สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีในแวดวงเกษตรกรไทยมาอัปเดตกันครับ เป็นข่าวที่น่ายินดีมากเมื่อล่าสุดมีการทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน ซึ่งถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ไปพอสมควรเลยครับ
ทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน อย่างโปร่งใส
ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการนำของรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการระบายยางพาราเก่าที่ค้างอยู่ในสต็อก เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเงินสดและนำมาหมุนเวียนและใช้หนี้ ธ.ก.ส. ตามนโยบายรัฐครับ ซึ่งผลตอบรับที่ได้นั้นเรียกว่าเกินความคาดหมายไปไกลมาก
รายละเอียดการประมูลทำไมถึงสำเร็จทะลุเป้าหมาย
สาเหตุสำคัญที่ทำให้การประมูลครั้งนี้ประสบความสำเร็จและเกิดผลลัพธ์คือการทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน ได้นั้น เกิดจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้ครับ:
- ความโปร่งใส: กยท. ยึดหลักการประมูลที่เปิดเผย มีการแยกโกดังให้เอกชนแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม
- จังหวะเวลาที่ใช่: ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ราคายางพาราอยู่ในเกณฑ์ดีและปริมาณในตลาดมีน้อย การนำยางสต็อกออกมาจึงได้ราคาสูง
- ไม่กระทบตลาด: ยางที่นำออกมาคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.3 ของผลผลิตรวม จึงมั่นใจได้ว่าไม่เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดแน่นอน
ด้วยราคากลางที่ดึงดูดใจ และความมั่นใจในกระบวนการทำงาน ทำให้ภาคเอกชนตบเท้าเข้าร่วมประมูลกันอย่างคึกคัก จนตัวเลขพุ่งไปถึง 1,232.2 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคากลางตั้งต้นถึง 34.82% ครับ
สรุปภาพรวมและก้าวต่อไปของการยางไทย
การที่รัฐบาลสามารถทำผลงานการทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน ได้ในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรเกษตรให้คุ้มค่าที่สุด โดยเงินส่วนนี้จะถูกนำไปชำระหนี้ ธ.ก.ส. และค่าเช่าโกดังโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายกย่องมากครับ
ผมเชื่อว่าความโปร่งใสและชัดเจนแบบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพาราไทยได้เป็นอย่างดี ใครมีความเห็นอย่างไรบ้าง คอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ
ที่มา – ทุบสถิติ ประมูลยางพาราค้างสต๊อก 1.8 หมื่นตัน พุ่ง 1.2 พันล้าน



