วัน: 4 กรกฎาคม 2026

ค้นห้องพัก ชายฮู้ดน้ำเงิน พบผงสีขาว เจ้าตัวลั่นขอโทษแอร์

กลายเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก จากกรณีที่มีแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลียในคดียาเสพติด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่บุกค้นห้องพัก ชายฮู้ดน้ำเงิน พบผงสีขาว เจ้าตัวลั่นขอโทษแอร์ งานนี้ทำเอาผู้ต้องหายอมเปิดปากสารภาพความจริงหลังจากถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก

เหตุการณ์บุกค้นห้องพัก ชายฮู้ดน้ำเงิน พบผงสีขาว เจ้าตัวลั่นขอโทษแอร์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ขยายผลจับกุม นายอุทัย หรือที่ใครเรียกกันว่า ชายฮู้ดน้ำเงิน ผู้ต้องหาที่เป็นคนส่งพัสดุยาเสพติดให้กับแอร์โฮสเตสสาว โดยการบุกตรวจค้นในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

พบหลักฐานสำคัญซุกซ่อนในห้องพัก

จากการตรวจค้นห้องพักของนายอุทัย เจ้าหน้าที่พบสิ่งที่น่าตกใจคือ:

  • ผ้าลายช้างที่ถูกตัดกระจัดกระจายจำนวนมาก
  • ผงสีขาวซึ่งผลพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน
  • เสื้อผ้าและกระเป๋าเป้ที่ใช้ในวันเกิดเหตุ
  • ธนบัตรและโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อเครือข่าย

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานต้องลงมือแกะรอยเศษผ้าที่ถูกตัดเป็นริ้ว ซึ่งภายในมีการซุกซ่อนเฮโรอีนเอาไว้ โดยนายอุทัยได้รับสารภาพว่าตนเองรับของมาจากแหล่งที่ปกปิดใบหน้าและนำมาเก็บไว้ที่นี่ ก่อนจะส่งต่อไปยังปลายทางผ่านบริการขนส่ง

เสียงจากปากผู้ต้องหาถึงแอร์โฮสเตสสาว

นอกจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่คุมตัว นายอุทัย ออกมานั้น นักข่าวได้สอบถามถึงความรู้สึก ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวออกมาว่า “ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริงๆ ครับ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ต้องหารู้ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนอื่นอย่างร้ายแรงเพียงใด

เหตุการณ์ ค้นห้องพัก ชายฮู้ดน้ำเงิน พบผงสีขาว เจ้าตัวลั่นขอโทษแอร์ ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการหลงผิดเข้าไปอยู่ในขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ความโลภเพียงชั่วครู่ไม่เคยคุ้มกับอิสรภาพที่เสียไป ไม่ว่าผู้บงการอยู่หลังม่านจะเป็นใคร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งขยายผลจนถึงที่สุด เพื่อทลายเครือข่ายนี้ให้สิ้นซาก

ที่มา – ค้นห้องพัก “ชายฮู้ดน้ำเงิน” พบผงสีขาวจำนวนมาก เจ้าตัวลั่น “ขอโทษแอร์ด้วยครับ”

ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องกัญชาในประเทศไทย ล่าสุดทางฝั่งพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ออกมาให้ความชัดเจนผ่านโซเชียลมีเดียว่า พรรคฯ ยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิม คือการสนับสนุนการนำ กัญชาทางการแพทย์ มาใช้เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรเท่านั้น

จุดยืนของพรรคต่อประเด็นกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

หลายคนอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้กัญชาเป็นของเล่นเพื่อนันทนาการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นผลมาจากภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย หลังจากที่ร่างกฎหมายควบคุมกัญชาที่พรรคเคยเสนอไว้ถูกปัดตกไปในสมัยที่ผ่านมา ทำให้เกิดการใช้แบบไร้ทิศทางและขาดการควบคุมจากภาครัฐที่เข้มงวดเพียงพอ

นายศุภชัยได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่เราต้องการเห็นไม่ใช่การปล่อยปละละเลย แต่คือการมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน เพื่อให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจและยาช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างแท้จริง โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้:

  • เพื่อสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสุขภาพและบำบัดอาการป่วยอย่างปลอดภัย
  • เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทย
  • เพื่อวางรากฐานการป้องกันการเข้าถึงในกลุ่มเยาวชนผ่านพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่กำลังจะนำมาใช้ใหม่

ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ฉบับใหม่เข้าสู่สภาเพื่อให้พิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยหวังว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคจะเห็นพ้องในการเดินหน้าสร้างกฎกติกาที่ถูกต้องให้กับสังคม แทนที่จะปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซังเช่นที่ผ่านมา เพื่อให้กัญชาไทยได้ทำหน้าที่เป็นยาและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการคุ้มครองประชาชนและการให้โอกาสผู้ป่วยไปพร้อมกัน การนำประเด็นทางการเมืองมาปิดกั้นความก้าวหน้าทางการแพทย์อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่กำลังรอคอยความหวัง การสร้างกติกาที่เข้มงวดให้ชัดเจนจึงเป็นทางออกที่สังคมควรตั้งตารอครับ

ที่มา – ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

5 กรกฎาคม จัดสอบ ก.พ. 2569 ภาค ก. เช็กศูนย์สอบ 14 จังหวัด

เชื่อว่าเหล่าข้าราชการไทยหลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับการสอบครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ในวันที่ 5 กรกฎาคม จัดสอบ “ก.พ. 2569” ภาค ก. ซึ่งถือเป็นสนามสอบสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครจำนวนมากได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายงานราชการ โดยสำนักงาน ก.พ. ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้เข้าสอบกว่า 450,000 ที่นั่งทั่วประเทศเลยทีเดียวครับ

5 กรกฎาคม จัดสอบ “ก.พ. 2569” ภาค ก. เช็กศูนย์สอบ 14 จังหวัด

สำหรับใครที่มีแผนต้องเดินทางในวันอาทิตย์นี้ ต้องขอเตือนให้วางแผนกันให้ดี เพราะการที่มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันย่อมส่งผลกระทบต่อการสัญจรอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในพื้นที่สนามสอบหลัก โดยข้อมูลจากสำนักงาน ก.พ. ระบุว่ามีการกระจายสนามสอบไปยัง 14 จังหวัดทั่วไทย ดังนี้:

  • กรุงเทพมหานครและนนทบุรี
  • นครปฐม, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา
  • ราชบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่
  • พิษณุโลก, นครราชสีมา, อุดรธานี
  • อุบลราชธานี, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานี
  • สงขลา

ทำไม 5 กรกฎาคม จัดสอบ “ก.พ. 2569” ภาค ก. ถึงต้องระวังเรื่องการจราจร?

ด้วยปริมาณผู้เข้าสอบที่มากถึง 450,000 คน กระจายตัวอยู่ใน 14 จังหวัดที่กล่าวมา ทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบสนามสอบจะมีความหนาแน่นมากกว่าปกติอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงเวลา 09.00 – 12.00 น. สำหรับภาคเช้า และ 14.00 – 17.00 น. สำหรับภาคบ่าย แนะนำว่าหากใครไม่มีความจำเป็นต้องใช้เส้นทางผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลานั้น ควรหลีกเลี่ยงเพื่อประหยัดเวลาครับ

สำหรับผู้เข้าสอบเอง การเตรียมตัวที่ดีไม่ได้มีแค่เรื่องความรู้เท่านั้น แต่การวางแผนการเดินทางไปถึงสนามสอบก่อนเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดจนทำให้เสียสมาธิก่อนเริ่มทำข้อสอบ เพราะเราเชื่อว่าการมีสติและไม่เร่งรีบคือจุดเริ่มต้นของการสอบที่ราบรื่นครับ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการคว้าโอกาสในครั้งนี้!

ที่มา – 5 กรกฎาคม จัดสอบ “ก.พ. 2569” ภาค ก. เช็กศูนย์สอบ 14 จังหวัด อาจมีการจราจรหนาแน่น

พบ โดรนพลีชีพ ไม่ทราบฝ่าย ตกในไร่ข้าวโพด อ.พบพระ จ.ตาก

พบ โดรนพลีชีพ ไม่ทราบฝ่าย ตกในไร่ข้าวโพด อ.พบพระ จ.ตาก

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อชาวบ้านได้แจ้งข่าวการพบ โดรนพลีชีพ ไม่ทราบฝ่าย ตกในไร่ข้าวโพด อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งสร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยจุดที่พบอยู่ห่างจากแนวชายแดนเพียง 200 เมตรเท่านั้น

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ทาง สภ.พบพระ ได้รับแจ้งเหตุอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนได้ตกลงในพื้นที่เกษตรกรรม บ้านวาเล่ย์ หมู่ 2 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งประสานไปยังหน่วยทหารราชมนูและชุด EOD จังหวัดตาก เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน

รายละเอียดเหตุการณ์ พบ โดรนพลีชีพ ไม่ทราบฝ่าย ตกในไร่ข้าวโพด อ.พบพระ จ.ตาก

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่าโดรนดังกล่าวเป็นอากาศยานไร้คนขับแบบพลีชีพ (Kamikaze Drone) ซึ่งบินมาจากฝั่งประเทศเมียนมาและตกลงมาในฝั่งไทย แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมลึกประมาณ 10 เซนติเมตร และมีรัศมีทำลายล้างประมาณ 5 เมตร ส่งผลให้ต้นข้าวโพดในบริเวณนั้นเสียหายราบเป็นหน้ากลอง

เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการปิดกั้นพื้นที่และเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมทั้งเก็บรวบรวมชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดเพื่อนำไปตรวจสอบหาที่มาต่อไป เบื้องต้นคาดว่าระเบิดของโดรนได้ทำงานไปแล้วก่อนที่จะกระแทกพื้น ทำให้โชคดีที่ไม่มีผู้ใดอยู่ในรัศมีดังกล่าว

  • แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ชายแดนให้ระมัดระวัง
  • ห้ามเข้าใกล้หากเจอวัตถุต้องสงสัยหรือชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์
  • ให้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารในพื้นที่ทันที

สถานการณ์ล่าสุด ทางหน่วยทหารราชมนูได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด หากใครพบเห็นสิ่งผิดปกติจากการพบ โดรนพลีชีพ ไม่ทราบฝ่าย ตกในไร่ข้าวโพด อ.พบพระ จ.ตาก ในครั้งนี้ ขอให้ผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงตื่นตัวและคอยสังเกตความเคลื่อนไหวบริเวณแนวชายแดนอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน

ถือเป็นอุทาหรณ์สําคัญสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ชายแดนว่าภัยจากสงครามอาจมาถึงตัวได้ทุกเมื่อ การมีสติและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องตนเองและครอบครัวครับ

ที่มา – พบ “โดรนพลีชีพ” ไม่ทราบฝ่าย ตกในไร่ข้าวโพด อ.พบพระ จ.ตาก ห่างชายแดน 200 เมตร

อัปเดตราคาทองวันนี้ 4 ก.ค. 69 ปิดตลาดคงที่ ล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายลงทุนและคนรักทองคำทุกท่าน วันนี้เรามาเช็กกันหน่อยว่าสถานการณ์ราคาทองในบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับการ อัปเดตราคาทองวันนี้ 4 ก.ค. 69 ปิดตลาดคงที่ ล่าสุด “ทองแท่ง-ทองรูปพรรณ” ขายกี่บาท ซึ่งถือเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวนแบบนี้ครับ

อัปเดตราคาทองวันนี้ 4 ก.ค. 69 ปิดตลาดคงที่ ล่าสุด “ทองแท่ง-ทองรูปพรรณ” ขายกี่บาท

จากการรายงานโดยสมาคมค้าทองคำ ตลอดทั้งวันของวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศการซื้อขายถือว่านิ่งมากครับ เพราะตั้งแต่เปิดตลาดจนถึงเวลาปิดตลาดตอน 17.30 น. ราคาทองไม่มีการขยับเขยื้อนเลย ทำให้ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณยังคงยืนอยู่ที่ระดับเดิม ใครที่กำลังเล็งว่าจะขายหรือจะซื้อเก็บเพิ่ม ก็สามารถดูราคาอ้างอิงล่าสุดจากเราได้เลยครับ

สรุปราคาซื้อขายทองคำประจำวันนี้ที่ทุกคนควรรู้

สำหรับสถานการณ์ อัปเดตราคาทองวันนี้ 4 ก.ค. 69 ปิดตลาดคงที่ ล่าสุด “ทองแท่ง-ทองรูปพรรณ” ขายกี่บาท นั้นมีรายละเอียดดังนี้ครับ:

  • ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้ออยู่ที่ 65,350 บาท และขายออกที่ 65,550 บาท
  • ราคาทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่ 64,035.84 บาท และขายออกที่ 66,350 บาท

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการเก็งกำไร หรืออยากทราบมูลค่าของทองรูปพรรณแต่ละน้ำหนักเพื่อการวางแผนการเงิน นี่คือข้อมูลราคาขายประมาณการที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางได้ครับ:

  • ทองรูปพรรณ ครึ่งสลึง: 8,193.75 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 สลึง: 16,387.50 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 สลึง: 32,775 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท: 65,550 บาท
  • ทองรูปพรรณ 2 บาท: 131,100 บาท
  • ทองรูปพรรณ 5 บาท: 327,750 บาท

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงราคาอ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำเท่านั้น ราคาขายจริงที่หน้าร้านทองอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามค่ากำเหน็จหรือเงื่อนไขของแต่ละร้านค้า ดังนั้นก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน อย่าลืมสอบถามร้านทองให้แน่ใจอีกครั้งนะครับ สำหรับนักลงทุนระยะยาว การที่ราคานิ่งแบบนี้อาจเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมเพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของคุณครับ หวังว่าข้อมูล อัปเดตราคาทองวันนี้ 4 ก.ค. 69 ปิดตลาดคงที่ ล่าสุด “ทองแท่ง-ทองรูปพรรณ” ขายกี่บาท นี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของคุณนะครับ

ที่มา – อัปเดตราคาทองวันนี้ 4 ก.ค. 69 ปิดตลาดคงที่ ล่าสุด “ทองแท่ง-ทองรูปพรรณ” ขายกี่บาท

รทสช. ผุดไอเดีย “ฟื้นดินเสื่อม” แก้วิกฤตเกษตรไทย

สวัสดีครับพี่น้องชาวเกษตรกรไทยทุกคน วันนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตภาคการเกษตรบ้านเรามาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดทางพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้มีการหยิบยกนโยบายสำคัญเรื่อง รทสช. ผุดไอเดีย “ฟื้นดินเสื่อม” แก้วิกฤตเกษตรไทย ขึ้นมาหารือ เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

รทสช. ผุดไอเดีย “ฟื้นดินเสื่อม” แก้วิกฤตเกษตรไทย

ปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรไทยต้องเจอไม่ใช่แค่เรื่องราคาปุ๋ยเคมีที่แพงขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือเรื่อง “ภาวะดินเสื่อมโทรม” ครับ เนื่องจากการใช้สารเคมีต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ดินแน่น ขาดจุลินทรีย์ และผลผลิตก็ลดลงเรื่อย ๆ นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงได้เสนอแนวทางใหม่ในการฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ดิน โดยเน้นการกระตุ้นจุลินทรีย์ธรรมชาติแทนการใช้เคมีภัณฑ์ เพื่อสร้างธาตุอาหารในดินด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน

ก้าวต่อไปกับการฟื้นดินเสื่อมสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน พรรคเตรียมเดินหน้าจัดทำ “แปลงเกษตรต้นแบบ” เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้และเห็นผลลัพธ์จริงครับ นอกจากนี้ยังมีการนำ รทสช. ผุดไอเดีย “ฟื้นดินเสื่อม” แก้วิกฤตเกษตรไทย มาบูรณาการเข้ากับตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเลือก “พริก” เป็นสินค้านำร่อง เพื่อเจาะตลาดโลกที่เน้นสินค้าปลอดสารพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Agriculture)

  • ลดต้นทุนการผลิตด้วยการลดการใช้ปุ๋ยเคมี
  • เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้หน้าดินด้วยจุลินทรีย์
  • สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรเพื่อส่งออก
  • ยกระดับมาตรฐานสินค้าสู่ระดับสากล

การปรับตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก เพราะหากเราสามารถฟื้นฟูพื้นฐานสำคัญอย่าง “ดิน” ให้กลับมามีชีวิตได้ ย่อมเป็นรากฐานที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยสามารถเลี้ยงตัวได้อย่างยั่งยืนและมีกำไรมากขึ้นในระยะยาวครับ ผมเชื่อว่าหากนโยบายนี้ถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจัง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ภาคการเกษตรไทยกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งแน่นอน

หากคุณเป็นเกษตรกรที่สนใจการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตแบบยั่งยืน อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารจากโครงการแปลงเกษตรต้นแบบของพรรคฯ เพื่อนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของคุณตั้งแต่วันนี้ครับ

ที่มา – รทสช. ผุดไอเดีย “ฟื้นดินเสื่อม” แก้วิกฤตเกษตรไทย

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุดทุกปั๊ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายขับรถทุกคน วันนี้เรามาเช็ก ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร กันแบบจัดเต็ม เพราะก่อนจะเดินทางหรือวางแผนเติมน้ำมันในวันพรุ่งนี้ การรู้ข้อมูลราคาก่อนถือเป็นเรื่องสำคัญมากครับ เพื่อให้เพื่อนๆ เตรียมตัวได้ทันและเปรียบเทียบความคุ้มค่าในแต่ละสถานีบริการ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

วันนี้ทีมงานได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดสำหรับการประกาศราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร จากปั๊มน้ำมันชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ ปตท., บางจาก, เชลล์, พีที, ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ เพื่อนๆ สามารถดูเรตราคาของแต่ละประเภทเชื้อเพลิงได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ

สรุปราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร ในแต่ละแบรนด์

สำหรับข้อมูล ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร นั้น มีรายละเอียดในแต่ละปั๊มดังนี้:

  • บางจาก: ไฮดีเซล S อยู่ที่ 37.50 บาท, GSH95S EVO อยู่ที่ 37.45 บาท
  • ปตท.: ดีเซล 37.50 บาท, เบนซิน 46.44 บาท
  • เชลล์: ฟิวเซฟดีเซล 37.50 บาท, ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 37.95 บาท
  • พีที: แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.08 บาท, ดีเซล 37.50 บาท
  • ซัสโก้: แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 37.45 บาท, เบนซิน 95 อยู่ที่ 46.59 บาท
  • คาลเท็กซ์: โกลด์ 95 เทครอน 48.41 บาท, ดีเซล 37.50 บาท

อย่างไรก็ตาม ราคาที่นำเสนอเบื้องต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ดังนั้นในแต่ละพื้นที่ราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามข้อกำหนดของท้องถิ่นนั้นๆ ก่อนเข้าไปเติมอย่าลืมตรวจสอบหน้าปั๊มอีกครั้งเพื่อความแม่นยำครับ

การติดตามสถานการณ์น้ำมันแบบวันต่อวันถือเป็นสิ่งที่ช่วยบริหารค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ดีมาก หากเพื่อนๆ ชื่นชอบข้อมูลนี้ อย่าลืมแชร์บอกต่อให้กับเพื่อนร่วมทางของคุณด้วยนะครับ ขับขี่ปลอดภัยและขอให้มีความสุขกับการเดินทางในวันพรุ่งนี้ครับ!

ที่มา – ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 กรกฎาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

พบศพชายหญิงเสียชีวิตปริศนา ในรถเจอถุงยางอนามัย เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาสาเหตุ

พบศพชายหญิงเสียชีวิตปริศนา ในรถเจอถุงยางอนามัย เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาสาเหตุ

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสงสัยและสะเทือนขวัญให้กับผู้คนในละแวกซอยบางแวก 15 กทม. เป็นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ พบศพชายหญิงเสียชีวิตปริศนา ในรถเจอถุงยางอนามัย เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาสาเหตุ อย่างเร่งด่วน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อไขปริศนาที่ยังคลุมเครือ

รายละเอียดเหตุการณ์ พบศพชายหญิงเสียชีวิตปริศนา ในรถเจอถุงยางอนามัย เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาสาเหตุ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานและกู้ภัย พบรถเก๋งคันหนึ่งจอดสนิทอยู่ภายในซอย ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย สภาพร่างกายของทั้งคู่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ที่ชัดเจนในเบื้องต้น สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตั้งข้อสงสัยคือการ พบศพชายหญิงเสียชีวิตปริศนา ในรถเจอถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ถูกพบในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่าการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุใดนั้น จำเป็นต้องอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ

สาเหตุของการเสียชีวิตในรถยนต์มักมีประเด็นที่น่าสนใจและต้องพิจารณาหลายด้าน ดังนี้:

  • การขาดอากาศหายใจจากการปิดกระจกสนิทขณะสตาร์ทรถทิ้งไว้
  • การสูดดมสารพิษหรือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์รั่วไหล
  • ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการทำกิจกรรมในรถ
  • การถูกลอบทำร้ายจากบุคคลภายนอก

ในขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดที่สุด เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ที่ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์นิติเวช โดยหวังว่าจะสามารถระบุเวลาและมูลเหตุในการเสียชีวิตได้ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ความเป็นส่วนตัวของญาติผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในแง่ของกฎหมาย ต้องหาความจริงให้ปรากฏเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่จะพบอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ และหวังว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเหตุการณ์น่าสลดใจในครั้งนี้ การดูแลตัวเองและระมัดระวังอุบัติเหตุในที่แคบหรือรถยนต์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา อาจไม่มีโอกาสแก้ไขได้ทันท่วงที

ที่มา – พบศพชายหญิงเสียชีวิตปริศนา ในรถเจอถุงยางอนามัย เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาสาเหตุ

สร.กฟผ. ย้ำไม่ใช่เครื่องมือใคร ยันหนุนประโยชน์ต่อประเทศ

สร.กฟผ. ย้ำไม่ใช่เครื่องมือใคร ยันหนุนสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ชาติและประชาชน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) หลังจากที่มีกระแสข่าวการเข้าหารือกับ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางพลังงานของประเทศ ซึ่งทาง สร.กฟผ. ได้ออกมาแถลงการณ์ชัดเจนเพื่อไขข้อข้องใจถึงจุดยืนในครั้งนี้ว่า ทางองค์กรนั้น สร.กฟผ. ย้ำไม่ใช่เครื่องมือใคร ยันหนุนสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ชาติและประชาชน อย่างแท้จริง โดยยึดถือผลประโยชน์ขององค์กรและประเทศเป็นที่ตั้ง

เป้าหมายที่แท้จริงของการหารือครั้งสำคัญ

นายนเรนทร์ฤทธิ์ สอาดวงศ์ ประธาน สร.กฟผ. ได้อธิบายผ่านแถลงการณ์ว่า การพูดคุยกับคุณอรรถวิชช์นั้น มีสาระสำคัญเรื่องของการปลดล็อคข้อจำกัดที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนของ กฟผ. ที่ถูกเรียกว่าเสือนอนกิน โดยแนวคิดที่ได้รับการสนับสนุนคือการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐให้สูงขึ้นถึง 51% ซึ่งหากนโยบายนี้สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้ แน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางพลังงานของไทย ทั้งนี้ สร.กฟผ. ย้ำไม่ใช่เครื่องมือใคร ยันหนุนสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ชาติและประชาชน โดยเราพร้อมจะสนับสนุนทุกพรรคการเมืองที่นำเสนอนโยบายที่สอดคล้องกับแนวทางที่จะช่วยให้ประชาชนมีค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรมและลดการผูกขาดในตลาดพลังงาน

ประเด็นที่น่าสนใจจากการหารือยังมีเรื่องของ:

  • การนำหลักการ Public Service Obligation (PSO) มาใช้ดูแลภาระไฟทาง โดย กฟผ. เน้นย้ำว่าต้องไม่กระทบฐานะการเงินและสภาพคล่องขององค์กร
  • ความเห็นต่อบทบาทของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ควรดำเนินการตามกรอบของอำนาจนิติบัญญัติ
  • การติดตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่า กฟผ. จะได้รับบทบาทที่เหมาะสมในการเป็นหลักประกันความมั่นคงพลังงานของคนไทย

ท้ายที่สุด การแสดงจุดยืนของสหภาพฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความโปร่งใสในภารกิจขององค์กร ซึ่งพนักงานและประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า ทุกการตัดสินใจหรือการรวมกลุ่มหารือกับบุคคลภายนอกนั้น สร.กฟผ. ย้ำไม่ใช่เครื่องมือใคร ยันหนุนสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ชาติและประชาชน เพียงเท่านั้น โดยมุ่งเน้นที่ความยั่งยืนของรัฐวิสาหกิจพลังงานของชาติเป็นหลัก

เราในฐานะประชาชนผู้ใช้พลังงาน คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การหารือในระดับนโยบายที่จะเปลี่ยนทิศทางพลังงานไทยนี้จะส่งผลในรูปธรรมอย่างไรบ้าง และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับฟังเสียงจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสมดุลที่ดีที่สุดให้กับทุกคน

ที่มา – สร.กฟผ. ย้ำไม่ใช่เครื่องมือใคร ยันหนุนสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อ กฟผ. ชาติและประชาชน