ยกระดับความปลอดภัยสนามบิน ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวกรณีที่มีพนักงานสายการบินถูกควบคุมตัวในต่างประเทศจากคดีขนยาเสพติด ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยอย่างมาก ล่าสุดทางรัฐบาลโดยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเอาจริงเอาจังด้วยการประกาศนโยบาย ยกระดับความปลอดภัยสนามบิน ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคน เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ช่วงทางนี้ในการขนส่งของผิดกฎหมายอีกต่อไป
มาตรการเข้มงวดเมื่อต้อง ยกระดับความปลอดภัยสนามบิน ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคน
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ เพราะมีการบูรณาการความร่วมมือทั้งจากกระทรวงคมนาคม ศุลกากร และ ป.ป.ส. เข้าด้วยกัน โดยหัวใจสำคัญคือการไม่ผ่อนปรนให้ใครเลย ต่อไปนี้ กัปตัน ลูกเรือ และพนักงานทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการตรวจค้นด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดเทียบเท่ากับผู้โดยสารทั่วไป ตามแนวทาง Zero Trust ที่เน้นว่าทุกคนมีความเสี่ยงและต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใส
สรุปขั้นตอนการคุมเข้มความปลอดภัยทางอากาศ
- ยกระดับความปลอดภัยสนามบิน ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับลูกเรือหรือพนักงาน
- เพิ่มความถี่ในการใช้สุนัขดมกลิ่น K9 ตรวจตราทั้งขาเข้าและขาออก
- ยกระดับการตรวจบริเวณ Gate Screening สำหรับเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง
- ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสารเสพติดของพนักงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว รัฐบาลยังเตรียมเพิ่มการใช้เทคโนโลยีอย่าง Biometrics และระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้แม่นยำขึ้น การที่ภาครัฐออกมาตรการเด็ดขาดเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังทุกภาคส่วนว่า ไทยจะไม่ยอมเป็นทางผ่านของยาเสพติดเด็ดขาด และมุ่งหวังให้สนามบินของเราเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเดินทางทุกคน
ในฐานะประชาชน เราคงต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาและสนับสนุนมาตรการเหล่านี้ แม้บางครั้งการตรวจที่เข้มข้นขึ้นอาจจะทำให้เกิดความล่าช้าไปบ้าง แต่ถ้าแลกกับความปลอดภัยและการกู้คืนชื่อเสียงของประเทศก็นับว่าคุ้มค่ามากครับ หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยป้องปรามเหล่ามิจฉาชีพได้ในระยะยาว เห็นแบบนี้แล้วก็พอจะอุ่นใจได้ว่าประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ดีในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรมครับ
ที่มา – ปิดช่องขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ยกระดับความปลอดภัยสนามบิน ใช้ Zero Trust ตรวจทุกคน










