วัน: 2 กรกฎาคม 2026

ข่าวดีสตาร์ทอัพไทย รัฐบาลชวนคว้าทุน 2 ล้าน เพื่อขยายตลาดต่อยอดธุรกิจ พร้อมปลดล็อก NIA

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพทุกคน วันนี้มีข่าวใหญ่ที่จะมาเปลี่ยนเกมธุรกิจนวัตกรรมไทยให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้น! กับการประกาศจากภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนเพื่อการเติบโต กับโปรเจกต์ที่น่าสนใจอย่าง ข่าวดีสตาร์ทอัพไทย รัฐบาลชวนคว้าทุน 2 ล้าน เพื่อขยายตลาดต่อยอดธุรกิจ พร้อมปลดล็อก NIA ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจของคุณไปได้ไกลกว่าเดิม

ข่าวดีสตาร์ทอัพไทย รัฐบาลชวนคว้าทุน 2 ล้าน เพื่อขยายตลาดต่อยอดธุรกิจ พร้อมปลดล็อก NIA

รัฐบาลได้ออกมาเชิญชวนผู้ประกอบการนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ สมัครเข้าร่วมโครงการ Market Expansion ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อขอรับทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 2 ล้านบาทต่อโครงการ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้คุณนำนวัตกรรมไปทดสอบกับลูกค้าจริง และขยายตลาดให้กว้างขึ้นกว่าเดิม การสนับสนุนนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือ สนับสนุน 100% สำหรับการขยายสู่หน่วยงานภาครัฐ และแบบร่วมจ่าย 50% สำหรับการบุกตลาดเอกชนนั่นเองครับ

โอกาสทองสำหรับ 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

สำหรับใครที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่อไปนี้ บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะโครงการนี้เปิดรับข้อเสนอจากกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามอง ได้แก่:

  • อุตสาหกรรมการเกษตร
  • อุตสาหกรรมอาหาร
  • กลุ่มการแพทย์ สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี
  • กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม
  • กลุ่มการท่องเที่ยว ซอฟต์พาวเวอร์ และสังคม

การได้รับเงินทุนก้อนนี้จะช่วยให้สตาร์ทอัพไทยมีโอกาสหาลูกค้ารายแรกและขยายธุรกิจให้คล่องตัวยิ่งขึ้นครับ

ปลดล็อก NIA สู่กลไกใหม่ที่คล่องตัวกว่าเดิม

เหตุผลที่หลายคนตื่นเต้นกับ ข่าวดีสตาร์ทอัพไทย รัฐบาลชวนคว้าทุน 2 ล้าน เพื่อขยายตลาดต่อยอดธุรกิจ พร้อมปลดล็อก NIA ในครั้งนี้ เพราะการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาใหม่ที่ทำให้ NIA สามารถเข้ามาร่วมลงทุนโดยตรงได้! จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับการรับทุนให้เปล่า ต่อจากนี้ NIA จะมีเครื่องมือในการเข้าไปถือหุ้นหรือร่วมลงทุนผ่าน Venture Capital Trust ได้ ซึ่งจะช่วยปิดจุดอ่อนของธุรกิจ Deep Tech ที่ต้องการเงินทุนสูงและใช้เวลานานในการพัฒนา ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองจริงๆ ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถยื่นข้อเสนอโครงการผ่านระบบ MIS ของ NIA ได้ที่เว็บไซต์ http://mis.nia.or.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected] อย่าปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดมือไปนะครับ เพราะนี่คือการปรับตัวครั้งใหญ่ที่รัฐบาลตั้งใจสนับสนุนให้ธุรกิจของคุณเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหรือกำลังขยายกิจการ โครงการนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นกว่าที่เคยครับ

ที่มา – ข่าวดีสตาร์ทอัพไทย รัฐบาลชวนคว้าทุน 2 ล้าน เพื่อขยายตลาดต่อยอดธุรกิจ พร้อมปลดล็อก NIA

เกาหลีใต้ตรวจสอบด่วน น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รั่วไหลกว่า 208 กก. ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นตระหนกไม่น้อยเมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้ เมื่อมีการรายงานว่าเกิดการ **เกาหลีใต้ตรวจสอบด่วน น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รั่วไหลกว่า 208 กก. ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม** ของเตาปฏิกรณ์โวลซอง-4 ในเมืองคยองจู ซึ่งสร้างความสนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

เกาหลีใต้ตรวจสอบด่วน น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รั่วไหลกว่า 208 กก. ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการความปลอดภัยและความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า น้ำมวลหนักหรือน้ำหล่อเย็นตัวสำคัญได้รั่วไหลออกมาในปริมาณประมาณ 208 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ เกาหลีใต้ตรวจสอบด่วน น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รั่วไหลกว่า 208 กก. ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด

สรุปสถานการณ์และมาตรการรับมือ

หลังจากตรวจพบการรั่วไหล เจ้าหน้าที่ได้เข้าจัดการสถานการณ์ทันทีด้วยมาตรการดังนี้:

  • ปิดระบบปั๊มที่เกี่ยวข้องเพื่อหยุดการรั่วไหลของน้ำหล่อเย็น
  • ตรวจสอบระดับรังสีในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าอย่างละเอียด
  • ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าพื้นที่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหล

สิ่งที่น่าอุ่นใจคือ น้ำมวลหนักทั้งหมดที่รั่วไหลออกมายังคงถูกกักเก็บอยู่ภายในอาคารของโรงไฟฟ้าและไม่ได้ไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกแต่อย่างใด นอกจากนี้ ทางโรงไฟฟ้ายังอยู่ในช่วงของการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงตามรอบปกติอยู่แล้ว จึงมั่นใจได้ว่าความเสียหายในครั้งนี้อยู่ในวงจำกัดและไม่ได้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

เหตุการณ์ เกาหลีใต้ตรวจสอบด่วน น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รั่วไหลกว่า 208 กก. ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการเพิ่มความรัดกุมของระบบตรวจสอบนิวเคลียร์ แม้เทคโนโลยีจะทันสมัยเพียงใด แต่ความเป็นมืออาชีพและการตรวจสอบที่โปร่งใสคือสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ส่วนตัวมองว่าความตื่นตัวของหน่วยงานเกาหลีใต้ในครั้งนี้ทำได้ดีเยี่ยม เพราะการชี้แจงที่รวดเร็วช่วยลดความตื่นตระหนกและข่าวลือที่คลาดเคลื่อนได้เป็นอย่างดี

ที่มา – เกาหลีใต้ตรวจสอบด่วน น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รั่วไหลกว่า 208 กก. ยันไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

ผู้การพะเยาสั่งลุย เอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาวการบินไทย

ผู้การพะเยาสั่งลุย เอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาวการบินไทย

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ที่สร้างความไม่พอใจให้กับชาวจังหวัดพะเยาอย่างมาก เมื่อมีการนำกรณีที่แอร์โฮสเตสสาวชาวไทยถูกจับกุมที่ออสเตรเลียในคดียาเสพติด ไปบิดเบือนความจริงและสร้างกระแสเชื่อมโยงจนเกิดการด้อยค่าจังหวัดพะเยา ล่าสุด พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะทำการสืบสวนและผู้การพะเยาสั่งลุย เอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาวการบินไทย อย่างจริงจังโดยไม่มีข้อยกเว้น

ความคืบหน้าของคดีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของคนในจังหวัดเป็นวงกว้าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอยู่ระหว่างเร่งติดตามต้นตอของเพจเฟซบุ๊กและผู้ใช้โซเชียลมีเดียที่จงใจโพสต์ข้อความเท็จ หากพบความผิดจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของชาวพะเยา

มาตรการเด็ดขาดเพื่อจัดการผู้กระทำผิด

ทางตำรวจจังหวัดพะเยาได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลทางดิจิทัล โดยได้มีการเรียกประชุมด่วนเพื่อวางแนวทางรับมือและติดตามแอดมินเพจที่เป็นต้นตอของการสร้างความเข้าใจผิด การที่ ผู้การพะเยาสั่งลุย เอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาวการบินไทย ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้ที่ชอบแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยหลักการทำงานของเจ้าหน้าที่มีดังนี้:

  • รวบรวมหลักฐานดิจิทัลจากเพจและโพสต์ที่เข้าข่ายความผิด
  • ติดตามตัวแอดมินผู้ดูแลเพจเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน
  • ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายคอมพิวเตอร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนหาต้นตอการแพร่กระจายข้อมูล

อย่างไรก็ตาม ในคดีของแอร์โฮสเตสสาวนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังไม่มีสิ่งใดระบุแน่ชัดว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้ายาเสพติด การที่หลายฝ่ายนำไปบิดเบือนเพื่อพาดพิงถึงผู้บริหารหรือด้อยค่าชาวจังหวัดพะเยานั้น จึงถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและกระทบต่อภาพลักษณ์ของทางจังหวัดอย่างรุนแรง

สรุปและข้อคิดฝากเตือน

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราทุกคนต้องใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติ การจะแชร์หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนเสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของบุคคลหรือสถานที่ เพราะหากเป็นการบิดเบือนข้อมูลจนทำให้ผู้อื่นเสียหาย อย่างกรณีที่ทาง ผู้การพะเยาสั่งลุย เอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาวการบินไทย ย่อมต้องถูกเช็คบิลตามกฎหมายอย่างแน่นอน การเสพสื่ออย่างสร้างสรรค์คือหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมดิจิทัลครับ

ที่มา – ผู้การพะเยา สั่งลุยเต็มที่ เอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่า-พาดพิง โยงคดีแอร์สาวการบินไทย

จับ แซม ฆ่ายัดถังถ่วงน้ำ เจี่ย ตำรวจตั้ง 3 ข้อหาหนัก

กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการติดตามตัวคนร้ายในคดี จับ แซม ฆ่ายัดถังถ่วงน้ำ เจี่ย ซึ่งหลังจากที่นายอุเทน หรือ เจี่ย ปุญญาเจริญนนท์ ได้หายตัวไปอย่างปริศนานานนับเดือน ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบทราบจนพบว่าเขาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม โดยการยัดถังโบกปูนและนำไปถ่วงน้ำไว้ในบึงขนาดใหญ่ย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

สรุปคดีสะเทือนขวัญ จับ แซม ฆ่ายัดถังถ่วงน้ำ เจี่ย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการหายตัวไปของนายเจี่ย จนกระทั่งมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาในบึงน้ำกว้างใหญ่ จนพบถังต้องสงสัยและกู้ขึ้นมาได้สำเร็จ พบหลักฐานชิ้นส่วนมนุษย์ภายในถัง นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องสงสัยสำคัญในคดี จับ แซม ฆ่ายัดถังถ่วงน้ำ เจี่ย ที่หลายคนเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

เปิด 3 ข้อหาหนักที่ แซม ต้องเผชิญ

เมื่อคืนวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ประสบความสำเร็จในการเข้าควบคุมตัว นายณพรรษ วงษ์หาญ หรือ แซม ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยวัดลาดปลาดุก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาอย่างเด็ดขาดเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ดังนี้:

  • ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา
  • ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
  • ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด

บรรยากาศที่สถานีตำรวจในขณะนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ต้องหา แต่แซมยังคงเก็บตัวเงียบ ไม่ตอบคำถามใดๆ ก่อนจะถูกคุมตัวเข้าห้องสอบสวนเพื่อเตรียมส่งฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรีต่อไป คดีนี้ถือเป็นตัวอย่างของความรุนแรงที่ทำลายความรู้สึกของสังคมอย่างรุนแรง การใช้วิธีอำมหิตเพื่อปิดปากเหยื่อไม่ใช่ทางออกและคนทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างสาสม เราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำความจริงมาตีแผ่ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด

ที่มา – จับ “แซม” ฆ่ายัดถังถ่วงน้ำ “เจี่ย” ตำรวจตั้ง 3 ข้อหาหนัก

ฟาลาลิน บาโลกุน ถูกไล่ออกในศึกฟุตบอลโลก

ฟาลาลิน บาโลกุน ถูกไล่ออกในศึกฟุตบอลโลก

สำหรับแฟนบอลทีมชาติสหรัฐอเมริกา ค่ำคืนนี้อาจกลายเป็นฝันร้ายไม่น้อย เมื่อสตาร์กองหน้าตัวเก่งอย่าง ฟาลาลิน บาโลกุน ถูกไล่ออกในศึกฟุตบอลโลก ครั้งล่าสุดนี้ ในระหว่างการแข่งขันรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่พบกับทีมชาติบอสเนียฯ ณ สนามซานฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย สเตเดี้ยม เหตุการณ์สุดช็อกนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งจะโชว์ฟอร์มทำประตูให้กับทีมได้ไม่นาน แต่กลับต้องมาจบการเล่นก่อนเวลาอันควรจากการตัดสินของกรรมการ

เหตุการณ์ที่ทำให้ ฟาลาลิน บาโลกุน ถูกไล่ออกในศึกฟุตบอลโลก

จังหวะปัญหาเกิดขึ้นเมื่อบาโลกุนเข้าสกัดใส่ ทาริค มูฮาเรโมวิช ผู้เล่นของฝั่งบอสเนียฯ อย่างรุนแรง ทำให้ผู้ตัดสินควักใบแดงโดยตรงทันที ส่งผลให้ทีมชาติสหรัฐฯ ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากและต้องเล่นด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่า การสูญเสียดาวยิงคนสำคัญไปตั้งแต่ช่วงที่เกมยังตัดสินไม่ได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แฟนบอลต่างพากันวิจารณ์ถึงความเหมาะสมและผลกระทบต่อรูปเกมที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

ผลกระทบต่อทีมชาติสหรัฐฯ หลังจากที่ ฟาลาลิน บาโลกุน ถูกไล่ออกในศึกฟุตบอลโลก

การขาดหายไปของบาโลกุนในสถานการณ์ที่ต้องการประตูถือเป็นโจทย์ยากของกุนซือสหรัฐฯ ฟาลาลิน บาโลกุน ถูกไล่ออกในศึกฟุตบอลโลก ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อแผนการทำเกมรุกเท่านั้น แต่ยังทำให้ขวัญกำลังใจของผู้เล่นในทีมต้องแบกความกดดันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกที่ทุกจังหวะมีค่าดั่งทองคำ นี่คืออุทาหรณ์สำคัญของนักเตะอาชีพในการควบคุมอารมณ์และจังหวะการเข้าทำในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันสูง

  • วิเคราะห์จังหวะการเข้าสกัดของบาโลกุน ว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ในสายตาของแฟนบอล
  • ผลกระทบของการเหลือผู้เล่น 10 คน ในเกมระดับฟุตบอลโลก
  • อนาคตของบาโลกุนในทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นอย่างไรต่อไปหลังจากโดนใบแดง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่อาจเป็นบทเรียนราคาแพงที่นักเตะดาวรุ่งต้องจดจำไว้ให้ขึ้นใจ เพราะในเวทีระดับโลก เทคโนโลยี VAR และสายตาของกรรมการนั้นเฉียบคมเสมอ ไม่มีพื้นที่ให้กับการเล่นที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเพื่อนร่วมอาชีพ หากสหรัฐฯ ต้องการไปต่อในเส้นทางนี้ พวกเขาต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าทีมไม่ได้พึ่งพาแค่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่คือสปิริตและความสามัคคีที่แท้จริง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา

เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา

หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองก็เข้มข้นขึ้นทันที เมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมาเพื่อพิจารณารายละเอียดงบประมาณ โดยล่าสุดมีการ เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา ซึ่งถือเป็นที่จับตาของสังคมอย่างมากในขณะนี้

ความน่าสนใจของรายชื่อครั้งนี้ คือการปรากฏตัวของ “ดร.โจ” หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับความสนใจก่อนหน้านี้ และการกลับมาของ “มาดามเดียร์” ในโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ยังมีชื่อของ “อ.วีระ ธีระภัทรานนท์” ที่ทาง ครม. ได้ส่งชื่อมาร่วมในคณะกรรมาธิการด้วยการ เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา ครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณที่เต็มไปด้วยตัวแทนจากหลากพรรคการเมือง

ความเคลื่อนไหวสำคัญในการการตั้งกมธ.งบประมาณปี 70

สำหรับรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น กมธ.งบประมาณปี 70 ทั้ง 72 คนนั้น มีการกระจายโควตาจากหลายส่วน โดยพรรคภูมิใจไทยครองเสียงส่วนใหญ่ถึง 21 คน ตามมาด้วยพรรคประชาชน 13 คน พรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคกล้าธรรม 6 คน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ส่ง 2 คน ได้แก่ นายอัมพร พินะสา และ น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์นั่นเอง

ในการ เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 ดร.โจ-มาดามเดียร์ ร่วมงานสภา ครั้งนี้ เราได้เห็นรายชื่อจากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้:

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.): ส่งรายชื่อบุคคลสำคัญ 18 คน รวมถึง อ.วีระ ธีระภัทรานนท์ และนายชาดา ไทยเศรษฐ์
  • พรรคภูมิใจไทย: ส่งตัวแทน 21 คน นำโดย นายชยุต ภุมมะกาญจนะ และคณะ
  • พรรคประชาชน: นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (ดร.โจ)
  • พรรคการเมืองอื่น: รวมถึงพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งตัวแทนร่วมพิจารณา

การพิจารณางบประมาณแผ่นดินเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ การที่แต่ละพรรคส่งบุคลากรคุณภาพหรือตัวแทนที่มีชื่อเสียงมาร่วมด้วย สะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับเงินภาษีของประชาชน ทุกขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบและบริหารจัดการงบประมาณปี 2570 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

คุณคิดอย่างไรกับการจัดทัพกรรมาธิการงบประมาณชุดนี้? นี่คือการรวมตัวกันของมืออาชีพเพื่อรับมือกับโจทย์งบประมาณที่ท้าทาย หรือเป็นเพียงเกมการเมืองในสภา? มาร่วมติดตามสถานการณ์นี้ไปพร้อมๆ กัน เพราะทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณคืออนาคตของคนไทยทั้งชาติครับ

ที่มา – เปิดรายชื่อ กมธ.งบฯ 70 “ดร.โจ” โผล่ร่วมหลังแพ้เลือกตั้ง “มาดามเดียร์” โควตา ปชป. ครม. ส่ง “อ.วีระ”

กู้ภัยแผ่นดินไหวเวเนฯ เดินหน้าต่อแม้ความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่

สถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศเวเนซุเอลายังคงเป็นเรื่องที่คนทั่วโลกต่างส่งกำลังใจให้ ล่าสุดกับเหตุการณ์ กู้ภัยแผ่นดินไหวเวเนฯ เดินหน้าต่อแม้ความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่ ท่ามกลางความสูญเสียที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงทะลุ 2,295 รายแล้ว สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารเป็นอย่างมาก

กู้ภัยแผ่นดินไหวเวเนฯ เดินหน้าต่อแม้ความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่

ทีมกู้ภัยนานาชาติและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกว่า 4,000 นาย ยังคงทำงานแข่งกับเวลาในพื้นที่รัฐลากวยรา แม้ว่าโอกาสในการพบผู้รอดชีวิตจะลดน้อยลงทุกทีตามระยะเวลาที่ผ่านไป แต่ภารกิจ กู้ภัยแผ่นดินไหวเวเนฯ เดินหน้าต่อแม้ความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่ ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเพื่อมอบความหวังสุดท้ายให้กับครอบครัวที่กำลังเฝ้ารอ

สถานการณ์ความสูญเสียและการช่วยเหลือ

นอกจากตัวเลขผู้เสียชีวิตที่น่าเศร้าแล้ว ข้อมูลจากองค์กรภาคประชาชนยังระบุว่ามีผู้สูญหายอีกกว่า 40,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าติดตามดังนี้:

  • ยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,295 ราย และผู้บาดเจ็บกว่า 11,000 คน
  • มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้แล้วกว่า 6,461 คน รวมถึงปาฏิหาริย์จากเด็กหญิงที่เพิ่งได้รับความช่วยเหลือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
  • ประชาชนหลายพันคนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและเผชิญกับสภาวะขาดแคลนน้ำสะอาด

ความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการ กู้ภัยแผ่นดินไหวเวเนฯ เดินหน้าต่อแม้ความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่ นั้นถือเป็นความมุ่งมั่นที่น่ายกย่อง แม้สภาพพื้นที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและอุปสรรคทางสุขอนามัย แต่ทุกชีวิตที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้คือเครื่องยืนยันว่าการไม่ยอมแพ้มีค่าเสมอ

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงทำได้เพียงส่งแรงใจให้กับพี่น้องชาวเวเนซุเอลาและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างหนักท่ามกลางความโศกเศร้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยเร็วและผู้ที่ยังสูญหายจะปลอดภัย ท่วงทำนองแห่งความหวังท่ามกลางภัยพิบัติเช่นนี้คือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนไว้ได้ในยามนี้

ที่มา – กู้ภัยแผ่นดินไหวเวเนฯ เดินหน้าต่อแม้ความหวังพบผู้รอดชีวิตริบหรี่ ยอดตายทะลุ 2,295 รายแล้ว

ชัยชนะสุดดราม่า การคัมแบ็ก และประเด็นฉาวของเซเนกัล

ชัยชนะสุดดราม่า การคัมแบ็ก และประเด็นฉาวของเซเนกัล

หากจะพูดถึงความตื่นเต้นในฟุตบอลโลกปีนี้ คงไม่มีเกมไหนที่ทำให้แฟนบอลใจหายใจคว่ำได้เท่ากับแมตช์ล่าสุดที่ส่งผลให้เซเนกัลต้องตกรอบไปอย่างชวนติดตาม ชัยชนะสุดดราม่า การคัมแบ็ก และประเด็นฉาวของเซเนกัล กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุด เพราะในตอนแรกทีมของ Pape Thiaw ดูเหมือนจะตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างสบายๆ อยู่แล้ว

ทีมเซเนกัลนำอยู่ 2-0 จนถึงช่วง 4 นาทีสุดท้าย แต่แล้วพวกเขากลับเสียสมาธิและปล่อยให้ชัยชนะหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งอดีตกัปตันทีมชาติไอร์แลนด์อย่าง Roy Keane ถึงกับออกปากว่านี่คือการทิ้งโอกาสทองไปอย่างไม่น่าเชื่อ

บทเรียนจาก ชัยชนะสุดดราม่า การคัมแบ็ก และประเด็นฉาวของเซเนกัล

เบลเยียมแสดงให้เห็นถึงพลังใจที่ไม่ยอมแพ้ โดย Romelu Lukaku เป็นผู้จุดประกายความหวังในนาทีที่ 86 และ Youri Tielemans ก็มาทำประตูตีเสมอได้ในเวลาต่อมา ก่อนจะปิดท้ายด้วยจุดโทษที่กลายเป็นดราม่าครั้งใหญ่ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 125 ซึ่งถือว่าเป็นการทำประตูที่ช้าที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ทำไม ชัยชนะสุดดราม่า การคัมแบ็ก และประเด็นฉาวของเซเนกัล ถึงน่าสนใจ

หลายคนตั้งคำถามถึงความยุติธรรมของการตัดสินของ VAR ในจังหวะที่ Lamine Camara ปะทะกับ Tielemans แรงต้านและความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้นทันที เหมือนกับที่เซเนกัลเคยเผชิญในศึกแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ (Afcon) มาก่อนหน้านี้ ความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องตกรอบในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับ แต่ในโลกของฟุตบอล ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอหากเรายังเชื่อมั่น

  • เบลเยียมสร้างประวัติศาสตร์คัมแบ็กจากสถานการณ์ที่สิ้นหวัง
  • การตัดสินใจของ VAR กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกร่วมวิจารณ์
  • นักเตะรุ่นเก๋าของเบลเยียมยังมีบทบาทสำคัญในการพลิกเกม

ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนราคาแพงที่ฟุตบอลมอบให้แก่เซเนกัล การครองเกมได้เหนือกว่าเกือบ 70 นาทีไม่เพียงพอหากขาดความเฉียบคมในช่วงเวลาตัดสินใจ กีฬาลูกหนังไม่ได้มีแค่ความสามารถ แต่เป็นเรื่องของสภาพจิตใจที่ต้องนิ่งพอจนถึงวินาทีสุดท้าย

แล้วคุณล่ะ คิดว่าจังหวะจุดโทษนั้นสมควรหรือไม่? หรือแท้จริงแล้วเซเนกัลพลาดท่าเสียเองเพราะความลนลานในช่วงท้ายเกม? นี่คือสีสันที่ทำให้ฟุตบอลโลกปีนี้ยังคงเป็นรายการที่สนุกที่สุดในโลกกีฬา

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จับคาสนามบินภูเก็ต 2 หนุ่มอุซเบกิสถาน ซุกช่อดอกกัญชา

เหตุการณ์ระทึก จับคาสนามบินภูเก็ต 2 หนุ่มอุซเบกิสถาน ซุกช่อดอกกัญชา

เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาและเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักเดินทางทุกคน เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สนธิกำลังกันเข้าจับกุมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พยายามลักลอบกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง โดยการจับคาสนามบินภูเก็ต 2 หนุ่มอุซเบกิสถาน ซุกช่อดอกกัญชา-ยางกัญชา อัดแน่นเต็มกระเป๋าเดินทางเตรียมตัวออกนอกประเทศ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจสัมภาระขาออกระหว่างประเทศ ได้ตรวจพบความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ภายในกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารชาวอุซเบกิสถาน 2 ราย คือ นายจาลิลโบเยวิช บุนยอดบอย จูราบอฟ และนายมูคิดดินโนวิช นูร์ซายิด มูคิดดินอฟ ซึ่งทั้งคู่มีอายุ 26 ปีเท่ากัน

รายละเอียดการตรวจสอบและของกลางที่ยึดได้

จากการตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายไว้ภายในกระเป๋าเดินทางอย่างหนาแน่น โดยแบ่งเป็นพฤติการณ์ดังนี้:

  • ผู้ต้องหารายแรก: พบช่อดอกกัญชาแห้งในถุงสุญญากาศ 30 ห่อ และกัญชาแปรรูปอีก 14 แท่ง น้ำหนักรวมกว่า 10 กิโลกรัม
  • ผู้ต้องหารายที่สอง: พบช่อดอกกัญชา 30 ห่อ, ยางกัญชา 8 ถุง และกัญชาแปรรูปอีกจำนวนหนึ่ง น้ำหนักรวมกว่า 15 กิโลกรัม

เมื่อเจ้าหน้าที่พบหลักฐานชัดเจนเช่นนี้ การจับคาสนามบินภูเก็ต 2 หนุ่มอุซเบกิสถาน ซุกช่อดอกกัญชา-ยางกัญชา อัดแน่นเต็มกระเป๋าเดินทางจึงเกิดขึ้นทันที โดยผู้ต้องหาทั้งสองยอมจำนนต่อหลักฐานและถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพ.ร.บ.ศุลกากร หรือกฎหมายยาเสพติดที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทยนั้นไม่ได้เปิดกว้างสำหรับการนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่มีใบอนุญาต แม้ว่าในประเทศจะมีการประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุม แต่การนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือการลักลอบนำออกไปต่างประเทศนั้นถือเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจนำไปสู่การติดคุกและเสียประวัติการเดินทางอย่างถาวร

ในฐานะนักเดินทาง เราควรศึกษาข้อกำหนดของประเทศปลายทางและกฎหมายศุลกากรไทยให้ดีก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ทริปในฝันของคุณกลายเป็นฝันร้ายที่ต้องลงเอยในห้องขัง อย่าเสี่ยงกับสิ่งผิดกฎหมายเพราะผลที่ตามมานั้นไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน

ที่มา – จับคาสนามบินภูเก็ต 2 หนุ่มอุซเบกิสถาน ซุกช่อดอกกัญชา-ยางกัญชา อัดแน่นเต็มกระเป๋าเดินทาง