วัน: 27 มิถุนายน 2026

ผู้เล่นปานามาคนไหนบ้างที่ทีมชาติอังกฤษต้องระวัง?

ผู้เล่นปานามาคนไหนบ้างที่ทีมชาติอังกฤษต้องระวัง?

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมชาติปานามาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหลังจากพ่ายแพ้มาหลายนัดติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะตกรอบไปแล้ว แต่การเผชิญหน้ากับทีมชาติอังกฤษยังคงเป็นเกมที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง และมีผู้เล่นปานามาคนไหนบ้างที่ทีมชาติอังกฤษต้องระวังเป็นพิเศษในเกมนี้ เรามาเจาะลึก 5 แข้งคีย์แมนที่อาจสร้างเซอร์ไพรส์ให้สิงโตคำรามได้

ผู้เล่นปานามาคนไหนบ้างที่ทีมชาติอังกฤษต้องระวัง

ปานามามีนักเตะประสบการณ์สูงในทีม และนี่คือรายชื่อที่กุนซืออังกฤษไม่ควรมองข้าม:

1. Adalberto ‘Coco’ Carrasquilla

มิดฟิลด์ตัวเก่งจาก UNAM ประเทศเม็กซิโก เขาคือมันสมองของทีมและการเชื่อมเกมที่อันตรายที่สุด หากเขาสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้ เขาจะเป็นตัวทำเกมที่อังกฤษต้องรีบจัดการ

2. Jose Cordoba

ปราการหลังจาก Norwich City ผู้ได้รับฉายาว่า “เจ้าชายแห่งปานามา” เขาโดดเด่นมากในเรื่องการสกัดบอลและการวิ่งตัดหน้ากองหน้า ซึ่งความเร็วและการอ่านเกมของเขาจะทำให้แนวรุกอังกฤษเจองานหนักแน่นอน

3. Cristian Martinez

นิคเนม “El Fulo” ผู้มีพลังงานเหลือล้น เขาคือเจ้าของรางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ในนัดที่พบกับโครเอเชีย ความขยันและการวิ่งไม่มีหมดของเขาคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เกมรุกของปานามาดูดุดันขึ้น

4. Michael Amir Murillo

วิงแบ็กจาก Besiktas คนนี้มีประสบการณ์ในลีกยุโรปสูงและเคยปะทะกับทีมชาติอังกฤษมาแล้วในฟุตบอลโลก 2018 ความแข็งแกร่งทางจิตใจและทักษะการเติมเกมริมเส้นคือสิ่งที่อังกฤษต้องระวัง

5. Cecilio Waterman

กองหน้าจอมเก๋าที่พร้อมพุ่งเข้าหาโอกาสเสมอ แม้จะมีเหตุการณ์ปะทะคารมกับเพื่อนร่วมทีมบ้างในระหว่างซ้อม แต่นั่นแสดงให้เห็นถึงไฟในตัวที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองในระดับโลก

บทเรียนจากอดีตสอนเราว่า ไม่ควรประมาททีมใดทั้งสิ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก การที่ปานามาเล่นแบบไม่มีอะไรจะเสีย อาจทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่อันตรายที่สุดสำหรับอังกฤษ ซึ่งเราต้องลุ้นกันว่าผลงานในสนามจะเป็นอย่างไร

สำหรับแฟนบอลชาวไทย การจับตามองฟอร์มการเล่นของนักเตะเหล่านี้อาจทำให้คุณสนุกกับเกมนี้มากขึ้น เตรียมเชียร์ทีมโปรดของคุณและรอชมบทสรุปแห่งความมันส์ไปพร้อมกัน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นักท่องเที่ยวตื่นตา ฝูงวาฬบรูด้า โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว

เชื่อเลยว่าใครที่ได้เห็นภาพข่าวช่วงนี้คงต้องตื่นเต้นไม่แพ้กัน กับปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นใกล้กรุงฯ เมื่อมีรายงานว่านักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับระบบนิเวศทางทะเลในจังหวัดชลบุรีของเราครับ

นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว

เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณห่างจากชายฝั่งบางแสนเพียง 2 กิโลเมตร เหล่านักท่องเที่ยวที่ออกเรือไปต่างได้พบกับเจ้าวาฬใจดีที่พากันออกมาโชว์ตัวและหาอาหารกันอย่างคึกคัก ซึ่งทาง “ไต๋เก้า” เจ้าหน้าที่กู้ชีพทางทะเลผู้เชี่ยวชาญ ได้ให้ข้อมูลว่าปีนี้เราพบวาฬบรูด้าในพื้นที่มากถึง 13 ตัวเลยทีเดียว แบ่งกลุ่มกระจายตัวตั้งแต่เกาะสีชังไปจนถึงหน้าหาดบางแสนและอ่างศิลา

ทำไมการที่ นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว ถึงเป็นเรื่องสำคัญ?

การปรากฏตัวของวาฬบรูด้าในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยได้เป็นอย่างดี โดยวาฬที่พบในปีนี้มีขนาดใหญ่ยักษ์พอๆ กับรถโดยสารประจำทางและหนักกว่าหนึ่งตันเลยทีเดียว เรายังพบว่ามีลูกวาฬและวาฬจากถิ่นอื่นแวะเวียนเข้ามา ทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งอนุบาลและแหล่งอาหารที่สำคัญ

หากเพื่อนๆ มีโอกาสไปชมวาฬ ผมขอฝากข้อควรปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดังนี้ครับ:

  • รักษาระยะห่าง: ควรถอยเรือห่างจากวาฬอย่างน้อย 100-150 เมตร
  • ดับเครื่องยนต์: เมื่อวาฬเข้ามาใกล้ ควรดับเครื่องเพื่อลดเสียงรบกวน เพราะวาฬใช้คลื่นเสียงในการนำทาง
  • ไม่คุกคาม: สังเกตการณ์อย่างเงียบๆ และไม่ควรขับเรือปาดหน้าหรือกดดันฝูงวาฬ

แม้จะยังไม่พบผลกระทบจากการทำประมงพื้นบ้านมากนัก แต่การเดินเรือในยามค่ำคืนยังคงเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากวาฬมักจะพักผ่อนด้วยการหลับเพียงครึ่งสมอง ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุจากการชนกันได้ การตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแล เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นยักษ์ใหญ่ใจดีเหล่านี้อีกนานๆ ครับ

ที่มา – นักท่องเที่ยวตื่นตา “ฝูงวาฬบรูด้า” โผล่หาอาหารริมชายหาดบางแสน พบมากถึง 13 ตัว

ไทยรัฐวิทยา 80 ต้นแบบชาติ ขยายโมเดล PRBL-6P4L ทั่วไทย

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 80 (วังปริงเพ็ชรไพศาล) จ.สงขลา และได้เล็งเห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนาการศึกษาที่น่าทึ่ง จนยกให้เป็น ไทยรัฐวิทยา 80 ต้นแบบชาติ ที่พร้อมจะส่งต่อองค์ความรู้ไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ

ทำไม ไทยรัฐวิทยา 80 ต้นแบบชาติ ถึงน่าจับตา?

หัวใจสำคัญที่ทำให้โรงเรียนแห่งนี้โดดเด่น คือการนำนวัตกรรม PRBL-6P4L มาปรับใช้ โดยการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากบริบทชุมชนจริง นักเรียนไม่ได้แค่เรียนในตำรา แต่ได้ลงมือทำโครงงานจากทรัพยากรท้องถิ่น เช่น ผลิตภัณฑ์ไข่เค็มใบเตยหอม ที่ช่วยฝึกทักษะผู้ประกอบการและสร้างรายได้ให้กับชุมชนชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

ก้าวต่อไปกับการขยายผล ไทยรัฐวิทยา 80 ต้นแบบชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นที่จะผลักดันโมเดลนี้ออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ได้แก่:

  • ระยะที่ 1: ขยายผลในพื้นที่ สพป.สงขลา เขต 3 โดยใช้โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 80 เป็นพี่เลี้ยง
  • ระยะที่ 2: สร้างระบบโค้ชการศึกษาโดยดึงมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น
  • ระยะที่ 3: จัดทำโมเดลนี้เป็น Best Practice ระดับชาติที่โรงเรียนทั่วไทยนำไปปรับใช้ได้ทันที

นอกจากนวัตกรรมการสอนแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ยังทำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านระบบ Thailand Zero Dropout (TZD) เพื่อลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาแบบเชิงรุกที่น่าชื่นชม แม้ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ด้วยความมุ่งมั่นของครูและผู้บริหาร ทำให้ที่นี่กลายเป็นแสงสว่างทางการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้

การที่กระทรวงฯ รับปากจะเร่งแก้ไขปัญหาพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณซ่อมแซมอาคาร หรือการจัดสรรอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ครบถ้วน จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้โรงเรียนแบบนี้เติบโตได้ไกลกว่าเดิม สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ไทยรัฐวิทยา 80 ไม่ใช่แค่เรื่องของโรงเรียนชายแดน แต่เป็นบทเรียนว่า “การศึกษาที่ดีเริ่มต้นจากความรักและความตั้งใจ” ซึ่งพวกเราทุกคนในฐานะคนไทยควรช่วยกันเป็นกำลังใจและติดตามการขยายผลครั้งนี้อย่างใกล้ชิดครับ

ที่มา – “ประเสริฐ” ปั้น ไทยรัฐวิทยา 80 ต้นแบบชาติ เตรียมขยายโมเดล “PRBL-6P4L” โรงเรียนชายแดนทั่วไทย

ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน

ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อมีรายงานข่าวว่ากรมการปกครองได้มีคำสั่งให้ข้าราชการระดับสูงหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเหตุผลสำคัญจากการถูกดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วยงานโดยตรง โดยมีการ ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน หลังจากนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ในตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

รายละเอียดเบื้องลึกและคำสั่งจากกรมการปกครอง

การ ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ระบุฐานความผิดเกี่ยวกับการเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้เจ้าพนักงานกระทำการโดยทุจริต หรือใช้อิทธิพลในการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงและมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก

ทางกรมการปกครองได้ชี้แจงว่า ตำแหน่งปลัดจังหวัดถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจัดการภายในจังหวัด ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน หากข้าราชการในระดับนี้ถูกตั้งข้อหาคดีอาญาในลักษณะที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ การปล่อยให้ดำรงตำแหน่งต่อไปย่อมนำมาซึ่งความเสียหายแก่ราชการอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีและรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการปกครอง จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อรักษาธรรมาภิบาลในองค์กร

ประเด็นสำคัญของข่าวนี้มีดังนี้:

  • นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ถูกดำเนินคดีฐานเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น
  • ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 ได้ออกหมายจับและส่งตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย
  • กรมการปกครองมีความจำเป็นต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่าหากปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและเสถียรภาพของทางราชการ
  • คำสั่งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

ผลกระทบและความโปร่งใสในหน่วยงานราชการ

ในมุมมองของประชาชน การที่หน่วยงานต้นสังกัดออกมา ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน นั้นถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ค่อนข้างชัดเจนในการปราบปรามการทุจริต การตรวจสอบข้าราชการที่ทำตัวเหนือกฎหมายหรือใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดเป็นเรื่องที่สังคมเฝ้าจับตามองอยู่เสมอ ซึ่งในกรณีนี้ถือว่ากรมการปกครองได้ดำเนินตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเป็นการป้องกันไม่ให้กระบวนการราชการเกิดช่องโหว่

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลคนเดียว แต่เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับข้าราชการทุกระดับชั้นว่า ความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญของการทำงานรับใช้ประชาชน ความศรัทธาที่สร้างมานานอาจพังทลายลงได้ในชั่วข้ามคืนด้วยการกระทำที่ผิดจริยธรรม เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการสอบสวนในคดีหมายเลขที่ 8/2569 นี้จะมีบทสรุปอย่างไร และขบวนการเรียกรับผลประโยชน์นี้จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานป้องกันปราบปรามการทุจริตจะต้องขยี้ลึกไปให้ถึงต้นตอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคืนกลับสู่ระบบราชการไทยอีกครั้ง

ที่มา – ออกคำสั่งด่วน ให้ “ปลัดจังหวัดภูเก็ต” ออกจากราชการไว้ก่อน

เตือนฉบับ 3 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

ช่วงนี้ใครที่มีแผนเดินทางหรือต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งคงต้องตรวจสอบสภาพอากาศกันให้ดีครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาประกาศเตือนภัยฉบับที่ 3 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั่วไทยครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ถึง 3 กรกฎาคม 2569 นี้

เตือนฉบับ 3 ฝนตกหนักถึงหนักมาก เช็กจังหวัดไหนบ้าง ที่คาดจะได้รับผลกระทบ

จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าประเทศไทยจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

พื้นที่เสี่ยงและข้อควรระวัง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา หรือใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 28 มิ.ย. – 3 ก.ค. 69 หากคุณอยู่ในจังหวัดที่อยู่ในแนวการพยากรณ์ว่าจะมี ฝนตกหนักถึงหนักมาก ควรเตรียมตัวดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบเส้นทางก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง
  • สำหรับชาวเรือ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

การติดตามข่าวสภาพอากาศในหัวข้อ ฝนตกหนักถึงหนักมาก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะความปลอดภัยของทุกคนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงหน้าฝนแบบนี้ครับ ขอให้เตรียมอุปกรณ์กันฝนและแผนสำรองสำหรับการเดินทางไว้ให้พร้อมเสมอ หากท่านต้องการตรวจสอบข้อมูลพื้นที่รายจังหวัดแบบละเอียด สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาได้เลยครับ

ที่มา – เตือนฉบับ 3 “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” เช็กจังหวัดไหนบ้าง ที่คาดจะได้รับผลกระทบ

“สีหศักดิ์” จี้สหรัฐฯ-อิหร่านยึดข้อตกลงหยุดยิงคืนสันติภาพ

“สีหศักดิ์” จี้สหรัฐฯ-อิหร่านยึดข้อตกลงหยุดยิงคืนสันติภาพ

การเมืองระหว่างประเทศยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งท่านได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงเพื่อคืนสันติภาพโดยเร็วที่สุด เพราะผลกระทบจากความตึงเครียดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาพลังงานของประเทศไทยโดยตรง

ผลสำเร็จจากการเยือนคาซัคสถานและ “สีหศักดิ์” จี้สหรัฐฯ-อิหร่านยึดข้อตกลงหยุดยิงคืนสันติภาพ

นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงระดับโลกแล้ว นายสีหศักดิ์ยังได้เผยถึงผลลัพธ์ที่เป็นบวกจากการเดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทั้งในมิติการเมืองและเศรษฐกิจ การไปเยือนครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:

  • การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ: ไทยและคาซัคสถานมุ่งเน้นการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU)
  • ความมั่นคงทางพลังงาน: คาซัคสถานพร้อมสนับสนุนทรัพยากรพลังงานให้ประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพ
  • การท่องเที่ยวและการบริการ: เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการโรงแรมระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

ในมุมมองของรัฐบาล การรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งในระหว่างที่ นายสีหศักดิ์ จี้สหรัฐฯ-อิหร่านยึดข้อตกลงหยุดยิงคืนสันติภาพ ทางกระทรวงการต่างประเทศเองก็ต้องทำงานอย่างหนักในการประเมินผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย การไหลเวียนของโลจิสติกส์โลกอาจต้องชะงักลงอีกครั้ง

ท้ายที่สุดนี้ เราคงต้องร่วมกันเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบทบาทของไทยบนเวทีโลกจะช่วยผลักดันให้เกิดเสถียรภาพในระดับภูมิภาคได้มากน้อยเพียงใด แต่สัญญาณที่เห็นได้ชัดจากการเยือนคาซัคสถานในครั้งนี้ คือความพยายามที่ชัดเจนของไทยในการแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้กับประชาชนทุกคน ในอนาคตเราควรสนับสนุนการกระจายความร่วมมือในลักษณะนี้ต่อไป เพื่อให้ประเทศของเรามีความพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ที่มา – “สีหศักดิ์” จี้สหรัฐฯ-อิหร่านยึดข้อตกลงหยุดยิงคืนสันติภาพ เผยผลเยือนคาซัคสถานชื่นมื่น

ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ ปลัดภูเก็ต ปัดปิดปากแชตฉาว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อมีกรณีการบุกจับกุมปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องการกลั่นแกล้งหรือการปิดปากจากกรณีแชตฉาว ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนเพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคม

ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ที่เข้าจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ในคดีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งนายพลพีร์ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามหลักยุติธรรม และไม่ใช่การไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” แต่อย่างใด

เบื้องลึกและเหตุผลสำคัญของการสอบสวน

นายพลพีร์อธิบายประเด็นที่คนสงสัยว่าเป็นการตัดตอนหรือไม่ โดยชี้แจงเหตุผลหลักดังนี้:

  • การตรวจสอบเรื่องทุจริตการสอบท้องถิ่นเป็นกระบวนการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งกุขึ้นมา
  • ปลัดจังหวัดภูเก็ตเผชิญคดีใหญ่ที่ต้องชี้แจง คือเรื่องส่วยและการทุจริต ซึ่งข้าราชการต้องพร้อมเผชิญกระบวนการสอบสวน
  • การออกมาพูดของ รมช.มหาดไทย ตอกย้ำว่า ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย” เพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยให้กลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ในฐานะคนทำงาน นายพลพีร์ยังได้ฝากข้อคิดไปถึงข้าราชการว่า “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย” การที่ผู้บริหารนั่งอยู่บนหอคอยอาจไม่เห็นปัญหาทั้งหมด ดังนั้นคนในพื้นที่จึงมีส่วนสำคัญในการสะท้อนภาพความเป็นจริง หากใครบริสุทธิ์ก็ขอให้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมาย เพื่อความโปร่งใสขององค์กร

ท้ายที่สุด การจัดการปัญหาความไม่โปร่งใสในหน่วยงานราชการคือหัวใจสำคัญ หากกระทรวงมหาดไทยต้องการรักษาไว้ซึ่งความศรัทธา การตรวจสอบอย่างเข้มข้นโดยไม่มีข้อยกเว้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน

ที่มา – ไม่ใช่ยัดคดี รมช.มท. ยันบุกจับ “ปลัดภูเก็ต” ปัดปิดปากแชตฉาว “ช่วยน้ำเงินด้วย”

โรม นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลุย ทับลาน-วังน้ำเขียว 3 ก.ค.

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกินที่คาราคาซังมานาน โดยเฉพาะความขัดแย้งกรณีที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ล่าสุดถือเป็นข่าวใหญ่ที่น่าจับตา เมื่อ โรม นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลุย ทับลาน-วังน้ำเขียว 3 ก.ค. เพื่อเปิดเวทีรับฟังปัญหาจากปากชาวบ้านโดยตรง

โรม นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลุย ทับลาน-วังน้ำเขียว 3 ก.ค.

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นำทีมโดยนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป้าหมายหลักคือการเดินทางไปที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อศึกษาดูงานและรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน

ทำไมต้องลงพื้นที่ทับลาน-วังน้ำเขียว?

วัตถุประสงค์สำคัญของการที่ โรม นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลุย ทับลาน-วังน้ำเขียว 3 ก.ค. มีดังนี้:

  • เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากชาวบ้านในพื้นที่โดยตรง
  • รวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับป่าอนุรักษ์
  • ค้นหาแนวทางในการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
  • นำข้อมูลไปสู่กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสในระดับรัฐสภา

กำหนดการในช่วงบ่ายวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ทางคณะกรรมาธิการได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 บ้านไทยสามัคคี ซึ่งเป็นจุดสัมผัสปัญหาที่ชัดเจนที่สุด ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้เห็นภาพรวมของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ป่าและที่ดินทำกิน

ในฐานะที่ติดตามสถานการณ์นี้มาตลอด ต้องบอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก เพราะเป็นการนำปัญหาที่คนตัวเล็กตัวน้อยมองว่าถูกลอยแพ ให้เข้ามาอยู่ในระบบตรวจสอบที่จับต้องได้ ประชาชนต่างมีความหวังว่ากลไกของสภาฯ จะสามารถผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อคข้อจำกัด และคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนมากกว่าที่ผ่านมา

ที่มา – “โรม” นำทีม กมธ.กฎหมายฯ ลุย “ทับลาน-วังน้ำเขียว” 3 ก.ค. เปิดเวทีที่ดินทับซ้อนอุทยาน

อัปเดตราคาทองวันนี้ 27 มิ.ย. 69 ปิดตลาดปรับขึ้น 750

อัปเดตราคาทองวันนี้ 27 มิ.ย. 69 ปิดตลาดปรับขึ้น 750

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายลงทุนทุกคน วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์ราคาทองคำที่หลายคนกำลังจับตามองกันอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กราฟราคาทองมีการขยับตัวค่อนข้างแรงเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลสรุป อัปเดตราคาทองวันนี้ 27 มิ.ย. 69 ปิดตลาดปรับขึ้น 750 บาท บอกเลยว่าวันนี้ข้อมูลแน่นเอี๊ยดแน่นอนครับ

จากการรายงานโดยสมาคมค้าทองคำ พบว่าราคาตลาดปิดตัวลงด้วยตัวเลขที่ทำให้นักลงทุนหลายคนยิ้มออก โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 64,650 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณขายออกแตะ 65,450 บาท ซึ่งเป็นการปรับขึ้นถึง 750 บาทเมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ ใครที่ถือทองไว้อยู่ในช่วงจังหวะนี้คงได้ลุ้นกันสนุกเลยทีเดียวครับ

สรุปราคาซื้อขายทองคำและราคาอัปเดตราคาทองวันนี้ 27 มิ.ย. 69

สำหรับรายละเอียดของราคาซื้อขายทองคำในตลาดล่าสุดที่คุณควรรู้ มีดังนี้ครับ:

  • ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อ 64,450 บาท ขายออก 64,650 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 63,156.56 บาท ขายออก 65,450 บาท

และเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการซื้อทองรูปพรรณในน้ำหนักต่างๆ ราคาโดยประมาณการมีดังนี้ครับ:

  • ทองคำครึ่งสลึง: 8,081.25 บาท
  • ทองคำ 1 สลึง: 16,162.50 บาท
  • ทองคำ 2 สลึง: 32,325 บาท
  • ทองคำ 1 บาท: 64,650 บาท
  • ทองคำ 2 บาท: 129,300 บาท
  • ทองคำ 5 บาท: 323,250 บาท

จะเห็นได้ว่าการ อัปเดตราคาทองวันนี้ 27 มิ.ย. 69 ปิดตลาดปรับขึ้น 750 ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดีสำหรับคนที่ต้องการขายทำกำไรในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในทองคำมีความผันผวนอยู่เสมอ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อขาย อย่าลืมตรวจสอบราคาหน้าตู้ทองที่ร้านอีกครั้งนะครับ เพราะราคาอาจมีบวกเพิ่มค่ากำเหน็จหรือค่าดำเนินการอื่นๆ

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนเพื่อนๆ นักลงทุนว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็จริง แต่ก็ควรแบ่งเงินลงทุนให้เหมาะสมและติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกควบคู่ไปด้วยนะครับ หากราคายังมีแนวโน้มปรับขึ้นแบบนี้ ก็น่าติดตามต่อว่าในวันพรุ่งนี้ตลาดจะเปิดมาด้วยทิศทางไหน ขอให้ทุกคนโชคดีกับการลงทุนครับ

ที่มา – อัปเดตราคาทองวันนี้ 27 มิ.ย. 69 ปิดตลาดปรับขึ้น 750 ทองรูปพรรณขายออก 65,450 บาท