วัน: 15 กรกฎาคม 2026

McGregor พร้อมสร้างตำนานกับ O’Neill ท่ามกลางข่าวลือย้ายทีม

McGregor พร้อมสร้างตำนานกับ O’Neill ท่ามกลางข่าวลือย้ายทีม

ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ ชั่วโมงนี้คงไม่มีชื่อไหนที่แฟนบอลจับตามองไปมากกว่า Callum McGregor กัปตันทีมคนเก่งของ Celtic ที่ตกเป็นข่าวหนาหูเรื่องการย้ายทีมไปสู่ซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวออกมาโต้กลับด้วยการยืนยันว่าเขายังมุ่งมั่นและพร้อมMcGregor พร้อมสร้างตำนานกับ O’Neill ท่ามกลางข่าวลือย้ายทีม ให้ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเดิมในถิ่นพาร์กเฮด

ทำความเข้าใจสถานการณ์ McGregor พร้อมสร้างตำนานกับ O’Neill ท่ามกลางข่าวลือย้ายทีม

แม้จะมีข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนเอเจนซี่และแรงดึงดูดเรื่องค่าเหนื่อยมหาศาลจากลีกตะวันออกกลาง แต่กัปตันวัย 33 ปีเลือกที่จะโฟกัสกับงานตรงหน้ามากกว่า เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อของสโมสรด้วยความประทับใจต่อการกลับมาของ Martin O’Neill ว่าการได้เห็นทีมงานชุดนี้กลับมาทำงานอีกครั้ง มันสร้างบรรยากาศที่ปลุกใจบรรดานักเตะให้ฮึดสู้เพื่อความสำเร็จร่วมกันอย่างแท้จริง

ความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันลดน้อยลง

McGregor พร้อมสร้างตำนานกับ O’Neill ท่ามกลางข่าวลือย้ายทีม ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดสวยหรู แต่เขายังพิสูจน์ให้เห็นจากการทุ่มเทในสนาม เขาเน้นย้ำเสมอว่านักเตะระดับ Celtic ไม่มีวันเบื่อหน่ายกับการคว้าแชมป์ พวกเขาถูกเคี่ยวเข็ญมานานกว่าสิบปีเพื่อให้เป็นผู้ชนะ และแน่นอนว่าความคาดหวังที่มากขึ้นเป็นเพียงเงาสะท้อนของมาตรฐานที่สโมสรแห่งนี้สร้างไว้ สำหรับ McGregor แล้ว การได้ทำงานร่วมกับ O’Neill คือบทพิสูจน์ใจที่สำคัญที่สุด

ก้าวต่อไปของ Celtic

ในขณะที่แฟน ๆ ยังมีความกังวลเรื่องการซื้อตัวนักเตะที่อาจยังดูน้อยเกินไป แต่บรรยากาศภายในทีมกลับดูแน่นแฟ้น การรักษาแกนหลักอย่าง McGregor, Maeda หรือ Engels ไว้ได้ ถือเป็นความสำเร็จขั้นแรก แต่โจทย์ใหญ่ที่เหลือคือการพิสูจน์ว่ากึ๋นของ O’Neill จะพาพวกเขาป้องกันแชมป์และลุยเวทียุโรปได้ไกลแค่ไหน

  • McGregor ยืนยันความจงรักภักดีต่อสโมสร
  • O’Neill ยังเชื่อใจกัปตันในแผนภาพรวม
  • การเสริมตัวผู้เล่นยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่เหลืออยู่

เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร แต่เชื่อเหลือเกินว่าตราบใดที่นักเตะอย่าง McGregor ยังมีไฟในการเล่นและเชื่อมั่นในกุนซืออย่าง O’Neill แฟนบอล Celtic ก็ยังคงมีความหวังที่จะเห็นทีมรักคว้าความสำเร็จมาครองได้อีกหลายถ้วยรางวัลอย่างแน่นอน สำหรับกองเชียร์แล้ว นี่คือช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นที่ต้องลุ้นกันแบบวันต่อวัน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์ลั่น ไม่เสียใจคลายคว่ำบาตรอิหร่าน ก่อนหวนปะทะรอบใหม่

ทรัมป์ลั่น ไม่เสียใจคลายคว่ำบาตรอิหร่าน ก่อนหวนปะทะรอบใหม่

เหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังจากที่ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า เขารู้สึกเสียใจหรือไม่ที่เคยตัดสินใจผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในช่วงก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันทางทหารและมีการกลับมาบังคับใช้มาตรการรุนแรงอีกครั้ง

คำตอบของทรัมป์มีความชัดเจนและเฉียบขาดมาก เขายืนยันว่า ทรัมป์ลั่น ไม่เสียใจคลายคว่ำบาตรอิหร่าน ก่อนหวนปะทะรอบใหม่ โดยให้เหตุผลว่าการผ่อนปรนนั้นเป็นเสมือน ‘โอกาส’ ที่เขาหยิบยื่นให้ เพื่อหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงและหาทางออกร่วมกันได้อย่างสันติ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามดังกล่าวจะไม่ได้รับการตอบสนองในทิศทางที่ควรจะเป็น

เบื้องหลังการตัดสินใจและมาตรการตอบโต้

การที่ ทรัมป์ลั่น ไม่เสียใจคลายคว่ำบาตรอิหร่าน ก่อนหวนปะทะรอบใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ ‘ก้าวร้าวแต่มีเป้าหมาย’ ของทำเนียบขาว เดิมทีสหรัฐฯ เคยผ่อนปรนการคว่ำบาตรด้านน้ำมันแก่กลุ่มประเทศคู่ค้าอิหร่านตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) แต่เมื่อเกิดเหตุโจมตีเรือขนส่งสินค้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ความอดทนของสหรัฐฯ ก็สิ้นสุดลง ทำให้รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกข้อยกเว้นและเปิดฉากการปิดล้อมทางทะเลอีกครั้ง

  • รัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกการผ่อนปรนน้ำมันอิหร่านทันทีหลังเกิดเหตุโจมตีเรือ
  • มีการวางแผนขยายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยรวมอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้าไปด้วย
  • ความร่วมมือของรัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งสองพรรคกำลังผลักดันมาตรการนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ สว.ลินด์เซย์ เกรแฮม

สถานการณ์ในขณะนี้บ่งชี้ว่าเป้าหมายต่อไปของสหรัฐฯ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่อิหร่านเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอีกด้วย ประธานาธิบดีทรัมป์มองว่าการเพิ่มกลุ่มต่างๆ เข้าไปในรายการคว่ำบาตรนี้เป็น ‘เรื่องใหญ่’ และมีโอกาสสูงที่จะผ่านความเห็นชอบจากสภาในเร็วๆ นี้

ในมุมมองนักวิเคราะห์ ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แม้หลายคนอาจมองว่าการผ่อนปรนคือความล้มเหลว แต่สำหรับผู้นำสหรัฐฯ นี่คือกระบวนการพิสูจน์ความจริงใจของอีกฝ่าย เมื่อโอกาสถูกปฏิเสธ การบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิมจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ความขัดแย้งที่กำลังทวีความรุนแรงนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเสถียรภาพในตะวันออกกลางอย่างไรบ้างครับ

ที่มา – ทรัมป์ลั่น ไม่เสียใจคลายคว่ำบาตรอิหร่าน ก่อนหวนปะทะรอบใหม่

แมนยูคว้าตัว ตีเลอมันส์ จากแอสตันวิลลา ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

แมนยูคว้าตัว ตีเลอมันส์ จากแอสตันวิลลา ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

แฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เฮกันลั่นสนั่นโซเชียล เมื่อสโมสรประกาศอย่างเป็นทางการว่า แมนยูคว้าตัว ตีเลอมันส์ จากแอสตันวิลลา เรียบร้อยแล้ว ด้วยสนนราคาราว 35 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญายาวถึง 5 ปี เป็นการเสริมทัพที่น่าสนใจมากในช่วงตลาดซื้อขายรอบนี้

เหตุผลที่ แมนยูคว้าตัว ตีเลอมันส์ จากแอสตันวิลลา มาร่วมทีม

การที่ แมนยูคว้าตัว ตีเลอมันส์ จากแอสตันวิลลา เข้ามาสู่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์แดนกลางที่ต้องการความสร้างสรรค์อย่างมาก ตีเลอมันส์ เป็นกองกลางที่มีวิสัยทัศน์เยี่ยม จ่ายบอลแม่นยำ และมีลูกยิงไกลที่หวังผลได้เสมอ ซึ่งน่าจะเข้ามาเติมเต็มมิติเกมรุกของยูไนเต็ดให้ดุดันขึ้นกว่าเดิม

วิเคราะห์ดีลเด็ด แมนยูคว้าตัว ตีเลอมันส์ จากแอสตันวิลลา

สำหรับดีลนี้ แฟนบอลหลายคนมองว่าค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ถือว่าไม่แพงเลยสำหรับนักเตะระดับคุณภาพพรีเมียร์ลีกที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน การปรับตัวของเขาไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ และแฟนๆ หวังว่าเขาจะประสานงานกับกองกลางคนอื่นๆ ได้อย่างลงตัวตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม

การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งตัวนักเตะและต้นสังกัดใหม่ เชื่อเหลือเกินว่าด้วยศักยภาพที่เขามี จะช่วยยกระดับมาตรฐานเกมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้กลับมาลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง

มารอลุ้นกันว่า ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ผลงานของ ยูริ ตีเลอมันส์ กับสีเสื้อปีศาจแดงจะเป็นอย่างไร จะคุ้มค่ากับราคาที่สโมสรทุ่มไปหรือไม่ งานนี้บอกเลยว่าน่าตื่นเต้นมากจริงๆ ครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แมนยูคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ เสริมทัพจาก แอสตัน วิลล่า

แมนยูคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ เสริมทัพจาก แอสตัน วิลล่า

ข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังวันนี้คงหนีไม่พ้นการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดการปิดดีลคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ กองกลางมากความสามารถมาจากสโมสร แอสตัน วิลล่า อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่หนาหูในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะรายนี้ตกลงเซ็นสัญญาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ยาวถึง 5 ปีด้วยกัน

แมนยูคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ มาเพื่อยกระดับแดนกลาง

การที่ แมนยูคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ เข้ามาร่วมทีมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของกุนซือในการปรับปรุงขุมกำลังแดนกลางให้มีความหลากหลายและสร้างสรรค์เกมได้ดีกว่าเดิม ตีเลอมันส์เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์สูงในพรีเมียร์ลีก ทั้งจากการเคยเล่นให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ และล่าสุดกับแอสตัน วิลล่า ซึ่งทักษะการจ่ายบอลและการยิงไกลของเขานั้นเป็นที่ประจักษ์ดีอยู่แล้ว

ทำไมการย้ายทีมครั้งนี้ถึงน่าจับตามอง?

แฟนปีศาจแดงหลายคนต่างตื่นเต้นกับการมาถึงของสตาร์รายนี้ เพราะนอกจากความเก๋าเกมแล้ว เขายังสามารถขยับเล่นได้หลายตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ การที่ แมนยูคว้าตัว ยูริ ตีเลอมันส์ มาได้ในราคาและสัญญาที่คุ้มค่า ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้ทีมมีมิติการเล่นใหม่ๆ ในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลหน้า

  • ความแม่นยำในการวางบอลยาวจากหลังไปหน้า
  • วิสัยทัศน์ในการทำเกมรุกที่เฉียบคม
  • ความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์ในฟุตบอลอังกฤษ

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าตีเลอมันส์น่าจะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในแผนการทำทีมของยูไนเต็ด โดยเฉพาะการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมชุดปัจจุบันที่มีความเร็วสูง ซึ่งน่าจะช่วยให้เกมรุกของทีมมีความอันตรายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในส่วนของความรู้สึกแฟนบอล ทุกคนต่างตั้งตารอที่จะเห็นเขาลงประเดิมสนามในสีเสื้อแดงเพลิงเป็นครั้งแรก เชื่อว่าหากเขาปรับตัวเข้ากับระบบของทีมได้อย่างรวดเร็ว เขาจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดซื้อขายรอบนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ไฟไหม้อาคารในเมืองหลวงเบลเยียม พบหลายศพในช่องลิฟต์

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสะเทือนใจจากต่างประเทศ กรณีเกิดเหตุไฟไหม้อาคารในเมืองหลวงเบลเยียม พบหลายศพในช่องลิฟต์ ซึ่งถือเป็นข่าวเศร้าที่เกิดขึ้นกับอาคารที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในกรุงบรัสเซลส์ ใจกลางเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างแกรนด์เพลซ

สถานการณ์ล่าสุด: ไฟไหม้อาคารในเมืองหลวงเบลเยียม พบหลายศพในช่องลิฟต์

เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่อาคาร อ็อกซี ทาวเวอร์ (Oxy tower) ในบ่ายวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยรายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่น่าตกใจคือการตรวจพบผู้เสียชีวิตภายในช่องลิฟต์ของตัวอาคาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

รายละเอียดการปฏิบัติงานกู้ภัยและผู้สูญหาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของโฆษกสำนักงานอัยการแรงงานแห่งกรุงบรัสเซลส์ เจ้าหน้าที่พบว่าลิฟต์สองตัวติดค้างอยู่ และเมื่อทำการงัดประตูเข้าไป ก็พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายใน ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้สูญหายที่รายงานไว้ก่อนหน้ากว่า 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฏิบัติงานท่ามกลางเศษซากอาคารและความยากลำบากในที่เกิดเหตุเพื่อให้ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด การทำหน้าที่ของหน่วยกู้ภัยในเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารในเมืองหลวงเบลเยียม พบหลายศพในช่องลิฟต์ครั้งนี้ถือเป็นการทำงานแข่งกับเวลาในสถานการณ์ที่อันตรายมาก

  • อาคารที่เกิดเหตุคือโครงการ Oxy tower ที่กำลังก่อสร้าง
  • ตั้งอยู่ห่างจากจัตุรัส Grand Place เพียง 500 เมตร
  • มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟไหม้ 2 ราย
  • สมเด็จพระราชามธิบดีฟิลิปแห่งเบลเยียมทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย หรือระบบความปลอดภัยในลิฟต์ระหว่างก่อสร้าง เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวนมาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีก ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดก็ตาม ในอนาคตเราหวังว่าทางการเบลเยียมจะสามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างเต็มที่

ที่มา – ไฟไหม้อาคารในเมืองหลวงเบลเยียม พบหลายศพในช่องลิฟต์

Folarin Balogun คาดการณ์ดราม่าหลังยกเลิกโทษแบนบอลโลก

Folarin Balogun คาดการณ์ดราม่าหลังยกเลิกโทษแบนบอลโลก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกสำหรับกรณีของ Folarin Balogun ศูนย์หน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกาที่รอดพ้นจากการถูกแบนในฟุตบอลโลกอย่างเหลือเชื่อ แม้จะได้รับใบแดงโดยตรงจากจังหวะการทำฟาวล์รุนแรงในเกมที่พบกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา แต่ฟีฟ่ากลับมีคำสั่งให้พักโทษแบนของเขาไว้ก่อนเพียง 1 ปี ซึ่งสร้างความกังขาให้กับแฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกอย่างมาก

เหตุใด Folarin Balogun คาดการณ์ดราม่าหลังยกเลิกโทษแบนบอลโลก

ดาวยิงวัย 25 ปีรายนี้ออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาตระหนักดีถึงผลกระทบที่ตามมาหลังจากได้รับแจ้งเรื่องการยกเลิกโทษแบน Folarin Balogun คาดการณ์ดราม่าหลังยกเลิกโทษแบนบอลโลก ได้อย่างแม่นยำ เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความกดดันและบรรยากาศที่ ‘ตึงเครียด’ ภายในแคมป์ทีมชาติสหรัฐฯ ในช่วงเวลานั้น

สาเหตุหลักที่ทำให้นักเตะรายนี้ได้รับโอกาสลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับเบลเยียมนั้น มีรายงานว่าเกิดจากการล็อบบี้ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งการเข้ามาแทรกแซงดังกล่าวทำให้องค์กรฟุตบอลยุโรปอย่างยูฟ่า (Uefa) ออกมาวิจารณ์ว่าเป็นสิ่งที่ ‘ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่สามารถเข้าใจได้ และไม่ยุติธรรม’

เสียงสะท้อนจากคนในแคมป์และเบื้องหลังความกดดัน

Balogun กล่าวผ่านสื่อว่า ‘ตอนที่รู้ข่าวบนรถบัสของทีม เสียงตะโกนร้องด้วยความประหลาดใจดังไปทั่ว มันเป็นบรรยากาศที่เข้มข้นมาก เพื่อนร่วมทีมของผมเปรียบเสมือนพี่น้อง พวกเขาให้กำลังใจผมเป็นอย่างดี แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่เสียงวิจารณ์จากภายนอกจะเข้ามารบกวนจิตใจในตอนนั้น’

แม้ทีมชาติสหรัฐฯ จะพ่ายแพ้ให้กับเบลเยียม 4-1 ในเกมดังกล่าว แต่ Balogun ยืนยันว่าทุกคนในทีมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความโฟกัส โดยกล่าวว่า ‘เราต้องแยกอารมณ์ออกจากงานที่อยู่ตรงหน้า เราทุกคนเป็นมืออาชีพ และผมมั่นใจว่าเราให้ความสนใจกับเกมอย่างเต็มที่แล้ว แม้ว่าเหตุการณ์ยกเลิกโทษแบนจะสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วก็ตาม’

แน่นอนว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องในสนามเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมในโลกฟุตบอลที่องค์กรระดับโลกอย่างฟีฟ่าจะต้องออกมาแสดงความโปร่งใสให้มากกว่านี้ มิเช่นนั้นศรัทธาของแฟนบอลจะยิ่งสั่นคลอนลงไปอีก คุณคิดว่าความยุติธรรมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ถูกละเลยหรือไม่ หรือนี่คือเกมการเมืองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ