วัน: 3 กรกฎาคม 2026

นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับท่าทีล่าสุดจากท่านนายกรัฐมนตรี ต่อการวางรากฐานนโยบายกัญชาของประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งใช้เวลาหารือกันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการจัดระเบียบและทบทวนความเหมาะสมของนโยบายในภาพรวมอย่างจริงจัง

ก้าวใหม่ของการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาที่ต้องโปร่งใส

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำชัดเจนว่า การดำเนินนโยบายกัญชาต่อจากนี้ไป จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยระบุว่านายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ เพราะในอดีตมักเกิดปัญหาเรื่องความลักลั่นของนโยบายที่เปลี่ยนไปตามตัวบุคคล ดังนั้น การทำงานในยุคนี้จึงต้องยกเลิกวิธีคิดที่ว่านโยบายจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นรมว.สาธารณสุข แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงทางวิชาการและผลกระทบต่อสังคมเป็นหลัก

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการประชุมครั้งนี้ มีความเคลื่อนไหวที่ต้องติดตามดังนี้:

  • กฎหมายกัญชาที่เสนอเข้าสภาต้องผ่านการศึกษาอย่างครบทุกมิติ ไม่เน้นแค่กระแส
  • ข้อมูลที่ใช้ประกอบนโยบายต้องมาจากส่วนราชการที่มีความน่าเชื่อถือ
  • การปิดหรือเปิดนโยบายขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์รอบด้าน ไม่ใช่การเมือง

นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการส่งออกกัญชา ท่านนายกฯ ได้ชี้แจงสถานการณ์ที่อินโดนีเซียจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าช่อดอกกัญชาจากไทยว่า กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ส่งกัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ออกนอกประเทศอยู่แล้ว และย้ำเตือนว่าผู้ที่กระทำผิดกฎหมายในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศที่มีบทลงโทษรุนแรงถึงประหารชีวิต จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีได้นั่งเป็นประธาน ป.ป.ส. ด้วยตนเอง จึงเป็นสัญญาณบวกว่าเราจะได้เห็นความชัดเจนที่มากขึ้น นโยบายนายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณไปยังทุกหน่วยงานว่า การทำงานต้องยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ การปรับโฉมครั้งนี้อาจนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่ชัดเจนขึ้นในสายตาประชาชน

คุณล่ะคิดอย่างไรกับทิศทางนโยบายกัญชาในยุคใหม่นี้? การเน้นใช้ข้อมูลนำการเมืองจะช่วยให้สังคมไทยก้าวพ้นความสับสนเรื่องกัญชาได้จริงหรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นและจับตาดูการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปพร้อมกับเรา

ที่มา – นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นเริ่มขยายผลสู่ตัวบุคคลระดับบิ๊กในกระทรวงมหาดไทย ล่าสุด นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR ในกระบวนการจัดสอบที่มีปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังจับตามองว่าความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คืออะไรกันแน่

ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบความผิดปกติในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น ซึ่งมีการแก้ไขคะแนนอย่างเป็นระบบ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 คนภายใน 1-2 วันนี้ สำหรับประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR ซึ่งหมายความว่าเรื่องนี้อาจมีเงื่อนงำยาวนานกว่าที่คิด

รายละเอียดการตรวจสอบความโปร่งใส

การดำเนินการในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทางวินัย แต่ยังรวมถึงการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติหลายฝ่าย เพื่อคลี่คลายปมทุจริตที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของระบบการสอบเข้ารับราชการ ดังนี้:

  • การสอบสวนข้าราชการระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย ตำรวจสอบสวนกลาง และ ป.ป.ช.
  • การขยายผลตรวจสอบย้อนหลัง 3-6 เดือนเพื่อหาตัวการที่แท้จริง
  • การพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อนสำหรับผู้ที่มีหลักฐานแน่นหนา

หลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดการฮั้วหรือการจัดทำ TOR ถึงลากยาวมาได้หลายยุคสมัย การที่ ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการสะสางปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งเราในฐานะประชาชนคงต้องเฝ้าติดตามผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบต่อความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถคืนความมั่นใจให้กับผู้เข้าสอบทุกคนได้ในเร็ววันครับ

ที่มา – ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR เตรียม ตั้ง กก. สอบ 5 ขรก. ฟันอาญา

‘ทุกคนรักดิโอโก้’ – จอท้า รำลึกหนึ่งปีผ่านไป

‘ทุกคนรักดิโอโก้’ – จอท้า รำลึกหนึ่งปีผ่านไป

หนึ่งปีที่ผ่านมาวงการฟุตบอลทั่วโลกยังคงจดจำและเศร้าโศกกับการจากไปของ ดิโอโก้ จอท้า กองหน้าของลิเวอร์พูล และน้องชายของเขา อันเดร ซิลวา จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น แม้ว่าเขาจะจากไปเร็วเกินคาด แต่ผลงานและบุคลิกภาพที่อบอุ่นของเขายังคงตราตรึงใจแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีม

‘ทุกคนรักดิโอโก้’ – จอท้า รำลึกหนึ่งปีผ่านไป

ดิโอโก้ จอท้า วัย 28 ปี ได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลไม่กี่สัปดาห์ก่อนจากการจากไปอย่างน่าเศร้า อีกทั้งเขายังได้แต่งงานกับคู่ชีวิตอย่าง รูเต้ คาร์โดโซ และมีลูกสามคนซึ่งเป็นครอบครัวที่เขารักมาก เขาทำประตูได้ทั้งหมด 65 ประตูจากการลงเล่น 182 นัดในถิ่นแอนฟิลด์ ช่วยทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2024-25

เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มต้นจากทีมปากอส เด เฟอร์ไรร่า ในโปรตุเกส ก่อนย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก มาดริด ในปี 2016 แต่เนื่องจากไม่ได้ลงเล่นให้กับแอตเลติโก เขาจึงถูกปล่อยให้ทีมปอร์โต้และวูล์ฟแฮมป์ตัน ยืมตัว ก่อนจะซื้อขาดในปี 2018 และที่นั่นเขาทำประตูได้ 44 ลูกจาก 131 เกม

มิตรภาพและความทรงจำถึงดิโอโก้

อดีตผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล อย่าง เคเลเฮอร์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนที่จริงใจและเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง โดยไม่ว่าสถานะหรือความโด่งดังจะเปลี่ยนแปลงเขาไป ดิโอโก้ยังคงเป็นคนธรรมดาที่ยึดมั่นในคุณธรรมซึ่งทำให้ทุกคนในทีมหลงรักเขาได้ง่าย นอกจากนี้ความชื่นชอบในกีฬาหลากหลายและความตั้งใจจริงในการเล่นเกมทำให้เขาเป็นที่จดจำมากกว่าเพียงแค่ผลงานในสนาม

อดีตกุนซือลิเวอร์พูล อาร์เน่ สลอต ได้กล่าวไว้ว่าจดจำดิโอโก้ในฐานะผู้เล่นที่ใส่ใจทีมเสมอและมีใจรักในทุกอย่างที่เขาทำ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่น่าจดจำมากกว่าคือภาพแห่งความเป็นทีมที่เขาเลือกเป็นภาพถ่ายหลังจบฤดูกาล ที่รวมทุกคนร้องเพลง You’ll Never Walk Alone ทั้งนี้สะท้อนถึงหัวใจที่แท้จริงของเขา

อดีตกุนซือวูล์ฟส์นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ และเพื่อนร่วมทีมอย่าง โคนอร์ โคดี้ ต่างก็ชื่นชมในตัวนิสัยที่อบอุ่น ความพยายาม และความมุ่งมั่นของเขา แม้ในช่วงแรกจะพบความยากลำบากในแชมเปี้ยนชิพ ดิโอโก้ก็ไม่เคยยอมแพ้และพร้อมที่จะพิสูจน์ตัวเองจนกลายเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม

ความทรงจำเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ‘ทุกคนรักดิโอโก้’ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือความจริงที่เกิดจากการเป็นคนดีและนักฟุตบอลที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล เพื่อนร่วมทีม หรือโค้ช เขาก็ทิ้งชื่อเสียงและความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

บทสรุปของความทรงจำกับดิโอโก้ จอท้า

หนึ่งปีผ่านไป ความรักและความทรงจำที่แฟนบอลและผู้คนมีต่อดิโอโก้ยังคงสดชื่นเสมอ นักเตะผู้ซึ่งเป็นทั้งนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม และมิตรภาพที่อบอุ่นจากใจ ความทุ่มเทและการเป็นตัวอย่างที่ดีต่อเพื่อนร่วมทีมคือสิ่งที่น่าจดจำที่สุด เรื่องราวของเขาสอนให้เรารู้ว่าความสำเร็จในชีวิตไม่ได้วัดจากผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีและมีน้ำใจที่น่าเคารพในทุกสถานการณ์

ดังนั้นให้เราเก็บรักษาความทรงจำดีๆ นี้ไว้ในใจ และเรียนรู้ที่จะเป็นคนที่ดีเหมือนกับดิโอโก้ จอท้า เพื่อให้ทุกวันเต็มไปด้วยความหมายและความสุขที่แท้จริง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กมธ.ป.ป.ช. เยือน ป.ป.ช. จับมือปราบโกง เน้นทำงานเชิงรุก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองมาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดทาง กมธ.ป.ป.ช. เยือน ป.ป.ช. จับมือปราบโกง เน้นทำงานเชิงรุก-เร่งรัดคดีสำคัญ เพื่อให้การตรวจสอบการทุจริตในบ้านเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมองเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

กมธ.ป.ป.ช. เยือน ป.ป.ช. จับมือปราบโกง เน้นทำงานเชิงรุก

เหตุการณ์นี้นำโดยคุณอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ที่นำทีมเข้าไปเยี่ยมเยียนสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ค้างคาและยกระดับกลไกการตรวจสอบให้ทันสมัย ท่ามกลางกระแสสังคมที่จับตามองคดีทุจริตต่างๆ อยู่ในขณะนี้

กมธ.ป.ป.ช. เยือน ป.ป.ช. จับมือปราบโกง และแนวทางก้าวต่อไป

ในการหารือครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่น่าติดตามอยู่หลายเรื่องเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • การเร่งรัดคดีสำคัญ: มีการกำชับให้ ป.ป.ช. เร่งดำเนินการตอบกลับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมาธิการฯ ทั้ง 35 คณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับความกระจ่างโดยเร็ว
  • การเสนอปรับแก้กฎหมาย: เตรียมเสนอกฎหมายผ่านรัฐบาลจำนวน 4-6 ฉบับ เพื่อปรับปรุงข้อกฎหมายเก่าให้มีความทันสมัยและปิดช่องโหว่การทุจริต
  • การประชุมเชิงรุก: ตกลงที่จะมีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามความคืบหน้าของคดีต่างๆ อย่างใกล้ชิด

หลายคนอาจจะสงสัยว่า การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในอนาคตจะกระทบงานหรือไม่ ซึ่งทางประธานกรรมาธิการฯ ได้ยืนยันอย่างมั่นใจครับว่า การสานต่อความร่วมมือนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขาธิการ ป.ป.ช. ในเร็วๆ นี้ก็ตาม เพราะนี่คือกลไกการทำงานที่มุ่งหวังประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ในมุมมองของผม การที่สภาฯ และองค์กรอิสระหันมาจับมือกันอย่างจริงจังแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ดีมากครับ เพราะการปราบโกงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดัน หวังว่าการเคลื่อนไหวนี้จะทำให้คดีความต่างๆ มีความคืบหน้าและแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงแข็งขันเสมอ เรามาร่วมกันเป็นกำลังใจและคอยติดตามผลงานกันต่อไปครับว่า กฎหมาย 4-6 ฉบับที่ว่านี้ จะสามารถพลิกโฉมการตรวจสอบการทุจริตในบ้านเราได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “กมธ.ป.ป.ช.” เยือน ป.ป.ช. จับมือปราบโกง เน้นทำงานเชิงรุก-เร่งรัดคดีสำคัญ

มศว แถลงคืบหน้า โกงสอบท้องถิ่น พบคนนอกแทรกแซงคะแนน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวคราวความไม่โปร่งใสในการจัดสอบท้องถิ่น ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญ โดยการแถลงคืบหน้า มศว แถลงคืบหน้า โกงสอบท้องถิ่น ไม่พบข้อสอบรั่ว แต่พบคนนอกแทรกแซงการประกาศคะแนน เพื่อไขข้อข้องใจให้กับพี่น้องประชาชนที่รอฟังข่าวดีและผลลัพธ์ที่เป็นธรรม

มศว แถลงคืบหน้า โกงสอบท้องถิ่น ไม่พบข้อสอบรั่ว แต่พบคนนอกแทรกแซงการประกาศคะแนน

จากการตรวจสอบอย่างเข้มข้น มหาวิทยาลัยยืนยันว่ากระบวนการจัดทำข้อสอบ ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกข้อสอบ การพิมพ์ รวมถึงการขนส่งข้อสอบไปยังศูนย์สอบต่างๆ นั้นเป็นไปตามขั้นตอนที่มาตรฐานและไม่พบว่ามีการรั่วไหลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจคือความพยายามของกลุ่มบุคคลภายนอกที่เข้ามาแทรกแซงกระบวนการจัดการข้อมูลคะแนนสอบ ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่มหาวิทยาลัยกำลังเร่งประสานงานกับ ป.ป.ช. เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

เบาะแสสำคัญจากระบบ Digital Signature

ทางด้านทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ มศว ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อมูลการสอบทั้งหมดจะถูกบันทึกลงในแฟลชไดรฟ์พร้อมระบบ Digital Signature เพื่อป้องกันการปลอมแปลง หากมีการแก้ไขข้อมูลจะทิ้งร่องรอยให้ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน การแถลงคืบหน้า มศว แถลงคืบหน้า โกงสอบท้องถิ่น ไม่พบข้อสอบรั่ว แต่พบคนนอกแทรกแซงการประกาศคะแนน ในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันความโปร่งใสในส่วนของมหาวิทยาลัย แต่ก็ยอมรับว่ามีความพยายามจากคนนอกที่ต้องการเข้ามาดูแลการคัดเลือกผลคะแนนเอง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ถูกนำไปรวบรวมไว้เป็นหลักฐานสำคัญให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว

  • ไม่มีข้อสอบรั่วไหลทุกขั้นตอน
  • พบการแทรกแซงจากคนภายนอกในการจัดการคะแนน
  • ใช้เทคโนโลยี Digital Signature ตรวจสอบการแก้ไขแฟลชไดรฟ์
  • ส่งมอบเอกสารสำคัญทั้งหมดให้กับ ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว

ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องเฝ้ารอกันต่อไปว่าผลจากทาง ป.ป.ช. จะออกมาเป็นอย่างไร การที่มหาวิทยาลัยกล้าออกมาเปิดเผยความจริงเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบที่ควรจะผ่านเกณฑ์แต่กลับเสียโอกาสไป หากใครเป็นหนึ่งในผู้เข้าสอบ ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือกันอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่โปร่งใสที่สุดครับ

ที่มา – มศว แถลงคืบหน้า “โกงสอบท้องถิ่น” ไม่พบข้อสอบรั่ว แต่พบคนนอกแทรกแซงการประกาศคะแนน

เจาะลึก! ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับศิลปินหลายคนคงเคยประสบปัญหาการกดบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน จนต้องหันไปพึ่งพาบริการจากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สคบ. เร่งประสานงานกับ ปคบ. เพื่อจัดการอย่างเร่งด่วนกับ ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้แฟนคลับทั่วประเทศ

เผยกลโกง ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า ที่แฟนคลับต้องระวัง

พฤติการณ์ของมิจฉาชีพกลุ่มนี้มักจะโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียว่าสามารถกดบัตรได้แน่นอน 100% โดยมีการเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า หรือเรียกเก็บเต็มจำนวนก่อนถึงวันกดบัตรจริง เมื่อถึงเวลาหากกดบัตรไม่ได้ มิจฉาชีพเหล่านี้มักจะบ่ายเบี่ยง ไม่คืนเงิน หรือปิดช่องทางการติดต่อหนีไป ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทั้งเงินและโอกาสสำคัญในการชมคอนเสิร์ตที่ตั้งตารอคอย

วิธีป้องกันตัวเองจาก ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยจากการถูกหลอกลวง สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้คำแนะนำสำคัญ ดังนี้:

  • ซื้อบัตรผ่านช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผู้จัดงานเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักหรือร้านค้าออนไลน์ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
  • บันทึกหลักฐานการสนทนาและสลิปการโอนเงินไว้เสมอหากเกิดปัญหา
  • อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่อ้างว่าการันตีที่นั่งดี หรือทำได้ทุกรอบการแสดง

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้มิจฉาชีพอาศัยความชื่นชอบของแฟนคลับมาหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยจะบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อทลายเครือข่ายเหล่านี้ให้หมดไป

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ผมอยากฝากไว้ว่า ความสุขจากการชมคอนเสิร์ตไม่ควรมาพร้อมกับความเสี่ยง การซื้อบัตรผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาตคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสิทธิ์ของตัวเราเอง หากใครเคยตกเป็นเหยื่อ ไม่ต้องอายที่จะแจ้งความดำเนินคดี เพราะยิ่งข้อมูลมากเท่าไหร่ การจับกุมมิจฉาชีพก็จะยิ่งทำได้เร็วขึ้นเท่านั้น อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลครับ!

ที่มา – “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ประสาน ปคบ. เช็กด่วน ขบวนการรับจ้างกดบัตรคอนเสิร์ต หลอกเก็บเงินล่วงหน้า

จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวการเมืองคงได้เห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดกันแล้วนะครับ เมื่อเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศเรื่องการเลื่อนลำดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก นั่นคือการที่ จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก จากตำแหน่งเดิม

จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก อย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งการลาออกในครั้งนี้ส่งผลให้ตำแหน่งว่างลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 101 (3) ทำให้ต้องมีการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมาทำหน้าที่แทน

เปิดรายชื่อผู้ทำหน้าที่ในสภาฯ: จักรภพ เพ็ญแข เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง ประเสริฐ ลาออก

สำหรับบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ตามลำดับบัญชีรายชื่อให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง สส. แทน คือ นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 18 ของบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โดยมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับขั้นตอนการประกาศดังนี้ครับ:

  • ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
  • การเลื่อนลำดับเป็นไปตามมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
  • การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรภายในพรรคเพื่อไทยตามกลไกสภาฯ

การกลับเข้ามามีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎรของนายจักรภพ เพ็ญแข ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับทิศทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยในช่วงเวลาที่เหลือของวาระรัฐสภา หลายฝ่ายต่างตั้งคำถามและเฝ้ารอว่าบทบาทใหม่บนเก้าอี้ สส. นี้ จะนำไปสู่การผลักดันนโยบายหรือมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไรบ้างในอนาคต

ถือเป็นเรื่องปกติของการเมืองในระบอบรัฐสภาที่มีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลเพื่อขับเคลื่อนงานตามความเหมาะสมของพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรเฝ้าติดตามผลงานของท่าน สส. คนใหม่ว่าจะสามารถสร้างประโยชน์หรือขับเคลื่อนประเด็นที่ประชาชนคาดหวังได้ดีเพียงใดครับ

ที่มา – “จักรภพ เพ็ญแข” เลื่อนลำดับเป็น สส.พรรคเพื่อไทย หลัง “ประเสริฐ” ลาออก

สกัดมะเร็งส่งด่วน จับบุหรี่เถื่อนบิ๊กลอต 1 ล้านมวน

สกัดมะเร็งส่งด่วน จับบุหรี่เถื่อนบิ๊กลอต 1 ล้านมวน

เป็นเรื่องราวที่ต้องบอกว่าน่าตกใจไม่น้อยเลยครับ สำหรับคดีล่าสุดที่ทางด่านศุลกากรช่องจอมได้ผนึกกำลังกับไปรษณีย์นครราชสีมา เปิดปฏิบัติการสกัดมะเร็งส่งด่วน จับบุหรี่เถื่อนบิ๊กลอต 1 ล้านมวน เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าอันตรายเหล่านี้หลุดรอดไปถึงมือประชาชนในพื้นที่อีสานใต้ งานนี้บอกเลยว่าพี่น้องเจ้าหน้าที่ทำงานกันหนักหน่วงตลอด 11 วัน 10 คืน จนสามารถยึดของกลางได้มหาศาลครับ

ทำไมต้องเร่งสกัดมะเร็งส่งด่วน จับบุหรี่เถื่อนบิ๊กลอต 1 ล้านมวน?

สาเหตุหลักที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดกับปฏิบัติการสกัดมะเร็งส่งด่วน จับบุหรี่เถื่อนบิ๊กลอต 1 ล้านมวน ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดเก็บภาษีเข้ารัฐให้ครบถ้วนเท่านั้นนะครับ แต่คือเรื่องของสุขภาพล้วนๆ เพราะบุหรี่เถื่อนเหล่านี้มักไม่ได้มาตรฐาน

  • มีความชื้นสูงจนเกิดเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อปอด
  • ไม่มีการควบคุมคุณภาพและสารเคมีตกค้าง
  • สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและทำลายความเป็นธรรมของผู้ค้าสุจริต

การตรวจค้นครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีว่า ขบวนการของเถื่อนมักใช้วิธีการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา แม้จะไม่มีรางวัลนำจับในส่วนนี้แล้ว แต่ทางกรมศุลกากรก็ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือบุหรี่เหล่านี้อาจดูเหมือนของจริง แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยมลพิษที่ซ่อนอยู่ หากใครที่ยังสูบบุหรี่ อยากให้มองเห็นถึงผลกระทบในระยะยาว ไม่ใช่แค่มะเร็งที่จะตามมา แต่คือคุณภาพชีวิตที่เสียไปจากการบริโภคสินค้าที่ไม่มีที่มาที่ไปครับ

หวังว่าการปราบปรามในครั้งนี้จะเป็นการลดวงจรการค้าผิดกฎหมายในพื้นที่อีสานใต้ให้เบาบางลง และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานอย่างเสียสละครับ

ที่มา – สกัดมะเร็งส่งด่วน จับบุหรี่เถื่อนบิ๊กลอต 1 ล้านมวน เตรียมกระจายเข้าอีสานใต้

WSL หน้าใหม่ คริสตัลพาเลซเซ็นสัญญาเอนเจ

WSL หน้าใหม่ คริสตัลพาเลซเซ็นสัญญาเอนเจ

ในโลกของฟุตบอลหญิงอังกฤษ การเข้าร่วมลีกสูงสุดอย่าง Women’s Super League หรือ WSL ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับทีมใหม่ ๆ และคริสตัลพาเลซคือหนึ่งในหน้าใหม่ที่กำลังสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลอย่างมาก ล่าสุดพวกเขาได้ตกลงเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง Sierra Enge จากทีมสตราสบูร์กในฝรั่งเศส ถือเป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญที่จะช่วยให้ทีมพร้อมสู้ศึกที่ท้าทายในฤดูกาลนี้

สำหรับ Sierra Enge วัย 26 ปี ชาวอเมริกันถือว่าเป็นนักเตะที่มีศักยภาพโดดเด่น และได้ตกลงเซ็นสัญญาระยะเวลา 2 ปีเป็นที่เรียบร้อย โดยจะเข้าร่วมทีมคริสตัลพาเลซหลังจากผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ในการย้ายทีมระหว่างประเทศแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เธอเป็นการเซ็นสัญญาครั้งแรกภายใต้การทำทีมของโค้ช Jo Potter นับตั้งแต่ทีมพาเลซกลับมาอยู่ใน WSL อีกครั้งหลังจากตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่นสองเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล

WSL หน้าใหม่ คริสตัลพาเลซเซ็นสัญญาเอนเจ กับความหวังใหม่

Enge ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่ได้มาเล่นใน WSL ว่า “ลีกนี้ถือเป็นลีกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก การได้ลงเล่นที่นี่ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง” เธอเสริมว่าได้ประทับใจกับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่คริสตัลพาเลซอย่างมาก และรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้

สำหรับประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Sierra Enge เคยถูกเลือกโดยซานดิเอโกว์ Wave FC ในร่างเลือกนักเตะ National Women’s Super League ประจำปี 2023 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสในปี 2024 โดยเธอเคยรับบทบาทผู้เล่นกองกลางทีมชาติอเมริกา รุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปี และช่วยทีมสตราสบูร์กที่เป็นทีมหน้าใหม่ในลีกสูงสุดฝรั่งเศสให้สามารถจบอันดับที่ 9 และ 7 ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการลงสนามเป็นตัวจริงถึง 21 นัดในฤดูกาล 2026-27

ความมั่นใจของโค้ช Jo Potter ต่อการเซ็นสัญญานี้

โค้ช Jo Potter กล่าวว่า “Sierra คือผู้เล่นคุณภาพที่เติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับกองกลางของทีมเราได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มทางเลือกและความลึกของทีม ในการที่เราจะมุ่งสู่ความสำเร็จหลังจากกลับสู่ WSL อีกครั้ง” คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่ทีมมีต่อการได้ตัว Sierra Enge มาร่วมทีม

ด้วยการเซ็นสัญญาที่น่าตื่นเต้นครั้งนี้ คริสตัลพาเลซไม่เพียงแค่หวังที่จะรักษาสถานะใน WSL เท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นจะก้าวขึ้นไปเป็นทีมที่มีผลงานยอดเยี่ยมและสามารถท้าชนทีมชั้นนำได้ในอนาคต การมีผู้เล่นที่มีประสบการณ์และทักษะอย่าง Enge จะช่วยเติมเต็มช่องว่างและสร้างความสมดุลในสนามได้อย่างชัดเจน

ดังนั้นแฟนบอลคริสตัลพาเลซและสาวกฟุตบอลหญิงทั่วโลกสามารถจับตาดูพัฒนาการของทีมทีมนี้ได้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะการเสริมทัพครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทีมมีความทะเยอทะยานที่จะเติบโตในระดับสูงสุดของวงการฟุตบอลหญิงอังกฤษ

หากคุณชื่นชอบข่าวสารเกี่ยวกับฟุตบอลหญิงและ WSL อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของคริสตัลพาเลซและ Sierra Enge ในซีซั่นหน้า เพราะนี่คือก้าวสำคัญที่น่าจับตามองอย่างแท้จริง

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ