วัน: 18 มิถุนายน 2026

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่น่ายินดีมาแจ้งให้ทราบ โดยล่าสุดมีการเผยแพร่ประกาศจากราชกิจจานุเบกษา เกี่ยวกับเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย ซึ่งถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุดสำหรับผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้

รายชื่อผู้ได้รับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ถือเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ที่ได้รับอย่างหาที่สุดมิได้ โดยในครั้งนี้มีผู้ได้รับพระราชทานในชั้นต่างๆ ดังนี้ครับ:

ลำดับรายชื่อผู้ได้รับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

สำหรับรายนามผู้ได้รับพระราชทาน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ:

  • ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ฝ่ายใน): 1. พันตำรวจโทหญิง คุณหญิงเจษรินซ์ โชติกลาง, 2. คุณหญิงบรรณ์พร แก้วงาม, 3. คุณหญิงอัชราภรณ์ ศรีเสน่ห์
  • ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน): 1. นางสาวธมลวรรณ สะใบบาง, 2. นางสาวธารารัตน์ เกษนาวา

ประกาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงการทำคุณงามความดีของบุคคลทั้ง 5 ท่านที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลังได้ปฏิบัติตาม เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาประเทศชาติของเราสืบไป

ทางเราขอแสดงความยินดีอย่างที่สุดกับทุกท่านที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ การได้รับรางวัลหรือเครื่องอิสริยาภรณ์อันทรงเกียรติเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ หากใครต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาโดยตรงครับ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน จำนวน 5 ราย

โปรดเกล้าฯ ให้รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้มีข่าวสำคัญที่อยากจะมาอัปเดตให้ทราบกันเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงภายในหน่วยงานราชการ โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการ โปรดเกล้าฯ ให้รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ซึ่งถือเป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

โปรดเกล้าฯ ให้รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

ตามประกาศฉบับดังกล่าว ได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตร โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด

รายละเอียดการแต่งตั้ง พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค

สำหรับการ โปรดเกล้าฯ ให้รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ในครั้งนี้ มีข้อมูลสำคัญดังนี้ครับ:

  • จากตำแหน่งเดิม: นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำนักงานผู้บังคับบัญชากองทัพบก (อัตรา พลตรี)
  • สังกัดใหม่: หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
  • ตำแหน่งใหม่: นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (อัตรา พลตรี)
  • วันที่มีผล: ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นการหมุนเวียนกำลังพลตามระเบียบการจัดระเบียบราชการในพระองค์ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ เป็นไปอย่างเรียบร้อยและก้าวหน้าตามลำดับขั้นตอนของทางราชการ ซึ่งการที่ท่านได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการพิเศษนั้นย่อมแสดงถึงความไว้วางใจในการปฏิบัติงานเพื่อสนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิด

เราในฐานะประชาชนคนไทยต่างก็ร่วมยินดีกับท่าน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค ในโอกาสที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้รับโอนในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดในการรับราชการและอุทิศตนทำงานเพื่อชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไปอย่างเต็มกำลังความสามารถ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้เพื่อน ๆ ได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องครบถ้วนนะครับ หากมีข่าวสารความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่น่าสนใจในอนาคต เราสัญญาว่าจะนำมาอัปเดตให้อ่านกันอย่างทันท่วงทีแน่นอนครับ อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากราชกิจจานุเบกษาเพื่อความถูกต้องแม่นยำที่สุดนะครับ

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ให้รับโอน “พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค” เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม

เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกว่าบิลค่าไฟแต่ละเดือนทำไมถึงแพงหูฉี่ ทั้งที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม ล่าสุดทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน โดยเตรียมยื่น กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อหวังปฏิรูประบบพลังงานของไทยให้มีความยุติธรรมและเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากกว่าที่เคยเป็นมา

กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม ต่อ ครม.

จากการศึกษาสถานการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าไฟฟ้าไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นสาธารณูปโภคที่ประชาชนทุกคนควรเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม กสม. พบปัญหาความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวล โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าจนกระทบต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน การผลักดันเรื่อง กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม จึงถือเป็นการมองประชาชนเป็นผู้ทรงสิทธิที่รัฐต้องคุ้มครอง

รายละเอียดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านพลังงาน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลอย่างไรต่อพวกเรา นี่คือสรุปสาระสำคัญของข้อเสนอแนะทั้ง 4 ประเด็นหลักที่ กสม. อยากให้ภาครัฐนำไปปรับปรุง:

  • การจัดสรรต้นทุนที่เป็นธรรม: ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนจริง และเลิกผลักภาระความเสี่ยงจากกำลังผลิตสำรองล้นเกินมาไว้ที่ประชาชน
  • คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง: สร้างมาตรการช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีรายได้น้อย และคนที่อยู่นอกเขตโครงข่าย เพื่อให้เข้าถึงไฟได้ในราคาที่จ่ายไหว
  • กระจายอำนาจการผลิต: เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยและชุมชนมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าใช้เองมากขึ้น ไม่ผูกขาดอยู่แค่กลุ่มทุนใหญ่
  • ความโปร่งใสและมีส่วนร่วม: ข้อมูลการกำหนดราคาและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต้องตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง

หากข้อเสนอแนะเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างธรรมาภิบาลทางพลังงานที่ยั่งยืน การที่ กสม. ออกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ระบบพลังงานไทยจะต้องเปลี่ยนผ่านจากอดีตที่ไม่เป็นธรรมไปสู่ยุคที่ทุกคนต้องได้รับความเท่าเทียมกัน หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นการปรับปรุงนโยบายที่ทำให้คำว่า “ค่าไฟแฟร์” กลายเป็นเรื่องจริงที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ฝันของประชาชนต่อไปครับ

ที่มา – กสม. ชง 4 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ครม. เพื่อแก้ต้นเหตุค่าไฟฟ้าไม่เป็นธรรม

แฉขบวนการ น้ำมะพร้าวปลอม ต้นทุนต่ำแต่เคลม 100%

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมน้ำมะพร้าวน้ำหอมบางเจ้าถึงมีราคาถูกแสนถูก ทั้งที่ต้นทุนมะพร้าวหน้าสวนก็ไม่ใช่เล่นๆ ล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อกระทรวงพาณิชย์ต้องออกมาแฉขบวนการ น้ำมะพร้าวปลอม ต้นทุนต่ำแต่เคลม 100% ซึ่งงานนี้บอกเลยว่ามีเงื่อนงำน่ากลัวกว่าที่คิดครับ

แฉขบวนการ น้ำมะพร้าวปลอม ต้นทุนต่ำแต่เคลม 100%

ปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอมไม่ได้แค่ทำให้ผู้บริโภคถูกหลอกเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์ผลไม้ไทยและเกษตรกรโดยตรง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สนธิกำลังกับ 9 หน่วยงานรัฐ ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานและล้งนอมินีรวมกว่า 37 แห่งในพื้นที่ 5 จังหวัดหลัก ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อขุดรากถอนโคนกลุ่มธุรกิจสีเทาเหล่านี้

เจาะลึกภัยเงียบจากขบวนการ น้ำมะพร้าวปลอม ที่น่ากังวล

จากการตรวจสอบพบว่ามีโรงงานต้องสงสัยผลิตน้ำมะพร้าวน้ำหอมปลอมถึง 24 แห่ง โดยสินค้าเหล่านี้มักติดฉลากอ้างว่าเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% ทั้งที่ราคาขายเพียงขวดละ 20-25 บาท หากเราลองคิดเลขง่ายๆ จะพบความผิดปกติทันที เพราะต้นทุนมะพร้าวลูกหนึ่งก็ปาเข้าไป 15-18 บาทแล้ว ไหนจะค่าขวด ค่าขนส่ง และค่าการผลิตอีก การขายราคานี้จึงเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเป็นของแท้ นี่คือเครื่องยืนยันว่าผู้บริโภคกำลังตกเป็นเหยื่ออย่างจัง

สาเหตุหลักที่ทำให้เรื่องนี้บานปลาย ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้วิธีผิดกฎหมายผ่านล้งนอมินี ซึ่งดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหน่วยงานรัฐกำลังเร่งตรวจสอบเชิงลึกทั้งทางกฎหมายและวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ส่วนผสมที่อาจไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

  • ล้งมะพร้าวกลุ่มเสี่ยง 15 แห่ง: คาดว่าเป็นทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทย
  • โรงงานกลุ่มเสี่ยง 24 แห่ง: พบผลิตภัณฑ์บรรจุขวดราคาต่ำผิดปกติ
  • การตรวจสอบแบบบูรณาการ: รวม 9 หน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานอาหารและใบอนุญาต

ทางด้านสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทยต่างขานรับปฏิบัติการนี้อย่างเต็มที่ เพราะช่วยให้ราคาหน้าสวนปรับตัวดีขึ้น ส่งผลดีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรในระยะยาว สิ่งที่พวกเราในฐานะผู้บริโภคทำได้ดีที่สุดคือต้องเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่เชื่อถือได้ สังเกตฉลากให้ดี และอย่าหลงเชื่อง่ายๆ เพียงเพราะเห็นว่ามีราคาถูกเกินจริง

การปราบปรามครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐเอาจริงเพื่อปกป้องมาตรฐานมะพร้าวไทยไม่ให้ถูกทำลายด้วยสินค้าไร้คุณภาพ ใครที่เคยซื้อดื่มต้องระวังและตรวจสอบให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ

ที่มา – แฉขบวนการ “น้ำมะพร้าวปลอม” ต้นทุนต่ำแต่เคลม 100% พาณิชย์เร่งสางปมล้งนอมินี

Motherwell แต่งตั้ง Johansson เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

Motherwell แต่งตั้ง Johansson เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

แฟนบอลทีม Motherwell เตรียมตัวลุ้นระทึกกันได้เลย! เพราะล่าสุดสโมสรได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Motherwell แต่งตั้ง Johansson เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ เข้ามารับไม้ต่อเพื่อสานต่อความสำเร็จให้ทีมเดินหน้าต่อไปในศึกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ

ทำความรู้จักความเคลื่อนไหวเมื่อ Motherwell แต่งตั้ง Johansson เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นบทสรุปหลังจาก Jens Berthel Askou ตัดสินใจอำลาทีมไปคุมทัพที่ตูลูส โดยทิ้งผลงานชิ้นโบแดงด้วยการพาทีมจบในอันดับที่ 4 ของตาราง ซึ่งถือเป็นงานหนักทีเดียวสำหรับกุนซือป้ายแดงวัย 35 ปีจากสวีเดนรายนี้

ก้าวต่อไปหลังจาก Motherwell แต่งตั้ง Johansson เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

สำหรับ Alfred Johansson นั้นไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการฟุตบอลยุโรป เขาเคยมีประสบการณ์คุมทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Rosenborg ในนอร์เวย์มานานถึงสองปีครึ่ง เชื่อว่าประสบการณ์เหล่านั้นจะเป็นอาวุธสำคัญในการปรับจูนนักเตะใน Fir Park ให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น

หากวิเคราะห์จากสไตล์การทำทีมที่ผ่านมา แฟนบอลน่าจะได้เห็นการพัฒนาของทีมที่เน้นระเบียบวินัยและความเข้มข้นในเกมรับ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ Motherwell ต้องการในฤดูกาลนี้เพื่อให้คงมาตรฐานระดับสูงเอาไว้ได้

  • เป้าหมายแรก: ปรับจูนทีมให้คงความแข็งแกร่งในพรีเมียร์ชิพ
  • เป้าหมายที่สอง: พัฒนานักเตะดาวรุ่งสู่ชุดใหญ่
  • เป้าหมายที่สาม: สร้างสถิติใหม่ให้กับสโมสร

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพลังของโค้ชหนุ่มไฟแรง ผมเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคสมัยที่น่าตื่นเต้น หากเขาได้รับเวลาและโอกาสในการสร้างทีมตามสไตล์ของตัวเอง เราอาจจะได้เห็น Motherwell 2.0 ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอน

เราคงต้องมารอดูกันต่อไปว่าในสนามแข่งผลงานจะเป็นอย่างไร แต่การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสโมสรยังคงทะเยอทะยานและต้องการรักษาผลงานระดับท็อปเอาไว้ให้ได้เสมอ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ภาพฉลองประตูที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของผมกับเอ็มบัปเป้

ภาพฉลองประตูที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของผมกับเอ็มบัปเป้

หลังจบเกมที่ฝรั่งเศสเอาชนะเซเนกัล ผมรีบส่งข้อความหา คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ทันที เมื่อเขาสามารถทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสด้วยการยิงประตูที่ 58 ได้สำเร็จ ผมเขียนไปบอกเขาว่า “ยินดีด้วยนะน้องชาย พี่มีความสุขกับนายจริงๆ พี่ครองสถิตินี้มา 3 ปีครึ่งมันยอดเยี่ยมมาก แต่ตอนนี้มันเป็นของนายแล้ว และนายต้องเดินหน้าต่อไป… อ้อ อย่าลืมเก็บเสื้อแข่งตัวนั้นไว้ให้พี่ด้วยล่ะ!”

แม้ว่าเราจะยังไม่ได้คุยกันแบบส่วนตัว แต่ทีมงานสต๊าฟฟ์ของผมบอกว่า คีลิยัน ได้รับข้อความแล้วและบอกว่าจะโทรกลับหาผมเร็วๆ นี้ คีลิยัน เคยสัญญาไว้ว่าเขาจะยกเสื้อตัวที่ใส่ในวันที่ทำลายสถิติของผมให้ และผมจะไม่ลืมทวงถามแน่นอน

ภาพฉลองประตูที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของผมกับเอ็มบัปเป้

มีคนถามผมเสมอว่าความสัมพันธ์ของผมกับเขาเป็นอย่างไร ซึ่งภาพถ่ายรูปหนึ่งที่ถ่ายหลังจากผมทำลายสถิติของ เธียร์รี อองรี ได้ในฟุตบอลโลก 2022 คือสิ่งที่ตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด คีลิยัน เป็นคนจ่ายบอลให้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมวิ่งไปฉลองที่มุมธงและเขาก็โดดเข้ามากอดผม ผมบอกเขาว่า “นายก็รู้ว่าพี่รักนายมากแค่ไหน”

ความมั่นใจไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง

หลายคนมองว่า คีลิยัน เป็นคนหยิ่งยโส แต่จริงๆ แล้วเขาแค่มีความมั่นใจและทะเยอทะยานสูงมาก เขาให้เกียรติรุ่นพี่เสมอและมีความเป็นผู้นำอย่างชัดเจนในฐานะกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส การที่เขาแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติต่อหน้าสื่อบ่อยครั้งทำให้คนเข้าใจผิด แต่ถ้าคุณได้รู้จักเขาจริงๆ คุณจะรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีวุฒิภาวะเกินตัวขนาดไหน

ในฐานะกองหน้า ความเห็นแก่ตัวบ้างในสนามคือเรื่องปกติ คีลิยัน แสดงให้เห็นตั้งแต่วันแรกที่เขาลงเล่นฟุตบอลโลก เขาคือยอดนักเตะที่เข้าใจเกมและเล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง ผมหวังว่าเขาจะทำลายสถิติทุกอย่างที่ขวางหน้าและพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกอีกครั้ง การได้ร่วมงานกับเขาสร้างช่วงเวลาที่ดีที่สุดให้ผมเสมอ และผมเชื่อว่าแฟนบอลจะได้รับชมฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจากเขาต่อไปอีกยาวนาน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทำไม จอห์น แมคกินน์ ถึงทำท่าดีใจแว่นตากันน้ำ?

ทำไม จอห์น แมคกินน์ ถึงทำท่าดีใจแว่นตากันน้ำ?

หากใครที่ติดตามชมฟุตบอลโลก 2026 คงต้องสะดุดตากับท่าดีใจที่เป็นเอกลักษณ์ของ จอห์น แมคกินน์ กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์จากสโมสรแอสตัน วิลลา หลังจากที่เขาทำประตูสำคัญได้ในสนาม ท่าดีใจที่เขาเอามือมาทำเป็นรูปวงกลมคล้ายแว่นตาไว้ที่ดวงตาไม่ได้เป็นเพียงความสนุกสนานในสนามเท่านั้น แต่มันมีความหมายที่ลึกซึ้งและน่าประทับใจแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าดีใจนี้

เหตุผลเบื้องหลัง ทำไม จอห์น แมคกินน์ ถึงทำท่าดีใจแว่นตากันน้ำ?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม จอห์น แมคกินน์ ถึงทำท่าดีใจแว่นตากันน้ำ อยู่บ่อยครั้ง คำตอบนั้นมาจากเรื่องราวของหลานชายตัวน้อยของเขาที่ชื่อว่า “แจ็ค” ซึ่งน้องมีปัญหาทางสายตาอย่างรุนแรงและจำเป็นต้องสวมแว่นตากีฬาหรือแว่นตากันน้ำขณะเล่นฟุตบอลเพื่อให้เขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและสนุกไปกับเกมได้เหมือนเพื่อนๆ คนอื่น

ความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่จากท่าดีใจในสนาม

แมคกินน์เผยว่าเขาต้องการสนับสนุนหลานชายและเด็กคนอื่นๆ ที่มีปัญหาเรื่องสายตา ไม่ให้รู้สึกแปลกแยกหรืออายที่ต้องใส่แว่นตาเวลาเล่นกีฬา ท่าดีใจแว่นตากันน้ำนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ ให้พวกเขารู้สึกกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง แมคกินน์สารภาพว่าตอนเด็กๆ เขาก็เคยล้อเลียนเพื่อนที่ใส่แว่นมาก่อน และตอนนี้เขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เข้าใจถึงความลำบากของคนกลุ่มนี้ดีพอในสมัยนั้น

  • ท่าดีใจนี้ไม่ใช่แค่การแสดงออก แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก
  • พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนส่งข้อความมาขอบคุณที่ท่าดีใจของเขามีส่วนช่วยให้เด็กๆ ยอมใส่แว่นสายตามากขึ้น
  • การทำท่านี้บนเวทีใหญ่ระดับฟุตบอลโลกช่วยสร้างการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพสายตาได้เป็นวงกว้าง

นอกจากนี้ แมคกินน์ยังกล่าวว่า “ถ้าการทำท่าดีใจของผมสามารถช่วยให้เด็กๆ ทั่วสกอตแลนด์และทั่วโลกหันมาใส่ใจสุขภาพสายตา หรือภูมิใจที่จะใส่แว่นตาเล่นกีฬาได้ นั่นก็ถือเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมแล้วครับ” เรื่องราวนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่านักฟุตบอลไม่ใช่แค่ฮีโร่ในสนาม แต่พวกเขายังสามารถใช้ชื่อเสียงที่มีสร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี

นี่เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของพลังแห่งความเมตตาที่แฝงอยู่ในเกมกีฬา สำหรับใครที่มีบุตรหลานหรือคนใกล้ชิดที่มีปัญหาด้านสายตา อย่าลืมหมั่นตรวจเช็คและเป็นกำลังใจให้พวกเขาเหมือนที่แมคกินน์ทำให้หลานของเขาดูเป็นแบบอย่างนะครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คาดชงตั้ง กระทรวงกีฬา เข้าที่ประชุม ครม. ช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้

คาดชงตั้ง กระทรวงกีฬา เข้าที่ประชุม ครม. ช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้

สวัสดีครับแฟนข่าวทุกท่าน วันนี้เรามาติดตามประเด็นร้อนที่คอกีฬาและแวดวงราชการไทยกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นคือความคืบหน้าเรื่องการปรับโครงสร้างกระทรวงเพื่อผลักดันวงการกีฬาแบบเต็มตัว โดยมีการคาดชงตั้ง กระทรวงกีฬา เข้าที่ประชุม ครม. ช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าแวดวงกีฬาไทยไปสู่ยุคใหม่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

รายละเอียดการปรับโครงสร้างและการจัดตั้งกระทรวงใหม่

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำลังเร่งมือจัดทำรายละเอียดโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรสินทรัพย์ บุคลากร และตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแบ่งแยกงานออกเป็นกระทรวงใหม่ ซึ่งการคาดชงตั้ง กระทรวงกีฬา เข้าที่ประชุม ครม. ช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพิจารณาโครงสร้างภายในก่อนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ผ่านความเห็นชอบต่อไป

แผนการปรับเปลี่ยนเชิงรุกในครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  • การแยกงานด้านกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงใหม่โดยเฉพาะ เพื่อเน้นการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างจริงจัง
  • การควบรวมงานด้านการท่องเที่ยวไปอยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อสร้างพลังบวกในการส่งเสริม Soft Power ไทย
  • การรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความราบรื่นในการถ่ายโอนภารกิจ

หลายคนอาจสงสัยว่ากระบวนการเหล่านี้จะใช้เวลานานแค่ไหน? จากข้อมูลที่ได้รับมา ทาง ก.พ.ร. ได้วางกรอบไทม์ไลน์ไว้ว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่เราได้เห็นการคาดชงตั้ง กระทรวงกีฬา เข้าที่ประชุม ครม. ช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้ เราก็มีโอกาสที่จะได้เห็นกระทรวงใหม่นี้เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมภายในปลายปีหน้า หรืออย่างช้าต้นปีหน้าครับ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเมื่อกระทรวงกีฬาได้แยกออกมาเป็นเอกเทศ จะทำให้นโยบายด้านการพัฒนากีฬามีความคล่องตัว มีงบประมาณที่เฉพาะเจาะจง และสามารถผลักดันความเป็นเลิศทางด้านกีฬาให้กับน้องๆ เยาวชนและทัพนักกีฬาไทยได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอาชีพหรือระดับสมัครเล่นก็ตาม เราคงต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า หลังจากเข้าที่ประชุม ครม. แล้ว ขั้นตอนถัดไปในสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นอย่างไร

ในมุมมองของผม การปรับโครงสร้างนี้คือโอกาสทองที่ประเทศไทยจะได้ยกระดับมาตรฐานกีฬาให้ทัดเทียมระดับโลก หากรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของนักกีฬาไทยในเวทีระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – คาดชงตั้ง กระทรวงกีฬา เข้าที่ประชุม ครม. ช่วง มิ.ย.-ก.ค.นี้

ฝูง ผึ้งหลวง ตามมาทำรังในรถเก๋ง ทะเบียนเลขสวย เจ้าของบอกไม่เชื่อเรื่องโชคลาภ

ฝูง ผึ้งหลวง ตามมาทำรังในรถเก๋ง ทะเบียนเลขสวย เจ้าของบอกไม่เชื่อเรื่องโชคลาภ

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความตื่นตกใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ สำหรับเหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นกับรถเก๋งคันหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อจู่ๆ ก็มีฝูง ผึ้งหลวง จำนวนมหาศาลบินตามมาเกาะรถจนแน่นขนัด แม้จะเป็นรถป้ายทะเบียนเลขสวยเพียงใด แต่เจ้าของรถยืนยันชัดเจนว่าไม่ขอเชื่อเรื่องโชคลาภนำพาใดๆ ทั้งสิ้น

เหตุการณ์ระทึกขวัญ ฝูง ผึ้งหลวง ตามมาทำรังในรถเก๋ง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณสุเนตร์ วัย 48 ปี ได้พาครอบครัวไปพักผ่อนปิกนิกที่ทะเลน้ำจืดวังครู โดยระหว่างที่กำลังทำอาหารปิ้งย่างอยู่นั้น จู่ๆ ฝูงผึ้งนับพันตัวก็บินพุ่งเข้าใส่รถเก๋ง Toyota Vios สีดำ หมายเลขทะเบียน กบ 4468 ปราจีนบุรี จนทำให้เหตุการณ์ในบริเวณนั้นวุ่นวายไปหมด ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านต่างพากันวิ่งหนีสุดชีวิต เพราะเจ้าฝูงผึ้งเหล่านี้นั้นดุร้ายอย่างมาก

แม้ว่าจะมีการประสานงานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือโดยการฉีดถังดับเพลิงไล่ แต่ฝูงผึ้งบางส่วนก็ยังคงดื้อดึงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ภายในห้องโดยสาร และเริ่มทำรังบริเวณกระโปรงหลังรถของคุณสุเนตร์ จนถึงตอนนี้แม้สื่อมวลชนจะลงพื้นที่ไปทำข่าว ก็ยังโดนฝูง ผึ้งหลวง ตามมาทำรังในรถเก๋ง คันนี้เล่นงานเข้าที่จมูกจนได้รับบาดเจ็บกันไปเลยทีเดียว

  • ผึ้งนับพันตัวบินเกาะรถแม้กระทั่งกระจกและตาไฟ
  • เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านถูกต่อยบาดเจ็บกว่า 10 ราย
  • ร่องรอยการทำรังพบทั้งในห้องโดยสารและฝากระโปรงท้าย

หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของโชคลาภหรือเลขเด็ด แต่สำหรับเจ้าของรถแล้ว นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าโชคดีครับ เพราะนอกจากรถจะเสียหายและต้องทำความสะอาดขนานใหญ่แล้ว ความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวยังกลายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด

หากเพื่อนๆ เจอเหตุการณ์แนวนี้ อย่าพยายามไล่ด้วยตัวเองนะครับ แนะนำให้รีบถอยห่างและเรียกผู้เชี่ยวชาญทันที เพราะเหล็กในของผึ้งหลวงนั้นอันตรายมากครับ

ที่มา – ฝูง “ผึ้งหลวง” ตามมาทำรังในรถเก๋ง ทะเบียนเลขสวย เจ้าของบอกไม่เชื่อเรื่องโชคลาภ