วัน: 20 กรกฎาคม 2026

พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย.

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังรอคอยความชัดเจนเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐ! ล่าสุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอ พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. เพื่อให้โอกาสประชาชนที่พลาดสิทธิหรือติดขัดเรื่องเอกสารได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนมากขึ้น

พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. พร้อมตั้งศูนย์ One Stop Service

ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจจะไม่สะดวกในการดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ รัฐบาลจึงไม่ได้นิ่งนอนใจและสั่งการให้มีการตั้งศูนย์ One Stop Service ขึ้นในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถมายื่นอุทธรณ์ได้โดยตรงที่ที่ว่าการอำเภอ หรือผ่านกลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

มาตรการใหม่ช่วยตรวจสอบกรณีถูกสวมชื่อหรือบัญชีม้า

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันคือกรณีที่ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าชื่อของตนเองถูกนำไปใช้ในทางธุรกิจ หรือถูกสวมชื่อเป็นกรรมการบริษัทโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ พลพีร์ เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. นี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการขยายเวลา แต่ยังเป็นโอกาสในการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง โดยทางกระทรวงพาณิชย์และตำรวจจะเข้ามาร่วมตรวจสอบเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกโจรกรรมข้อมูลหรือถูกเปิดบัญชีม้าอย่างไม่เป็นธรรม

  • บริการ One Stop Service ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง
  • การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปรับเรื่องถึงในหมู่บ้าน
  • เน้นตรวจสอบข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้ตรงกับความเป็นจริง
  • เปิดช่องทางแจ้งเหตุถูกนำชื่อไปสวมสิทธิประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้สั่งการให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน เพื่อไม่ให้ใครตกหล่นจากสิทธิที่ควรได้รับ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าที่ได้รับสนับสนุนเดือนละ 315 บาท หรือการใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไข สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในรอบนี้ ก็ยังมีโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ไว้รองรับการช่วยเหลือเบื้องต้นจากภาครัฐอีกด้วย

ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลพยายามปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตจริงของประชาชนมากขึ้น หากใครที่ยังดำเนินการไม่เรียบร้อย แนะนำให้รีบเตรียมเอกสารและสอบถามข้อมูลที่ที่ว่าการอำเภอใกล้บ้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรักษาสิทธิของท่านให้ครบถ้วนก่อนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนดครับ

ที่มา – “พลพีร์” เผยมหาดไทย ขยายเวลาอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย. ตั้งศูนย์ One Stop Service ทุกอำเภอ

นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น ลาคลอดคนแรกของประเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวที่น่าสนใจจากแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อ นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น ลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่งคนแรกของประเทศ จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง ในสังคมญี่ปุ่นอย่างดุเดือด โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณโชโกะ คาวาตะ นายกเทศมนตรีเมืองยาวาตะ วัย 36 ปี ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทั้งในและต่างประเทศ

นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น ลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่งคนแรกของประเทศ จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง

การตัดสินใจลาคลอดของคุณคาวาตะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเธอเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกที่กล้าทำเช่นนี้ ท่ามกลางอุปสรรคทางกฎหมายที่ระเบียบการลาสำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนั้นแทบจะไม่มีรองรับเลย เธอจึงต้องลงมือสร้างระเบียบขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริง

ปัญหาความเหลื่อมล้ำและกระแสวิพากษ์วิจารณ์

แม้จะมีเสียงสนับสนุนจากคนในพื้นที่อย่างล้นหลาม แต่ในโลกออนไลน์กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยครับ บางคนตั้งข้อกังขาเรื่องการรับเงินเดือนเต็มจำนวน รวมถึงมีบางความเห็นที่มองว่าเธอไม่ตั้งใจทำงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าญี่ปุ่นยังคงมีปัญหาเรื่องช่องว่างทางเพศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองที่ผู้หญิงยังมีบทบาทน้อยมาก

หากพูดถึงเหตุผลที่คุณคาวาตะเลือกทำเช่นนี้ เธอต้องการสื่อสารให้เห็นว่าปัญหาประชากรลดลงและอัตราการเกิดต่ำของญี่ปุ่น เป็นวิกฤตที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข สังคมต้องปรับเปลี่ยนให้คนทุกอาชีพสามารถสร้างครอบครัวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน

  • กฎหมายการลาคลอดของญี่ปุ่นยังคงล้าหลังสำหรับตำแหน่งงานระดับสูง
  • ผู้หญิงในบทบาทผู้นำญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับอคติทางเพศในสื่อออนไลน์
  • ความเท่าเทียมในสถานที่ทำงานคือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาของ นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น ลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่งคนแรกของประเทศ จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากครับ มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของคุณคาวาตะ แต่มันคือการท้าทายจารีตเดิมๆ เพื่อปูทางให้ผู้หญิงรุ่นหลังได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและสร้างครอบครัวไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป

ในมุมมองของผม การที่ผู้หญิงกล้าก้าวข้ามขีดจำกัดแบบนี้คือสิ่งที่สังคมญี่ปุ่นกำลังต้องการอย่างยิ่ง หากเราต้องการเห็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยความหลากหลายและการมีส่วนร่วม การสนับสนุนสิทธิผู้นำหญิงไม่ควรเป็นเพียงแค่กระแส แต่ต้องเป็นหลักปฏิบัติที่ยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนรุ่นต่อไปครับ

ที่มา – นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น ลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่งคนแรกของประเทศ จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง

“พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

“พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

การลงพื้นที่เพื่อติดตามงานและรับฟังปัญหาของประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเชิงรุก ล่าสุด พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอนาหว้าและอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดียิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำเรื่องการบริการสาธารณะที่ต้องเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน “พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่นายพลพีร์เน้นย้ำคือ การทำงานเชิงรุกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยสั่งการให้เร่งสำรวจความต้องการใช้งานไฟฟ้าในพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรโดยไม่ต้องรอคำร้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะเพียงพอต่อการเติบโตของจังหวัด ซึ่งโครงการนี้ถือว่า “พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการพัฒนาด้านพลังงานแล้ว นายพลพีร์ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการยกระดับสินค้าชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ผ่านแนวทางการแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดและขาดช่องทางการจำหน่าย ดังนี้:

  • ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มพัฒนาชุมชนและกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
  • สร้างห่วงโซ่มูลค่าตั้งแต่การผลิต การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการตลาด
  • นำนวัตกรรมการตลาดออนไลน์และคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยพัฒนาสินค้า
  • ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐานและพร้อมส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชีย

ความพยายามในการผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง คือเป้าหมายสูงสุดที่กระทรวงมหาดไทยมุ่งหวัง การสร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นให้มีมาตรฐานสากลจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากนครพนมเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสื้อผ้า งานหัตถกรรม หรือสินค้าเกษตรแปรรูป นอกจากนี้ นายพลพีร์ยังเตรียมเดินหน้าโครงการอบรมเพื่อศักยภาพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งจะกลายเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนให้โตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลก

นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้นำระดับนโยบายลงมาคลุกคลีกับปัญหาในระดับพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งคาดหวังว่าการดำเนินงานตามนโยบายนี้จะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของชาวนครพนมดีขึ้นอย่างยั่งยืน และเป็นโมเดลต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นต่อไป

ที่มา – “พลพีร์” ลุยนครพนมต่อเนื่อง ขยายไฟฟ้าถึงประชาชน ดันสินค้าชุมชนสู่ตลาดเอเชีย

ไทย-จีน ผนึกกำลังปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข้อตกลง 2+2

เชื่อว่าทุกคนคงเบื่อหน่ายกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่คอยโทรมาหลอกลวงประชาชนกันอยู่ทุกวันใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าจับตามองอย่างมาก เมื่อนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าหลังการหารือกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ว่าทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในชื่อ “สีหศักดิ์” เผยผลหารือ “สี จิ้นผิง” บรรลุข้อตกลง 2+2 ยกระดับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน เพื่อจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจังเสียที

“สีหศักดิ์” เผยผลหารือ “สี จิ้นผิง” บรรลุข้อตกลง 2+2 ยกระดับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน

การร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับความมั่นคงระหว่างไทยและจีน โดยการจัดตั้งกลไกการหารือรูปแบบ “2+2” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศ เพื่อประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ทั้งการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองและการสกัดกั้นเส้นทางการเงินของพวกมิจฉาชีพ ซึ่งความร่วมมือในรูปแบบ “สีหศักดิ์” เผยผลหารือ “สี จิ้นผิง” บรรลุข้อตกลง 2+2 ยกระดับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดวงจรธุรกิจสีเทาให้หมดไปจากประเทศไทย

เหตุผลที่ต้องผนึกกำลังปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทย แต่เป็นเครือข่ายข้ามพรมแดน ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ครบวงจร ดังนี้:

  • การบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่างไทยและจีน
  • การร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา และกัมพูชา เพื่อปิดจุดบอดเส้นทางอาชญากรรม
  • การมุ่งเน้นสกัดกั้นการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้หยิบยกประเด็นธุรกิจสีเทาที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยขึ้นมาหารือ โดยย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น การที่ “สีหศักดิ์” เผยผลหารือ “สี จิ้นผิง” บรรลุข้อตกลง 2+2 ยกระดับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชนไทย ให้รู้สึกอุ่นใจกับการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ ถือเป็นก้าวที่น่าชื่นชมของรัฐบาลที่กล้าหยิบยกประเด็นละเอียดอ่อนมาแก้ไขอย่างตรงไปตรงมาครับ

ที่มา – “สีหศักดิ์” เผยผลหารือ “สี จิ้นผิง” บรรลุข้อตกลง 2+2 ยกระดับปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด

ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

สวัสดีครับชาวนักลงทุนและผู้ที่ชื่นชอบการสะสมทองคำทุกคน สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลความเคลื่อนไหวของตลาดทองคำ วันนี้เราจะมาเจาะลึก ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อหรือขายครับ

ในเช้าวันนี้ สมาคมค้าทองคำได้ประกาศราคาครั้งแรกพบว่ามีการปรับลดลงจากเมื่อวานประมาณ 200 บาท โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 63,850 บาท ในขณะที่ทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 64,650 บาท นับว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวันครับ

รายละเอียดการปรับเปลี่ยน ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

หากเรามาดูความเปลี่ยนแปลงในระหว่างวัน ข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 10.16 น. หลังจากมีความผันผวนเกิดขึ้น 4 ครั้ง ราคาทองคำแท่งขายออกได้ขยับไปอยู่ที่ 64,050 บาท และทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 64,850 บาท ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยค่าเงินและสถานการณ์ตลาดโลก

สรุปราคาทองคำในน้ำหนักต่างๆ ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 (อ้างอิงราคาช่วงเปิดตลาด):

  • ทอง 1 บาท: ทองคำแท่งขายออก 63,850 บาท / ทองรูปพรรณขายออก 64,650 บาท
  • ทอง 2 สลึง: ทองคำแท่งขายออก 31,925 บาท / ทองรูปพรรณขายออก 32,325 บาท
  • ทอง 1 สลึง: ทองคำแท่งขายออก 15,962.50 บาท / ทองรูปพรรณขายออก 16,162.50 บาท
  • ทองครึ่งสลึง: ทองคำแท่งขายออก 7,981.25 บาท / ทองรูปพรรณขายออก 8,081.25 บาท

ข้อควรทราบคือ ราคาที่ทางสมาคมฯ ประกาศนั้นยังไม่รวมค่ากำเหน็จของแต่ละร้าน ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ แนะนำให้สอบถามร้านทองใกล้บ้านท่านอีกครั้งก่อนเข้าไปทำธุรกรรมครับ

สำหรับใครที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับ ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว ควรวางแผนการลงทุนด้วยความใจเย็น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกค่อนข้างสูง การทยอยสะสมในช่วงที่ราคาปรับตัวลงย่อมเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวครับ

สุดท้ายนี้ ฝากเตือนเพื่อนๆ ที่จะไปซื้อทอง อย่าลืมเลือกซื้อจากร้านที่ได้รับมาตรฐานและสังเกตตราประทับให้ชัดเจนเพื่อความมั่นใจครับ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการลงทุนในวันนี้นะครับ

ที่มา – ราคาทอง 1 บาทวันนี้ 20 กรกฎาคม 2569 อัปเดตล่าสุด ราคาทองรูปพรรณขยับกี่บาทแล้ว

อุตุฯ คาดไทยมีฝนเพิ่มขึ้น 20-26 ก.ค. เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำหลาก

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ช่วงนี้ใครที่กำลังวางแผนเดินทางหรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องคอยเช็กสภาพอากาศกันให้ดีเลยนะคะ เพราะล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาออกมาประกาศเตือนว่า อุตุฯ คาดไทยมีฝนเพิ่มขึ้น 20-26 ก.ค. เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำหลาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนค่ะ

อุตุฯ คาดไทยมีฝนเพิ่มขึ้น 20-26 ก.ค. เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำหลาก

สาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในครั้งนี้ มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ในระยะนี้เราจะเห็นท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตกหนักได้ง่ายกว่าปกติค่ะ ข้อมูลจาก อุตุฯ คาดไทยมีฝนเพิ่มขึ้น 20-26 ก.ค. เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำหลาก เน้นย้ำให้ประชาชนบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากหรือน้ำล้นตลิ่งให้ดี

ข้อควรระวังสำหรับพี่น้องประชาชนช่วง 20-26 ก.ค. นี้

  • ตรวจสอบสภาพอากาศประจำวันผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของกรมอุตุฯ
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก
  • ชาวเรือและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากคลื่นลมในทะเลยังมีกำลังปานกลาง
  • เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของจำเป็น หากอยู่ในพื้นที่ที่อาจเกิดไฟดับหรือน้ำท่วมขัง

สำหรับสถานการณ์ในแต่ละภาคช่วงนี้ นอกจากภาคเหนือและอีสานแล้ว ภาคกลางและภาคตะวันออกก็ต้องเจอกับฝนฟ้าคะนองเช่นกันค่ะ ทางที่ดีช่วงนี้พกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอนะคะ เพราะพยากรณ์อากาศระบุว่าฝนจะตกชุกเพิ่มขึ้นกว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

อยากฝากเตือนทุกคนว่า การติดตามข่าวพยากรณ์อากาศที่อัปเดตจากหน่วยงานหลักเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันได้ ยิ่งกรม อุตุฯ คาดไทยมีฝนเพิ่มขึ้น 20-26 ก.ค. เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำหลาก แบบนี้ การป้องกันไว้ดีกว่าแก้เสมอค่ะ แม้ว่าบางพื้นที่ฝนอาจจะยังไม่เยอะมาก แต่การไม่ประมาทคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน หวังว่าช่วงสัปดาห์นี้ทุกคนจะปลอดภัยและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

ที่มา – อุตุฯ คาดไทยมีฝนเพิ่มขึ้น 20-26 ก.ค. เตือนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำหลาก

นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ขับเคลื่อนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งหลอกลวงออนไลน์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้ผมมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนมาอัปเดตกันครับ เมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง และมีการหารือร่วมกับประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน เพื่อถกประเด็นสำคัญระดับประเทศ ซึ่งหนึ่งในวาระที่น่าจับตามองที่สุดคือการร่วมมือกันเพื่อ นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ขับเคลื่อนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งหลอกลวงออนไลน์ ให้หมดไปจากสังคมของเราครับ

นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ขับเคลื่อนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งหลอกลวงออนไลน์

การพบปะกันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 อย่างมั่นคง โดยในวาระการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยเป็นอย่างมาก

ความร่วมมือมิติด้านความมั่นคงและดิจิทัล

นอกจากประเด็น นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ขับเคลื่อนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งหลอกลวงออนไลน์ แล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้วางกรอบความร่วมมือในอีกหลายมิติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ได้แก่:

  • ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล: การผลักดันความร่วมมือด้าน AI ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีอวกาศ
  • ด้านนวัตกรรม: การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาดเพื่อสิ่งแวดล้อม
  • ด้านการเมือง: การจัดตั้งกลไกความร่วมมือแบบ 2+2 ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม
  • ด้านนิติบัญญัติ: การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างรัฐสภาไทย-จีน เพื่อพัฒนากฎหมายให้ทันสมัย

ในมุมมองของผม การที่ นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ขับเคลื่อนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งหลอกลวงออนไลน์ ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลที่มุ่งหวังจะกวาดล้างปัญหาภัยไซเบอร์อย่างจริงจังครับ แน่นอนว่าการทำงานร่วมกับจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีจะช่วยให้เราตามทันเล่ห์เหลี่ยมของแก๊งมิจฉาชีพได้ดียิ่งขึ้น หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะเห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และความปลอดภัยในโลกออนไลน์ของพี่น้องชาวไทยจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

หากเรามีความร่วมมือที่เหนียวแน่นแบบนี้ต่อไป ผมเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจและสังคมไทยจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากการลงทุนคุณภาพสูงและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ล้ำสมัยระหว่างสองประเทศอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – นายกฯ หารือประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ขับเคลื่อนปราบอาชญากรรมข้ามชาติ-แก๊งหลอกลวงออนไลน์

ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน

ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน

เชื่อไหมคะว่าแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มักซ่อนอยู่ในเรื่องราวธรรมดาของคนรอบตัวเรา วันนี้มีเรื่องราวที่น่าประทับใจมากจากประเทศจีน เมื่อไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน ‘หลู่ซุน’ ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดสาขาวรรณกรรมของแดนมังกรเลยทีเดียวค่ะ เรื่องราวของ ‘หวัง จี๋ปิง’ ไม่เพียงแค่เป็นแรงบันดาลใจ แต่ยังสะท้อนถึงพลังของสามัญชนที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นจากชีวิตที่ต้องสู้ในทุกวัน

หวัง จี๋ปิง ต้องเผชิญกับความยากลำบากมาตั้งแต่อายุ 14 ปี จากการต้องออกจากโรงเรียนเพื่อช่วยครอบครัวทำงาน ทั้งก่อสร้างและเก็บขยะ แต่เขาก็ไม่เคยทิ้งความรักในการอ่านเขียนแม้จะเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก การที่ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีนได้นั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการสังเกตชีวิตและกลั่นกรองความทุกข์ยากออกมาเป็นกวีที่สัมผัสหัวใจผู้คน

เขาเริ่มเขียนบทกวีผ่านโซเชียลมีเดียจนกระทั่งเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เขาถูกลูกค้าตำหนิอย่างหนักจากการหลงทาง ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของบทกวี ‘Man in a Hurry’ ที่ไวรัลไปทั่วประเทศ นี่คือจุดเริ่มต้นที่บอกให้โลกรู้ว่าคนทำงานธรรมดาแบบเขาก็มีหัวใจที่ละเมียดละไมไม่แพ้ใคร

ปรัชญาการใช้ชีวิต ‘การบินต่ำ’

ผลงานรางวัลอย่าง ‘Low Flight’ หรือ ‘บินต่ำ’ นำเสนอปรัชญาที่ลึกซึ้งผ่านการสะท้อนชีวิตไรเดอร์กว่า 200 คน เขาตั้งคำถามกับสังคมว่าทำไมต้องบินสูงเสมอไป ในเมื่อการบินต่ำก็คือการบินเช่นกัน บทกวีของเขาเปลี่ยนมุมมองที่ผู้คนมีต่ออาชีพไรเดอร์ จากแค่คนส่งของให้กลายเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความฝัน ความเจ็บปวด และความงดงามในทุกจังหวะของการหมุนล้อรถบนถนน

  • เปลี่ยนความกดดันเป็นพลังสร้างสรรค์
  • ให้เกียรติอาชีพที่ต้อยต่ำแต่สำคัญต่อเศรษฐกิจ
  • ไม่ละทิ้งความฝันแม้อายุจะล่วงเลยมาถึง 56 ปี

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว หวัง จี๋ปิง จะทิ้งงานเดิม แต่เขากลับยืนยันว่าจะทำหน้าที่นี้ต่อไปจนถึงอายุ 60 ปี เพราะเขารักชีวิตที่ติดดินและได้เห็นผู้คนในมุมที่แตกต่างกัน การที่ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีนในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้พวกเราทุกคนว่า แม้จะเป็นเพียงดวงไฟดวงเล็กๆ บนท้องถนน แต่แสงนั้นก็มีความหมายและสามารถสร้างความอบอุ่นให้กับโลกใบนี้ได้เสมอค่ะ

ลองหันกลับมามองคนรอบข้างหรือแม้แต่ตัวเองดูนะคะ บางทีเรื่องราวที่เรามองข้ามไป อาจจะเป็นเรื่องราวที่งดงามที่สุดหากเราลองตั้งใจสังเกตและถ่ายทอดมันออกมา แล้วคุณล่ะคะ วันนี้มีเรื่องราวอะไรที่อยากแบ่งปันให้โลกได้รับรู้บ้างหรือยัง?

ที่มา – ไรเดอร์ส่งอาหารวัย 56 ปี คว้ารางวัลวรรณกรรมระดับชาติของจีน “หลู่ซุน”

“สีหศักดิ์” ชี้ผลเยือนจีนยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลไทยในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ออกมาเปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “สีหศักดิ์” ชี้ผลเยือนจีนยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน ในระดับสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา สร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลก

“สีหศักดิ์” ชี้ผลเยือนจีนยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน สู่มิติใหม่

การหารือระดับผู้นำระหว่างไทยและจีนในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการพบปะเชิงพิธีการ แต่เป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเดินหน้าเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปี 2570 ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่คนไทยทุกคนควรจับตามอง

ก้าวสำคัญสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและ EV

ความน่าสนใจของทริปนี้คือการเน้นย้ำถึงการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ ผลสำเร็จจากการเยือนครั้งนี้ยังรวมถึง:

  • การเปิดสำนักงานบีโอไอ (BOI) แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู
  • การจัดสัมมนาธุรกิจที่เปิดโอกาสให้เอกชนไทย-จีนจับคู่ธุรกิจกว่า 150 ราย
  • การร่วมมือกับบริษัท AI ชั้นนำในกรุงปักกิ่ง เพื่อยกระดับแผนยุทธศาสตร์ AI ของไทย

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า “สีหศักดิ์” ชี้ผลเยือนจีนยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในยุคโลกาภิวัตน์ได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังมีการตกลงจัดตั้งกลไกหารือ 2+2 เพื่อกระชับความร่วมมือทางด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังเป็นปัญหาหนักในปัจจุบัน การบูรณาการในระดับนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของประเทศไทยในการก้าวไปสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง

ในฐานะประชาชนคนไทย เราคงต้องลุ้นกันต่อว่าในปีหน้า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางมาเยือนไทยตามคำเชิญหรือไม่ หากสำเร็จจริง นี่จะเป็นโอกาสทองที่ประเทศไทยจะได้ยกระดับความสัมพันธ์และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไปอีกขั้น เราหวังว่าผลจากการเจรจาในครั้งนี้จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “สีหศักดิ์” ชี้ผลเยือนจีนยกระดับหุ้นส่วนความร่วมมือรอบด้าน หวัง ปธน.สี จิ้นผิง เยือนไทยปีหน้า