วัน: 16 กรกฎาคม 2026

DSI คุมตัว มัลลิกา ฝากขัง เจ้าตัวเบี่ยงหน้าไม่ตอบคำถามสื่อ

DSI คุมตัว มัลลิกา ฝากขัง เจ้าตัวเบี่ยงหน้าไม่ตอบคำถามสื่อ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการลงทุน เมื่อล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ดำเนินการ DSI คุมตัว มัลลิกา ฝากขัง เจ้าตัวเบี่ยงหน้าไม่ตอบคำถามสื่อ ซึ่งเป็นผู้บริหารของ QRS โบรกเกอร์ที่กำลังถูกตั้งข้อสงสัยในคดีหลอกลวงประชาชนลงทุนเทรด Forex โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการสอบปากคำผู้ต้องหาจนเสร็จสิ้น และเตรียมส่งตัวไปยังศาลอาญารัชดาภิเษกเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

รายละเอียดการควบคุมตัวและการสอบปากคำ

สำหรับกรณีของ น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานของ QRS Global ในประเทศไทยนั้น ได้ถูกฝ่ายสืบสวนและคณะพนักงานสอบสวนเข้าควบคุมตัว โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่คุมตัวออกจากอาคาร สื่อมวลชนได้พยายามสอบถามถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องการกล่าวหาว่ามีการปลอมแปลงกราฟ หรือการมีพฤติกรรมหน่วงเวลาคำสั่งซื้อขาย แต่ผู้ต้องหากลับเลือกที่จะก้มหน้าและเบี่ยงสายตาไปทางอื่น โดยไม่ให้ถ้อยคำใดๆ ออกมา

จากการรายงานของเจ้าหน้าที่พบข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับรูปแบบพฤติการณ์ของ QRS ดังนี้:

  • การการันตีผลตอบแทนสูง: มักมีการชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างผลตอบแทน 20-30% ภายใน 7 วัน
  • ปัญหาการถอนเงิน: เมื่อผู้ลงทุนต้องการถอนเงิน มักจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษีเพิ่มเติม หรืออ้างระบบขัดข้อง
  • การปั่นกราฟ: พบว่ามีการควบคุมราคาภายในแอปพลิเคชันให้ไม่ตรงกับตลาดโลก
  • รูปแบบเครือข่าย: มีการชวนผู้เสียหายมาเป็น IB เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนรายใหม่

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทางผู้ถูกกล่าวหายังคงยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอรวบรวมเอกสารเพื่อชี้แจงต่อศาลในภายหลัง ขณะที่การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ DSI ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวดเพื่อหาหลักฐานมามัดตัวผู้กระทำผิดและคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนในครั้งนี้

ข้อควรระวังในการลงทุนออนไลน์

เหตุการณ์ DSI คุมตัว มัลลิกา ฝากขัง เจ้าตัวเบี่ยงหน้าไม่ตอบคำถามสื่อ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Forex ควรตรวจสอบที่มาของโบรกเกอร์ให้ชัดเจนว่ามีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ อย่าหลงเชื่อคำสัญญาเรื่องผลตอบแทนที่สูงเกินจริง เพราะนั่นคือหนึ่งในสัญญาณเตือนของมิจฉาชีพ การลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นเราควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจวางเงินลงทุนทุกครั้งครับ

ที่มา – DSI คุมตัว “มัลลิกา” ฝากขัง เจ้าตัวเบี่ยงหน้า ไม่ตอบคำถามสื่อ

กู้ภัยงัดห้องช่วยสาว หลังญาติแจ้งล้มสลบคาห้อง สุดท้ายพบเมาหลับ

กู้ภัยงัดห้องช่วยสาว หลังญาติแจ้งล้มสลบคาห้อง สุดท้ายพบเมาหลับ

กลายเป็นเรื่องราวที่ทำเอาทั้งคนแจ้งและทีมกู้ภัยถึงกับต้องปาดเหงื่อ เมื่อเกิดเหตุการณ์ กู้ภัยงัดห้องช่วยสาว หลังญาติแจ้งล้มสลบคาห้อง สุดท้ายพบเมาหลับ โดยเหตุเกิดที่คอนโดแห่งหนึ่งในย่านบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงดึกของวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากที่ทางญาติพยายามติดต่อสาวรายหนึ่งไม่ได้นานกว่าครึ่งชั่วโมง จนเกิดความกังวลว่าเธออาจจะเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องพักคนเดียว

สรุปเหตุการณ์ กู้ภัยงัดห้องช่วยสาว หลังญาติแจ้งล้มสลบคาห้อง สุดท้ายพบเมาหลับ

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ทีมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เร่งรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงพบว่าห้องถูกล็อกแน่นหนาจากด้านใน ติดต่อไม่ได้แม้จะพยายามเคาะประตูเรียกอยู่พักใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและเกรงว่าผู้พักอาศัยอาจจะเป็นอันตราย ทีมกู้ภัยจึงต้องตัดสินใจงัดประตูห้องท่ามกลางความลุ้นระทึกของคนในตึก แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปภาพที่เห็นทำเอาทุกคนถึงกับต้องอมยิ้มไปตามๆ กัน

  • พบหญิงสาวรายดังกล่าวชื่อ น.ส.สวย (นามสมมติ) อายุ 30 ปี
  • เธอกำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างสบายบนเสื่อ
  • ข้างตัวพบขวดเบียร์วางอยู่ คาดว่าดื่มแล้วเผลอหลับไป
  • เจ้าตัวตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นกู้ภัยเต็มหน้าห้อง

จากการสอบถามผู้ดูแลอาคารทราบว่า หญิงสาวคนนี้เป็นคนใบ้และหูหนวก พักอาศัยอยู่คนเดียว ช่วงเย็นได้ดื่มเบียร์ไป 3 ขวด จนทำให้หลับลึกและไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากสามีที่โทรเข้ามาด้วยความเป็นห่วง เหตุการณ์ กู้ภัยงัดห้องช่วยสาว หลังญาติแจ้งล้มสลบคาห้อง สุดท้ายพบเมาหลับ ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่อยู่หอพักหรือคอนโดเพียงลำพัง หากจะดื่มหรือพักผ่อน ควรแจ้งให้คนรอบข้างทราบเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดจนต้องเดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่ครับ

ถือว่าเป็นโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรและเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การดูแลความปลอดภัยของที่พักอาศัยรวมถึงการมีช่องทางติดต่อสื่อสารที่ชัดเจนกับคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากครับ

ที่มา – กู้ภัยงัดห้องช่วยสาว หลังญาติแจ้งล้มสลบคาห้อง สุดท้ายพบเมาหลับ

นายกฯ อนุทิน ยก จีน มหามิตร เตรียมดึงนักลงทุนเอไอเข้าไทย

นายกฯ อนุทิน ยก จีน มหามิตร เตรียมดึงนักลงทุนเอไอเข้าไทย

กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อนายกฯ อนุทิน ยก จีน มหามิตร เตรียมดึงนักลงทุนเอไอเข้าไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมตัวเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจครั้งใหม่

ภารกิจหลักของการเดินทางครั้งนี้คือการเข้าร่วมประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ. 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการด้าน AI ระดับโลก เป้าหมายที่ชัดเจนคือการชูจุดแข็งของไทย เพื่อโน้มน้าวให้นักลงทุนจีนหันมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยี รวมถึงการเป็นสถานที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

โอกาสทองในการร่วมมือสู่การเป็นฐานเอไอโลก

นอกจากเรื่องของ AI แล้ว การไปเยือนจีนครั้งนี้ยังเป็นการตอกย้ำว่า นายกฯ อนุทิน ยก จีน มหามิตร เตรียมดึงนักลงทุนเอไอเข้าไทย โดยจะมีการหารือทวิภาคีกับนายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงการเข้าหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อสานต่อความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคง และการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ต้องการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างเต็มตัว โดยในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน เพื่อเร่งผลักดันข้อตกลง FTA ไทย-อียู ให้จบภายในสิ้นปี 2569 พร้อมทั้งเดินหน้าส่งหนังสือแสดงเจตจำนงเข้าเป็นสมาชิก OECD ด้วยความมุ่งมั่น โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:

  • การผลักดันการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียู เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก
  • การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับฐานการผลิตจากต่างชาติ
  • ความร่วมมือด้านกฎหมายและความมั่นคงระหว่างประเทศ
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคส่วนดิจิทัลและ AI

ด้วยความพยายามของ นายกฯ อนุทิน ยก จีน มหามิตร เตรียมดึงนักลงทุนเอไอเข้าไทย เราเชื่อมั่นว่าหากไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้ได้สำเร็จ จะเป็นการวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในอนาคต ทำให้ไทยกลายเป็นฮับเทคโนโลยีที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียอย่างแท้จริง การเข้าหาพันธมิตรทั้งฝั่งจีนและยุโรปถือเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบคม เพื่อให้ประเทศไทยมีทางเลือกและขีดความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับสากล

ที่มา – “นายกฯอนุทิน” ยก จีน มหามิตร เตรียมบินเซี่ยงไฮ้ เย็นนี้ หวังดึงนักลงทุนเอไอ ใช้ประเทศไทยเป็นฐาน

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายลงทุนและคนรักทองคำทุกท่าน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์กันหน่อยว่า ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว หลังจากที่ตลาดเปิดทำการช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งต้องบอกเลยว่ากราฟราคาทองมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจทีเดียวครับ

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

สำหรับการรายงานจากสมาคมค้าทองคำในวันนี้ ราคาเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ผู้ที่กำลังติดตาม ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว ต้องคอยจับตากันดีๆ โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 64,250 บาท และทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 65,050 บาทครับ

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

หากเราเจาะลึกเข้าไปในรายละเอียดของสมาคมค้าทองคำ จะพบว่าราคาเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกตลาด โดยตัวเลขล่าสุด ณ เวลา 9.00 น. มีรายละเอียดดังนี้ครับ:

  • ทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อ 64,050 บาท ขายออก 64,250 บาท
  • ทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 62,762.40 บาท ขายออก 65,050 บาท

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดช่วงเวลา 10.55 น. พบว่าราคาทองมีการปรับเปลี่ยนขึ้นลงรวมแล้ว 4 ครั้ง โดยราคาทองคำแท่งขยับลงมาที่ขายออกบาทละ 64,200 บาท และราคาทองรูปพรรณขยับเหลือ 65,000 บาทครับ การลงทุนในทองคำช่วงนี้จึงต้องอาศัยจังหวะเวลาที่แม่นยำมาก

นอกเหนือจากทอง 1 บาทแล้ว ราคาทองคำน้ำหนักย่อยก็น่าสนใจไม่แพ้กันครับ:

  • ทองคำ 2 สลึง: ทองคำแท่งขายออก 32,125 บาท ทองรูปพรรณขายออก 32,525 บาท
  • ทองคำ 1 สลึง: ทองคำแท่งขายออก 16,062.50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 16,262.50 บาท
  • ทองคำครึ่งสลึง: ทองคำแท่งขายออก 8,031.25 บาท ทองรูปพรรณขายออก 8,131.25 บาท

ทั้งนี้ ราคาที่กล่าวมาข้างต้นยังไม่รวมค่ากำเหน็จของแต่ละร้านทองนะครับ ดังนั้นเพื่อนๆ อย่าลืมเช็กราคากับร้านทองใกล้บ้านท่านอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อขาย เพราะราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศสมาคมฯ ได้ตลอดทั้งวัน

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ ทองคำในวันนี้ถือว่ามีความผันผวนสูงพอสมควร การติดตามข่าวสารด้านเศรษฐกิจโลกและการประกาศจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ท่านตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการลงทุนในทุกธุรกรรมครับ

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

โกงข้อสอบท้องถิ่น ปลัดมหาดไทย นัดแถลงความชัดเจนวันนี้

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์เรื่องการ โกงข้อสอบท้องถิ่น ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ หลังจากที่มีกระแสข่าวการทุจริตในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการไทยอย่างรุนแรง ล่าสุด นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นัดสื่อมวลชนเพื่อแถลงการณ์ด่วนถึงความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการจัดการในเรื่องนี้

เกาะติดความคืบหน้าเรื่อง โกงข้อสอบท้องถิ่น ปลัดมหาดไทย นัดแถลงความชัดเจนวันนี้

เหตุการณ์การ โกงข้อสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของผู้เข้าสอบจำนวนมากและมาตรฐานการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับราชการ โดยทาง กสถ. ได้มีมติส่งรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสจำนวนกว่า 5,814 รายชื่อ ไปยัง ก.กลาง เพื่อดำเนินการพิจารณาเพิกถอนสถานะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐเอาจริงกับเรื่องนี้เพียงใด

สรุปประเด็นร้อน: บทลงโทษและก้าวต่อไปหลังข่าว โกงข้อสอบท้องถิ่น

สำหรับการแถลงการณ์ในวันนี้ สิ่งที่ประชาชนและผู้เข้าสอบทุกคนเฝ้ารอคอยคือคำตอบที่ชัดเจนในหลายประเด็น โดยเฉพาะขั้นตอนทางกฎหมายที่จะตามมา ดังนี้:

  • การตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ 5,814 รายชื่อที่ถูกส่งเข้าพิจารณา
  • เกณฑ์การตัดสินของ ก.กลาง ในการเพิกถอนสิทธิ์ผู้ทุจริต
  • แนวทางป้องกันการทุจริตให้เกิดผลอย่างยั่งยืนในอนาคต

หากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริงตามที่ได้รับรายงานมา การจัดการขั้นเด็ดขาดคือสิ่งจำเป็น เพื่อเป็นการเรียกคืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบทุกคนที่ใช้ความรู้และความสามารถจริงในการสอบครั้งนี้ การทุจริตในแวดวงราชการเป็นมะเร็งร้ายที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก เพราะมันบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานที่ตั้งใจรับใช้ประเทศชาติ

ในฐานะประชาชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแถลงข่าวของปลัดกระทรวงมหาดไทยในวันนี้ จะช่วยคลายข้อสงสัยและสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการสอบราชการไทยมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากช่องโหว่จากการทุจริตทุกรูปแบบ เพื่ออนาคตของระบบราชการที่ดีขึ้นครับ

ที่มา – โกงข้อสอบท้องถิ่น ปลัดมท. นัดสื่อ แถลงความชัดเจนอีกรอบวันนี้

อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส 14 ราย

อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น กับกรณีเหตุการณ์การเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซึ่งสร้างความโศกเศร้าให้กับสังคมเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางสำนักงานเขตจตุจักรได้ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างชัดเจน เพื่อให้ญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง

สรุปสถานการณ์ อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย

จากข้อมูลของสำนักงานเขตจตุจักร ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้สูงถึง 33 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้บาดเจ็บอาการรุนแรงที่อยู่ในภาวะวิกฤตอีกจำนวนมาก ซึ่งทางทีมแพทย์กำลังให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยรายละเอียดของผู้ได้รับผลกระทบมีดังนี้:

  • ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด: 33 ราย (ทราบชื่อและยืนยันตัวตนแล้วทั้งหมด)
  • กลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีแดง (อาการรุนแรง/วิกฤต): 14 ราย
  • กลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง): 13 ราย
  • กลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย): 44 ราย (กลุ่มนี้ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้แล้ว)

เป็นที่น่าเสียดายที่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บอาการสีแดง มีรายงานเพิ่มเติมว่าเสียชีวิตเพิ่มอีก 6 ราย ทำให้ยอดรวมผู้สูญเสียขยับสูงขึ้นกว่าเดิม เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างรอยร้าวใจให้กับครอบครัวผู้ประสบภัยทุกคน

หากพูดถึงภาพรวมของเหตุการณ์ อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย ครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในสถานบันเทิงและอาคารสถานที่ต่างๆ ที่ภาครัฐต้องเร่งตรวจสอบโครงสร้างและระบบป้องกันอัคคีภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก

สำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งในเรื่องของทรัพย์สิน หรือการต้องการความช่วยเหลือเบื้องต้น สามารถไปติดต่อขอยื่นคำร้องได้ที่ห้องโถงอเนกประสงค์ ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร หรือโทรสอบถามได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตจตุจักร หมายเลข 0 2513 9713 โดยทางเจ้าหน้าที่พร้อมให้การอำนวยความสะดวกในทุกด้านอย่างเต็มที่

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขสถิติ แต่เป็นเรื่องของชีวิตและความปลอดภัยที่เราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญให้มากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – อัปเดตล่าสุด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตาย 33 ศพ เจ็บสาหัส อาการรุนแรง 14 ราย

สหรัฐฯ ผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ฉลอง 250 ปีประเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจโลก เมื่อทางสหรัฐอเมริกาเตรียมผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ออกมาเพื่อใช้เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราชของประเทศในปี 2026 นับว่าเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือมูลค่าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่กำลังเพ่งเล็งไปที่ “ข้อกฎหมาย” ที่ว่าด้วยการนำรูปบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่มาอยู่บนเงินตรา

ประเด็นร้อน: สหรัฐฯ ผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ฉลอง 250 ปีประเทศ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาประกาศเตรียมผลิตเหรียญกษาปณ์รุ่นพิเศษนี้ โดยมีใบหน้าของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฏอยู่ด้านหน้าอย่างโดดเด่น นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกมายืนยันว่าโรงกษาปณ์ในฟิลาเดลเฟียเริ่มกระบวนการผลิตแล้ว ซึ่งเหรียญรุ่นนี้ถูกดัดแปลงจากแบบร่างเดิมที่เคยมีภาพทรัมป์ชูกำปั้น โดยหันมาเน้นภาพใบหน้าดูสง่างามคู่กับนกอินทรีหัวขาวและข้อความครบรอบ 1776-2026 แทน

ข้อกังวลทางกฎหมายกับการอนุญาตให้ใช้ภาพบุคคล

คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังตั้งข้อสงสัยก็คือ สหรัฐฯ ผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ฉลอง 250 ปีประเทศ ได้จริงหรือ? ในเมื่อกฎหมายเก่าแก่หลายฉบับระบุชัดเจนว่าห้ามใช้ภาพบุคคลที่ยังมีชีวิตบนเงินตรา แม้ฝ่ายรัฐบาลจะอ้างกรณีตัวอย่างของประธานาธิบดี คาลวิน คูลิดจ์ ที่เคยปรากฏบนเหรียญที่ระลึกเมื่อปี 1926 แต่บรรดานักกฎหมายก็ยังมองว่าขัดกับตัวบทกฎหมายที่รัฐสภาฯ เคยผ่านความเห็นชอบไว้ในปี 2020 ซึ่งระบุห้ามชัดเจนว่างานออกแบบเหรียญต้องไม่เป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่

หากเราวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น: การนำตัวบุคคลที่มีประวัติทางการเมืองเข้มข้นมาอยู่บนสกุลเงิน อาจส่งผลทางจิตวิทยาต่อผู้ใช้งาน
  • บรรทัดฐานใหม่: หากเหรียญนี้ผ่านการใช้งานจริง จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อาจถูกนำไปอ้างอิงในอนาคต
  • มูลค่าสะสม: ในมุมของนักสะสม เหรียญรุ่นนี้ย่อมกลายเป็นสมบัติหายากที่มีราคาสูงอย่างแน่นอน

ในฐานะมุมมองจากคนนอก คงต้องบอกว่านี่คือความพยายามของสหรัฐฯ ในการสร้างสัญลักษณ์เชิงประวัติศาสตร์ แต่มันก็นำมาซึ่งคำถามถึงความโปร่งใสและการตีความกฎหมายที่ชวนปวดหัว หากมองในแง่บวก นี่อาจเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการเมืองอเมริกันที่ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ ไปอีกขั้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ? ส่วนตัวผมมองว่าไม่ว่าถูกหรือผิด เหรียญนี้จะเป็น ‘ไอเทม’ ที่ต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเงินโลกอย่างแน่นอน

ที่มา – สหรัฐฯ ผลิตเหรียญ 1 ดอลลาร์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ฉลอง 250 ปีประเทศ จุดกระแสถกเถียงอาจขัดกม.

เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญมาเตือนสำหรับใครที่เป็นผู้ประกันตนหรือนายจ้างในระบบประกันสังคมครับ ตอนนี้ทางภาครัฐออกมาแจ้งเตือนย้ำหนักมากว่า เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต ภายในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้เท่านั้นนะครับ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเรื่องอนาคตสวัสดิการของพวกเราเองทุกคน

เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบครับว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ครั้งนี้สำคัญอย่างไร ขอบอกเลยว่านี่คือโอกาสทองที่จะทำให้เราได้ร่วมกำหนดนโยบายและบริหารกองทุนเงินประกันสังคมที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 2.9 ล้านล้านบาท! หากเราไม่ใช้สิทธิลงทะเบียนเพื่อไปโหวตเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ เราก็อาจจะเสียโอกาสในการผลักดันสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเราจริงๆ

วิธีเช็กสิทธิและลงทะเบียนง่ายๆ ก่อนหมดเขต

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดำเนินการหรือลืมไปเลย ไม่ต้องกังวลครับ เพราะตอนนี้สำนักงานประกันสังคมได้อัปเดตระบบให้ใช้งานง่ายขึ้นมาก โดยช่องทางที่เราสามารถทำได้ทันทีมีดังนี้ครับ:

  • เข้าไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th
  • ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus ที่สะดวกและรวดเร็ว
  • ระบบเปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

ที่ผ่านมาแม้จะมีคนลงทะเบียนไปแล้วกว่า 1 ล้านคน แต่จากสถิติผู้มีสิทธิทั้งหมดกว่า 11 ล้านคนนั้น ถือว่ายังมีผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการอีกจำนวนมาก ซึ่งการที่เราต้องรีบดำเนินการเพราะการ เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต ในครั้งนี้ หากเลยกำหนดไปแล้วเราจะไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ครับ

ผมอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ครับ เพราะบอร์ดประกันสังคมคือตัวแทนที่จะเข้าไปดูแลสิทธิประโยชน์ของเรา ทั้งกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือสิทธิประโยชน์ในอนาคต การมีส่วนร่วมเพียงแค่นิดเดียวคือการเริ่มต้นที่ดีของการเปลี่ยนแปลงครับ อย่าปล่อยให้สิทธิของตัวเองหลุดมือไปเพียงเพราะเราลืมหรือชะล่าใจนะครับ รีบเข้าไปกดลงทะเบียนกันเดี๋ยวนี้เลย!

ที่มา – เหลืออีก 5 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำรีบทำก่อนหมดเขต

สั่งสอบด่วน ตำรวจจราจร สน.พระโขนง ปมถือใบสั่งมุดหัวเข้ารถ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์อย่างทันที เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะตำรวจจราจรท่านหนึ่งในพื้นที่ สน.พระโขนง กำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจบริเวณซอยสุขุมวิท 83 (ขาออก) โดยในคลิปเผยให้เห็นพฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปพูดคุยกับผู้ขับขี่รถยนต์ พร้อมกับยื่นสมุดใบสั่งเข้าไปภายในตัวรถในลักษณะก้มตัวลงไป ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและความไม่สบายใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก จนเป็นที่มาของคำสั่ง สั่งสอบด่วน ตำรวจจราจร สน.พระโขนง ปมถือใบสั่งมุดหัวเข้ารถ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่

สั่งสอบด่วน ตำรวจจราจร สน.พระโขนง ปมถือใบสั่งมุดหัวเข้ารถ

เหตุการณ์ในคลิปไม่เพียงแต่แสดงพฤติกรรมการเรียกตรวจที่ไม่คุ้นตาเท่านั้น แต่ยังมีจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวหันมามองกล้องและชูนิ้วชี้ใส่คนถ่ายคลิป ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความเหมาะสมของจริยธรรมในการทำงานและการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานจราจร จนกระทั่งทางโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต้องออกมาเคลื่อนไหวโดยเร็วที่สุด

รายละเอียดการสั่งตรวจสอบและมาตรการของ ตร.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ตร. ได้แสดงความชัดเจนต่อกรณี สั่งสอบด่วน ตำรวจจราจร สน.พระโขนง ปมถือใบสั่งมุดหัวเข้ารถ ว่าขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้กำกับการ สน.พระโขนง เร่งตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริงโดยด่วนที่สุด โดยพิจารณาจากหัวข้อดังต่อไปนี้:

  • ตรวจสอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด และในสถานการณ์ใด
  • ประเมินว่าการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และยุทธวิธีตำรวจหรือไม่
  • พิจารณาผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อสายตาประชาชน

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ หากพบว่าเจ้าหน้าที่กระทำผิดหรือปฏิบัติไม่เหมาะสม ยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิดอย่างแน่นอน เพื่อรักษามาตรฐานของการทำงานตำรวจและสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

ในฐานะประชาชน เราต่างคาดหวังให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความสุภาพและถูกต้องตามหลักยุทธวิธี การตรวจสอบกรณี สั่งสอบด่วน ตำรวจจราจร สน.พระโขนง ปมถือใบสั่งมุดหัวเข้ารถ ครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หากสามารถสรุปผลที่โปร่งใสได้ ก็จะเป็นการกู้คืนความศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กับองค์กรตำรวจในระยะยาวได้เป็นอย่างดีครับ

ที่มา – สั่งสอบด่วน ตำรวจจราจร สน.พระโขนง ปมถือใบสั่งมุดหัวเข้ารถ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์