมีคิวลงสนามนัดเปิดหัวกับโครเอเชียในวันพุธนี้ กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อนาคต Tino Livramento ในฟุตบอลโลก สั่นคลอนหลังบาดเจ็บ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โอกาสของตัวสำรองหากต้องเปลี่ยนตัว

หากอาการบาดเจ็บของเขาร้ายแรงเกินกว่าจะหายทันในเวลาที่กำหนด ฝ่ายจัดการทีมอาจต้องมีการปรับทัพครั้งใหญ่ โดยมีชื่อของ Trevoh Chalobah กองหลังสายแกร่งจากเชลซีที่เป็นตัวสำรองในลิสต์รอเสียบแทน ซึ่งการเปลี่ยนตัวในนาทีสุดท้ายแบบนี้ย่อมส่งผลต่อระบบทีมไม่มากก็น้อย

  • Tino Livramento บาดเจ็บระหว่างฝึกซ้อม
  • ทีมแพทย์เร่งประเมินอาการก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์
  • Trevoh Chalobah พร้อมสแตนด์บายทำหน้าที่แทน

ในมุมมองของแฟนบอล การขาดหายไปของ Livramento อาจเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญในแนวรับของทีมสิงโตคำราม เนื่องจากสไตล์การเล่นที่ดุดันและเติมเกมบุกได้ดีของเขาเป็นอาวุธสำคัญที่เราตั้งตารอชมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หวังว่าข่าวร้ายครั้งนี้จะไม่ได้กลายเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุด และเราคงต้องมารอลุ้นประกาศอย่างเป็นทางการจากแคมป์ทีมชาติกันต่อไปครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

พ่อเฒ่าเสียชีวิต เมียเศร้าจะหาเงินที่ไหนจัดงานศพ ก่อนเปิดกล่อง เจอเงิน 1.8 ล้าน

พ่อเฒ่าเสียชีวิต เมียเศร้าจะหาเงินที่ไหนจัดงานศพ ก่อนเปิดกล่อง เจอเงิน 1.8 ล้าน

เรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์ที่กลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล เมื่อมีรายงานว่าพ่อเฒ่าเสียชีวิต เมียเศร้าจะหาเงินที่ไหนจัดงานศพ ก่อนเปิดกล่อง เจอเงิน 1.8 ล้าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี สร้างความตกใจและซาบซึ้งใจให้กับครอบครัวและชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นายอินทร์ แสนดง คุณตาวัย 78 ปี ใช้ชีวิตอย่างสมถะมาโดยตลอด แม้แต่ก๋วยเตี๋ยวก็ไม่กล้าซื้อกิน บ้านที่อยู่อาศัยก็ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ทุกครั้งที่ภรรยาเอ่ยปากให้ทำบ้านต่อ คุณตาก็มักจะตอบกลับมาว่าไม่มีเงิน จนกระทั่งวันที่ท่านจากไป ภรรยาคือคุณยายแดงถึงกับมืดแปดด้านว่าจะหาเงินที่ไหนมาจัดงานศพให้สามี

วินาทีเปิดกล่องสมบัติที่ไม่มีใครคาดคิด

เมื่อไร้ทางออก คุณยายแดงจึงตัดสินใจเรียกให้ลูกๆ มาช่วยเปิดกล่องเครื่องมือช่างของคุณตาที่เก็บสะสมไว้ในบ้าน และเมื่อเปิดออกมา ทุกคนต้องตะลึงเมื่อพบกับเงินสดจำนวนมหาศาลรวมแล้วกว่า 1.8 ล้านบาท และสร้อยคอทองคำอีก 1 บาท พ่อเฒ่าเสียชีวิต เมียเศร้าจะหาเงินที่ไหนจัดงานศพ ก่อนเปิดกล่อง เจอเงิน 1.8 ล้าน บาทนี้ กลายเป็นบทเรียนที่พิสูจน์ให้ลูกหลานเห็นถึงวินัยในการออมอย่างเคร่งครัด

  • คุณตาเป็นคนประหยัด อดออม ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
  • เงินทั้งหมดถูกเก็บสะสมมาจากการทำไร่ ทำนา และขายวัวควาย
  • คุณยายไม่เคยล่วงรู้ถึงจำนวนเงินที่แท้จริง เพราะเป็นคนไม่อยากก้าวก่ายของสามี

ลูกชายของคุณตาเล่าว่า พ่อเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยม ท่านมักจะสอนเสมอว่าให้รู้จักเก็บออม อย่าใช้จ่ายเกินตัว เงินทุกบาทที่ท่านมีท่านเก็บไว้เพื่อดูแลภรรยาและครอบครัวให้มีความมั่นคงในวาระสุดท้ายของชีวิต แม้ตัวท่านจะจากไป แต่สิ่งที่ท่านทิ้งไว้คือมรดกอันมีค่าและบทเรียนในการใช้ชีวิตให้ลูกหลานได้จดจำ

การจัดการกับเงินก้อนนี้ ครอบครัวได้วางแผนนำไปฝากธนาคารเพื่อเป็นกองทุนมรดกให้ลูกทั้ง 3 คน และเอาไว้ดูแลคุณยายแดงยามเจ็บป่วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความรักและการดูแลกันภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เหนือกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ

ในมุมมองของแอดมิน เชื่อว่าเรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวที่อ่านแล้วผ่านไป แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นใหม่หันมามองความสำคัญของการวางแผนการเงิน หากเราเริ่มต้นเก็บออมตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องมากมาย แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ วันหนึ่งข้างหน้าเราจะมีหลักประกันที่มั่นคงให้กับคนข้างหลังได้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – พ่อเฒ่าเสียชีวิต เมียเศร้าจะหาเงินที่ไหนจัดงานศพ ก่อนเปิดกล่อง เจอเงิน 1.8 ล้าน

Derek McInnes จะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Rangers หรือไม่?

Derek McInnes จะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Rangers หรือไม่?

ในขณะที่กระแสฟุตบอลโลกกำลังร้อนแรง แต่ดูเหมือนแฟนบอลสกอตแลนด์กำลังให้ความสนใจกับข่าวลือที่ว่า Derek McInnes กุนซือมากฝีมือของ Hearts กำลังจะย้ายไปคุมทีม Rangers หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าจับตามองที่สุดในฤดูกาลนี้ เพราะ McInnes เพิ่งจะพา Hearts สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเกือบคว้าแชมป์ในรอบ 66 ปีมาครองได้สำเร็จ

สถานะ Derek McInnes จะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Rangers หรือไม่?

Tony Docherty อดีตผู้ช่วยคนสนิทของเขากล่าวอย่างมั่นใจว่า McInnes คือคนที่ใช่ที่สุดสำหรับถิ่น Ibrox เขามองว่าด้วยประสบการณ์และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่สูงลิ่ว จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำของทีมได้ “ถ้าโอกาสนี้มาถึง ผมคิดว่านี่คือทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Rangers จริงๆ ครับ” Docherty กล่าวในพอดแคสต์ฟุตบอลสกอตแลนด์

DNA ของผู้ชนะในมุมมองของ Derek McInnes จะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Rangers หรือไม่?

ปัญหาเรื้อรังที่ Rangers เผชิญมาตลอดหลายปีคือเรื่องของ ‘ทัศนคติ’ แม้ทีมจะมีขุมกำลังที่ดี แต่เมื่อถึงช่วงวิกฤตกลับมักจะหลุดฟอร์มไปง่ายๆ Docherty เชื่อว่า McInnes จะเข้ามาเปลี่ยนจุดนี้ได้ เพราะเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูง และการที่เขาเคยเล่นให้กับ Rangers มาก่อนตั้งแต่ปี 1995-2000 ทำให้เขามีความผูกพันกับสโมสรอย่างเหนียวแน่น

หากเรามองไปที่เส้นทางอาชีพของเขา แม้จะยังไม่ได้แชมป์ลีกสูงสุดมากมาย แต่ McInnes คือกุนซือที่รีดศักยภาพทีมระดับกลางให้ขึ้นมาสู้กับทีมใหญ่อย่าง Celtic ได้อย่างไม่เกรงกลัว ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นวินัยและความนิ่งในจังหวะสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Rangers ขาดหายไปในช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา

อีกฝ่ายหนึ่งอย่าง Rory Loy อดีตกองหน้าชื่อดังก็เห็นด้วย โดยมองว่านี่เป็นจังหวะที่ลงตัวที่สุดสำหรับสโมสร การดึง McInnes เข้ามาคือการเดิมพันที่คุ้มค่าเพื่อแย่งชิงบัลลังก์คืนจากคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Celtic ที่คุมทีมโดย Martin O’Neill ซึ่งถ้าทั้งสองคนได้ดวลกุนซือกันจริงในฤดูกาลหน้า รับรองได้เลยว่าแฟนบอลได้ชมการลุ้นแชมป์ที่ดุเดือดไปจนถึงนัดสุดท้ายแน่นอน

ในความคิดเห็นส่วนตัว หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง เราไม่เพียงแค่จะได้เห็นแท็กติกใหม่ๆ ในสนาม แต่เราจะได้เห็นความเข้มข้นของการบริหารทีมที่เน้นผลการแข่งขัน นี่อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ Rangers ตามหามานานเพื่อกลับมาครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลสกอตแลนด์อีกครั้ง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จากคลิปงานสละโสดสู่เพลงชาติลำดับที่ 2 ของสกอตแลนด์

จากคลิปงานสละโสดสู่เพลงชาติลำดับที่ 2 ของสกอตแลนด์

หลายคนอาจจะจินตนาการถึงความวุ่นวายในแชทกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวของ Andy Considine อดีตกองหลังทีมชาติสกอตแลนด์ เมื่อเพลงฮิตอย่าง ‘Yes Sir, I Can Boogie’ กลับมาโด่งดังแบบฉุดไม่อยู่จนกลายเป็นเพลงประจำตัวของแฟนบอลสกอตแลนด์ไปทั่วโลก มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากที่คุณจะเห็นกองเชียร์นับหมื่นคนร้องเพลงที่เกิดขึ้นจากคลิปวิดีโอตลกๆ ในงานปาร์ตี้สละโสด แต่สิ่งนี้แหละคือเสน่ห์ที่ไม่มีใครคาดคิดของวงการฟุตบอล

จุดเริ่มต้นของจากคลิปงานสละโสดสู่เพลงชาติลำดับที่ 2 ของสกอตแลนด์

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นจากความสนุกสนานในกลุ่มเพื่อนสนิท พวกเขาเลือกเพลงดิสโก้ยุค 70 จากวง Baccara มาเปิดในงานสละโสดของ Considine โดยมีการแต่งตัวเลียนแบบดาราและถ่ายทำมิวสิควิดีโอในสตูดิโอที่ลอนดอนเป็นเวลานานถึง 5 ชั่วโมง จนกลายเป็นวิดีโอที่ใช้เปิดในงานแต่งงาน ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าคลิปนี้จะกลายเป็นตำนานในอนาคต

จากวงดนตรีดิสโก้สู่สนามระดับโลก

หลังจากที่ทีมชาติสกอตแลนด์คว้าชัยชนะและได้ไปเล่นในรายการใหญ่ๆ เพลงนี้ก็ถูกเปิดในห้องแต่งตัวโดย Kieran Tierney จนติดหูแฟนบอล ‘Tartan Army’ ทั่วประเทศ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เพลงเต้นรำธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ของความหวังในช่วงเวลาที่ยากลำบากจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา

  • การเฉลิมฉลองในสนามกีฬาไอคอนิกอย่าง Fenway Park สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนทั่วโลก
  • นักร้องต้นฉบับอย่าง Mendiola ออกมายอมรับว่าเพลงนี้ช่วยเติมเต็มความสุขให้เธอในช่วงท้ายของชีวิต
  • จากงานปาร์ตี้ส่วนตัวสู่การเป็นเพลงเชียร์ประจำทีมชาติในทุกแมตช์การแข่งขัน

ความสำเร็จของเพลงนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า แรงบันดาลใจสามารถเกิดขึ้นได้จากทุกที่ แม้กระทั่งในงานปาร์ตี้ที่ไม่มีใครตั้งใจให้มันโด่งดัง การที่แฟนบอลสกอตแลนด์ร่วมกันตะโกนร้องเพลงนี้ในอเมริกาหรือเยอรมัน คือเครื่องพิสูจน์ถึงความผูกพันของแฟนบอลที่มีต่อทีมผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบาก จากคลิปงานสละโสดสู่เพลงชาติลำดับที่ 2 ของสกอตแลนด์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องราวของความสามัคคีที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ

คุณคิดว่าเพลงเชียร์ฟุตบอลที่เกิดขึ้นจากความสนุกสนานแบบนี้มีมนต์ขลังมากกว่าเพลงที่แต่งขึ้นมาอย่างเป็นทางการหรือไม่? นี่คือบทเรียนที่สอนให้รู้ว่าโลกฟุตบอลมักจะมีเรื่องราวแปลกๆ ที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ