วัน: 7 กันยายน 2026

ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ใน WSL แต่ Man City เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง

ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ใน WSL แต่ Man City เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง

ฟุตบอลหญิง Women’s Super League (WSL) กลับมาลงสนามให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกครั้งในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และต้องบอกเลยว่าฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยสีสัน ทั้งการเสริมทัพนักเตะใหม่ ขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้น และผลการแข่งขันที่คาดไม่ถึง นี่คือช่วงเวลาที่บรรดา ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ใน WSL แต่ Man City เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลหญิงตั้งแต่สัปดาห์แรก

สถานการณ์ของผู้ท้าชิงหน้าใหม่ใน WSL แต่ Man City เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ ด้วยการเอาชนะเบอร์มิงแฮม ซิตี้ น้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาไปได้ 3-1 ที่สนาม Joie Stadium แม้จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนผู้เล่นในทีม แต่ฟอร์มการเล่นของพวกเขายังคงดุดันและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าพวกเขาคือทีมเต็งที่จะรักษาแชมป์ไว้ได้อีกสมัย ในขณะที่ฝั่งของเชลซีกลับทำได้เพียงเสมอ แอสตัน วิลล่า ไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะครองเกมบุกได้มากกว่าตลอดทั้งเกมก็ตาม

ทีมดาวรุ่งที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้

นอกจากเรื่องของ ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ใน WSL แต่ Man City เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง แล้ว เรายังเห็นการแจ้งเกิดของทีมอย่าง ลอนดอน ซิตี้ ไลโอเนสเซส (London City Lionesses) ที่ทำเซอร์ไพรส์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 2-1 ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไหลลื่นแม้ทีมจะเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังครั้งใหญ่ รวมถึง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่เริ่มต้นได้อย่างสวยงามด้วยการถล่ม เวสต์แฮม ไปถึง 3-1 และ ลิเวอร์พูล ที่โชว์ฟอร์มโหดไล่ถล่ม ชาร์ลตัน 4-0 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตารางคะแนนฤดูกาลนี้จะต้องขับเคี่ยวกันดุเดือดกว่าที่เคยเป็นมาอย่างแน่นอน

ความน่าสนใจของฤดูกาลนี้อยู่ที่การพัฒนาของบรรดาทีมขนาดกลางและทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา อย่างคริสตัล พาเลซ ที่โชว์ฟอร์มเด็ดเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า WSL กำลังขยายตัวและมีมาตรฐานสูงขึ้นในทุกระดับ การที่ทีมเล็กสามารถคว่ำทีมใหญ่ได้นั้นคือเสน่ห์ที่ทำให้แฟนบอลต้องติดตามชมทุกสัปดาห์ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับของทีมไหน แต่ความตื่นเต้นในฤดูกาลนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

คุณคิดว่าทีมไหนจะมีโอกาสเบียดแย่งพื้นที่แชมป์จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้มากที่สุด? มาร่วมแสดงความคิดเห็นและเอาใจช่วยนักเตะที่คุณชื่นชอบไปพร้อมๆ กันในทุกแมตช์การแข่งขันครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อคณะทูตพิเศษของสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเดินทางเยือนกรุงเคียฟเพื่อเข้าพบประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญหลังจากที่พวกเขาได้มีโอกาสเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซียเมื่อวันก่อนหน้า การเดินเกมทางการทูตในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือการหาทางยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน เพื่อให้สันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาคอีกครั้ง

เบื้องหลังการเดินทางของ คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

การเดินทางของ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเรด คุชเนอร์ ในฐานะตัวแทนพิเศษของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขาต้องนั่งรถไฟจากโปแลนด์ข้ามพรมแดนเข้าสู่ยูเครน เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัยทางอากาศ โดยการพบปะกับเซเลนสกีมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:

  • ยูเครนแสดงจุดยืนพร้อมเจรจาเพื่อยุติสงครามให้เร็วที่สุด
  • เซเลนสกีย้ำถึงความสำคัญของ “การรับประกันความมั่นคง” และ “สันติภาพที่สมศักดิ์ศรี”
  • สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างเงื่อนไขที่ถูกต้องสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว
  • มีการหยุดโจมตีระหว่างกันเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้การเจรจาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ทางด้านฝ่ายรัสเซีย การพูดคุยกับคณะทูตสหรัฐฯ ที่ทำเนียบเครมลินกินเวลานานถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งทางมอสโกได้ให้ความเห็นว่าเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเห็นผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งปัญหาในยูเครนและโครงการความร่วมมือในอนาคต แต่สำหรับสถานการณ์ในยูเครนนั้น เซเลนสกีได้ระบุว่าทางรัฐบาลของเขามีข้อเสนอที่พร้อมอยู่แล้ว และต้องการเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าเพียงแค่คำสัญญา

แม้ว่ารายละเอียดเชิงลึกของการพูดคุยจะยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะทั้งหมด แต่ทีมงานสหรัฐฯ ได้กล่าวว่าพวกเขารู้สึกได้รับแรงบันดาลใจจากการเจรจาครั้งนี้ และจะเดินหน้ากระบวนการต่อไปตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สำหรับประชาชนชาวยูเครน นี่อาจเป็นสัญญาณบวกที่รอคอยมานานเพื่อให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นของการทูตเชิงรุกที่อาจเปลี่ยนทิศทางของสงครามครั้งนี้ได้ หากทุกฝ่ายยอมลดทิฐิและมองไปที่ความมั่นคงของภูมิภาคเป็นหลัก สันติภาพที่ยั่งยืนย่อมเกิดขึ้นได้จริงอย่างที่คนทั่วโลกปรารถนา เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าความพยายามของคณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย จะส่งผลดีต่อสถานการณ์อย่างไรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ที่มา – คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

Livingston ปลด Whelan ตั้ง Martindale คุมทีมชั่วคราว

Livingston ปลด Whelan ตั้ง Martindale คุมทีมชั่วคราว

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์เมื่อล่าสุดสโมสร Livingston ได้ออกมาประกาศแยกทางกับ Glenn Whelan กุนซือคนปัจจุบันหลังจากที่คุมทีมไปได้เพียงแค่ 9 นัดเท่านั้น โดยการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่แฟนบอลหลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นการจบเส้นทางที่สั้นมากสำหรับผู้จัดการทีมรายนี้

ทางสโมสรได้ตัดสินใจดึงตัว David Martindale กลับมาทำหน้าที่ในฐานะเฮดโค้ชชั่วคราวอีกครั้ง เพื่อกู้สถานการณ์ของทีมให้กลับมาอยู่ในร่องในรอย โดย Livingston ปลด Whelan ตั้ง Martindale คุมทีมชั่วคราว เพื่อให้การดำเนินงานของทีมมีความต่อเนื่อง หลังจากที่สโมสรทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรั้งอันดับ 5 ในตารางคะแนนสก็อตติช แชมเปี้ยนชิพ

สถานการณ์ที่น่ากังวลหลัง Livingston ปลด Whelan ตั้ง Martindale คุมทีมชั่วคราว

Glenn Whelan ซึ่งเป็นอดีตนักเตะทีมชาติไอร์แลนด์วัย 42 ปี เข้ามารับตำแหน่งกุนซือเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากการตกชั้นจากลีกสูงสุด แต่ทว่าผลงานในสนามกลับไม่เป็นไปตามเป้า โดยเก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัดและแพ้ไปถึง 3 นัดในลีก ซึ่งสำหรับสโมสรที่มีความคาดหวังสูงอย่าง Livingston นั้น ผลงานระดับนี้ถือว่ารับไม่ได้สำหรับบอร์ดบริหาร

ก้าวต่อไปของ Livingston กับภารกิจหาผู้นำคนใหม่

ทางด้าน Calvin Ford เจ้าของและประธานสโมสรชาวอเมริกันได้ออกมากล่าวอย่างชัดเจนว่า สโมสรจะไม่ยอมรับความธรรมดาหรือไม่ประสบความสำเร็จ และการหาผู้จัดการทีมคนใหม่ในครั้งนี้จะเน้นไปที่การใช้ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) เป็นหลัก เพื่อเฟ้นหาคนที่สามารถพาสโมสรกลับไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนและมีระดับได้อีกครั้ง โดยการที่ Livingston ปลด Whelan ตั้ง Martindale คุมทีมชั่วคราว ในครั้งนี้ถือเป็นการซื้อเวลาเพื่อหาคนที่ใช่ที่สุดให้กับทีมในระยะยาว

  • ทีมงานชุดใหม่: Frankie McAvoy จะเข้ามาช่วยงาน Martindale ในฐานะโค้ชชั่วคราว
  • ความมุ่งมั่น: บอร์ดบริหารยืนยันจะใช้ Data Analytics ในการสรรหาโค้ชคนใหม่
  • เป้าหมาย: การพาทีมลุ้นเลื่อนชั้นกลับสู่ระดับสูงให้ได้ตามความคาดหวังของแฟนบอล

สำหรับแฟนบอล Livingston คงต้องมารอดูกันต่อไปว่า การกลับมาของ Martindale ครั้งนี้จะสามารถปลุกใจลูกทีมและสร้างผลงานในสนามให้ดีขึ้นได้หรือไม่ นี่คือบททดสอบสำคัญของสโมสรในการเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความกดดันและความคาดหวังจากแฟนบอลทั่วประเทศ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เจาะลึกฟอร์ม Odegaard และ Saka นำทัพอาร์เซนอลดวลเชลซี

เจาะลึกฟอร์ม Odegaard และ Saka นำทัพอาร์เซนอลดวลเชลซี

เกมพรีเมียร์ลีกแมตช์ล่าสุดระหว่างอาร์เซนอลและเชลซีสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะผลงานอันยอดเยี่ยมของ Odegaard และ Saka นำทัพอาร์เซนอลดวลเชลซี จนคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จในที่สุด ด้วยสกอร์ 2-1 ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม

แม้ว่าฝั่งเชลซีจะได้ประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วจาก Morgan Rogers ตั้งแต่ 2 นาทีแรก แต่ความเป็นทีมเวิร์กของปืนใหญ่ก็ทำให้พวกเขากลับมาได้ โดย Kai Havertz ยิงตีเสมอให้กับอดีตต้นสังกัด ก่อนที่กัปตันทีมอย่าง Odegaard จะยิงประตูชัยในครึ่งหลัง นี่คือเหตุผลว่าทำไม Odegaard และ Saka นำทัพอาร์เซนอลดวลเชลซี ถึงเป็นหัวข้อที่แฟนบอลพูดถึงมากที่สุดในค่ำคืนนี้

วิเคราะห์ฟอร์มการเล่นของเหล่าขุนพล

ในฝั่งของอาร์เซนอล Odegaard และ Saka ต่างทำผลงานได้อย่างโดดเด่นสมราคาตัวเต็ง โดย Odegaard แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในการจบสกอร์และการจ่ายบอลที่แม่นยำ ส่วน Saka ก็เป็นตัวปั่นป่วนริมเส้นที่กองหลังเชลซีเอาไม่อยู่ นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอย่าง Riccardo Calafiori และ Ezri Konsa ที่คุมเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น

สรุปคะแนนผู้เล่นในแมตช์ Odegaard และ Saka นำทัพอาร์เซนอลดวลเชลซี

  • Martin Odegaard (8/10): ผู้นำที่แท้จริง ทั้งยิงประตูชัยและคอยบัญชาเกมแดนกลาง
  • Bukayo Saka (8/10): อันตรายทุกครั้งที่ได้บอล และเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโอกาสจากลูกนิ่ง
  • Kai Havertz (7/10): ยิงประตูตีเสมอได้สำคัญมากและทำหน้าที่เชื่อมเกมรุกได้ดี
  • David Raya (6/10): แม้จะเสียประตูเร็ว แต่ก็เซฟลูกสำคัญในช่วงท้ายเกมไว้ได้

ทางฝั่งเชลซีแม้จะมีจังหวะสวนกลับที่น่ากลัวจาก Morgan Rogers และ Reece James แต่ภาพรวมยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายไปเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การได้เห็นสองทีมใหญ่ดวลแข้งกันด้วยคุณภาพระดับสูงแบบนี้ คือสีสันที่ทำให้พรีเมียร์ลีกสนุกที่สุดในโลก

ในมุมมองของผู้เขียน ชัยชนะนัดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าอาร์เซนอลมีความพร้อมที่จะลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว การที่กัปตันและตัวรุกริมเส้นอยู่ในฟอร์มที่ไว้ใจได้แบบนี้ ทำให้แฟนปืนใหญ่มีความหวังไปจนจบฤดูกาล แล้วคุณล่ะครับ ให้คะแนนนักเตะคนไหนไว้บ้าง? อย่าลืมมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

แมนยูยังมองเห็นแง่บวกแม้ทำแต้มหลุดมือต่อเนื่อง

แมนยูยังมองเห็นแง่บวกแม้ทำแต้มหลุดมือต่อเนื่อง

แม้ว่าผลการแข่งขันนัดล่าสุดจะจบลงด้วยการเสมอ 2-2 กับเอฟเวอร์ตัน แต่กุนซือ ไมเคิล คาร์ริค และเหล่าสาวกปีศาจแดงยังคงมองว่าทีมยังมีสิ่งที่น่าประทับใจให้จดจำ ในสถานการณ์ที่ แมนยูยังมองเห็นแง่บวกแม้ทำแต้มหลุดมือต่อเนื่อง การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้ถือเป็นบทพิสูจน์ความอดทนของแฟนบอลอย่างแท้จริง

หากเรามองเข้าไปในรายละเอียด ฟอร์มการเล่นของแข้งใหม่อย่าง เบนจามิน เซสโก้ ที่สามารถเบิกสกอร์แรกของฤดูกาลได้สำเร็จหลังจากพักรักษาอาการบาดเจ็บไปนาน ถือเป็นสัญญาณที่ดี นอกจากนี้ ฟอร์มของ ค็อบบี้ เมนู และ ลุค ชอว์ ที่ยังคงมาตรฐานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ก็เป็นจุดที่แฟนบอลสามารถยิ้มได้แม้ผลลัพธ์ในสนามจะไม่เป็นใจ

เหตุผลที่ แมนยูยังมองเห็นแง่บวกแม้ทำแต้มหลุดมือต่อเนื่อง

คาร์ริคให้สัมภาษณ์หลังเกมด้วยความมั่นใจว่าฟอร์มโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เขาเชื่อว่าหากทีมยังคงรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ต่อไป ผลการแข่งขันที่ต้องการจะตามมาอย่างแน่นอน โดยได้รับการสนับสนุนจากตำนานอย่าง เวย์น รูนีย์ ที่มองว่าแมนยูแสดงให้เห็นถึงการควบคุมเกมที่ดีกว่าเดิมชัดเจน แม้จะต้องเสียประตูจากลูกยิงไกลสุดสวยของคู่แข่งก็ตาม

ปัญหาการเสียประตูที่ต้องแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกมรับคือปัญหาใหญ่ที่คาร์ริคต้องรีบจัดการ การเสียถึงสองประตูในทุกเกมที่ผ่านมาไม่ใช่สถิติที่น่าพึงพอใจสำหรับทีมที่หวังลุ้นแชมป์ หาก แมนยูยังมองเห็นแง่บวกแม้ทำแต้มหลุดมือต่อเนื่อง แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ช่องว่างระหว่างคะแนนกับทีมจ่าฝูงอาจห่างออกไปเกินกว่าจะไล่ทัน โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่โปรแกรมหนักในแชมเปี้ยนส์ลีก

  • เน้นการคุมจังหวะเกมจากแดนกลาง
  • ปรับปรุงสมาธิในจังหวะป้องกันลูกยิงไกล
  • เพิ่มความเฉียบคมในเกมรุกเพื่อปิดเกมให้ไวขึ้น

ในสัปดาห์ที่แสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความคาดหวัง แฟนบอลต้องเตรียมใจรับความกดดันที่จะถาโถมเข้ามาอีกระลอก ก่อนจะถึงศึกดาร์บี้แมตช์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สิ่งที่คาร์ริคทำได้ดีที่สุดคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกทีม เพราะฟุตบอลคือเกมที่ตัดสินกันด้วยผลลัพธ์ มากกว่าคำชื่นชมในรูปแบบการเล่นเพียงอย่างเดียว

บทสรุปของเรื่องนี้คือ แม้ปัจจุบันทีมจะยังมีปัญหาให้แก้ไข แต่การที่ผู้จัดการทีมยังคงมองโลกในแง่ดีและพยายามสร้างความสมดุลให้กับทีม ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพาทีมผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ สุดท้ายแล้วความสำเร็จจะวัดกันที่แต้มในตารางมากกว่าคำพูดในห้องแถลงข่าวอย่างแน่นอน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ตึก 5 ชั้นถล่มในเดลี ดับแล้ว 1 ศพ คาดสูญหายกว่า 50 คน

ตึก 5 ชั้นถล่มในเดลี ดับแล้ว 1 ศพ คาดสูญหายกว่า 50 คน

เกิดเหตุสลดในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่ออาคารหอพักนักศึกษาสูง 5 ชั้นพังถล่มลงมา ส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้นแล้ว 1 ราย และยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกจำนวนมาก หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจมีผู้สูญหายกว่า 50 คน ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบากในการกู้ภัย โดยเหตุการณ์ ตึก 5 ชั้นถล่มในเดลี ดับแล้ว 1 ศพ คาดสูญหายกว่า 50 คน ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก

สาเหตุเบื้องต้นและรายละเอียดเหตุการณ์ ตึก 5 ชั้นถล่มในเดลี ดับแล้ว 1 ศพ คาดสูญหายกว่า 50 คน

จากการรายงานข่าว อาคารดังกล่าวมีชื่อว่า “Hostel Daze” ตั้งอยู่ในย่านสัตยา นิเกตัน ซึ่งเป็นที่พักของนักศึกษาจำนวนมาก โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุมีผู้คนจำนวนมากอยู่ภายในอาคาร พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่ามีการก่อสร้างบริเวณชั้นใต้ดินของตัวอาคาร ซึ่งหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นต้นเหตุของความไม่มั่นคงของโครงสร้างหลัก

  • อาคารมีอายุเก่าแก่ประมาณ 40-50 ปี
  • มีการขุดเจาะชั้นใต้ดินเพื่อหวังเพิ่มรายได้จากการเช่าพื้นที่
  • โครงสร้างเสาชั้นล่างอาจรับน้ำหนักไม่ไหวจากการต่อเติม

ความคืบหน้าล่าสุด ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาได้แล้ว 6 ราย แต่ยังคงมีนักศึกษาและคนงานก่อสร้างอีกจำนวนมากที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร สมาชิกสภานิติบัญญัติในพื้นที่เปิดเผยว่า มีผู้ติดค้างบางส่วนพยายามโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือออกมาจากใต้ซากปรักหักพัง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฏิบัติการแข่งกับเวลาอย่างเต็มที่

ทางด้านสหภาพนักศึกษาแห่งชาติอินเดียได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสอบสวนเหตุ ตึก 5 ชั้นถล่มในเดลี ดับแล้ว 1 ศพ คาดสูญหายกว่า 50 คน ครั้งนี้อย่างจริงจัง เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับความประมาทเลินเล่อในการก่อสร้างและบำรุงรักษาอาคาร ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไป

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ยังติดอยู่ภายในออกมาได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบโครงสร้างอาคารเก่า โดยเฉพาะในเมืองที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นนิวเดลี การป้องกันย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาภายหลังเสมอ

ที่มา – ตึก 5 ชั้นถล่มในเดลี ดับแล้ว 1 ศพ คาดสูญหายกว่า 50 คน