วัน: 9 กันยายน 2026

สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาเรียกได้ว่าร้อนระอุจนแทบทะลุปรอท เมื่อเกิดเหตุ สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มาตรา 17 ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสภาฯ

สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล

ชนวนเหตุเริ่มจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณขุดเจาะน้ำบาดาลจำนวน 1.5 พันล้านบาท โดยชี้ให้เห็นว่าทำไมโครงการส่วนใหญ่ถึงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของ สส.พรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคอื่น พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงตามแผนที่ความเสี่ยง

เบื้องลึกความขัดแย้ง: สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล

ทางด้านฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทย โดยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และนางพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้ลุกขึ้นชี้แจงโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่า:

  • สัดส่วนจำนวน สส. ของพรรคภูมิใจไทยที่มีจำนวนเขตในพื้นที่ชนบทมากกว่า ทำให้มีความจำเป็นต้องเสนอโครงการเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
  • การอภิปรายของพรรคประชาชนเป็นการเน้นสร้างคอนเทนต์ทางการเมืองมากกว่าการเข้าใจสภาพความเป็นจริงในพื้นที่
  • สมาชิกพรรคประชาชนส่วนใหญ่เป็น สส. ในเขต กทม. และปริมณฑล ซึ่งมีระบบประปาเข้าถึงอยู่แล้ว จึงอาจไม่เข้าใจความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล

การโต้เถียงขยายตัวบานปลายจนมีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและการประท้วงจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะการที่นายณัฐชาหยิบยกเรื่อง “ระบอบสีน้ำเงิน” มาโจมตี จนทำให้ สส. พรรคภูมิใจไทยหลายท่านไม่พอใจและมองว่าเป็นการใส่ร้ายและเสียดสีศักดิ์ศรีของ สส. จนกระทั่งประธานในที่ประชุมต้องสั่งปิดไมโครโฟนหลายต่อหลายครั้งเพื่อควบคุมสถานการณ์ที่คุกรุ่น

แม้สุดท้ายเหตุการณ์จะคลี่คลายลงได้ด้วยการตักเตือนและยอมถอนคำพูดในบางประเด็น แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน การจัดสรรงบประมาณที่โปร่งใสและเป็นธรรมยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ประชาชนคาดหวัง และการตรวจสอบงบประมาณของสภาฯ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงมากกว่าอารมณ์ความรู้สึก

ในมุมมองของหลายฝ่าย นี่คือสัญญาณเตือนว่าทุกโครงการงบประมาณนับจากนี้จะต้องถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากภาคประชาชน เพื่อไม่ให้งบประมาณแผ่นดินถูกมองว่าถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

ที่มา – สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล

เมื่อไหร่ทวีปแอฟริกาจะมีผู้ชนะรางวัล Ballon d’Or คนต่อไป?

เมื่อไหร่ทวีปแอฟริกาจะมีผู้ชนะรางวัล Ballon d’Or คนต่อไป?

ในโลกของฟุตบอล รางวัล Ballon d’Or ถือเป็นจุดสูงสุดที่นักเตะทุกคนใฝ่ฝัน แต่สำหรับนักเตะจากทวีปแอฟริกา เส้นทางนี้ดูเหมือนจะยากลำบากเหลือเกิน ตั้งแต่ George Weah สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลนี้มาครองได้สำเร็จในปี 1995 แฟนบอลทั่วโลกก็ยังคงเฝ้ารอว่า เมื่อไหร่ทวีปแอฟริกาจะมีผู้ชนะรางวัล Ballon d’Or คนต่อไป กันแน่?

เจาะลึกความท้าทาย: เมื่อไหร่ทวีปแอฟริกาจะมีผู้ชนะรางวัล Ballon d’Or คนต่อไป?

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักเตะแอฟริกันห่างไกลจากรางวัลนี้คือเงื่อนไขในอดีต เพราะกว่าที่นักเตะนอกยุโรปจะมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลนี้ก็ต้องรอถึงปี 1995 ซึ่ง Weah ก็คว้าโอกาสนั้นไว้ได้ทันที แต่หลังจากนั้น เราก็แทบไม่เห็นใครเข้าใกล้ความสำเร็จนี้อีกเลย มีเพียง Sadio Mane เท่านั้นที่เคยทำได้ดีที่สุดคืออันดับที่สองในปี 2022 ในขณะที่ยอดแข้งอย่าง Lionel Messi และ Cristiano Ronaldo ต่างผลัดกันกวาดรางวัลไปเกือบหมดสิ้น

สถิติและโอกาสที่แท้จริงของนักเตะแอฟริกัน

หากเรามองย้อนกลับไป จะพบว่ามีนักเตะแอฟริกันได้รับเสนอชื่อเข้าชิงเพียง 76 ครั้งจากปี 1995 เป็นต้นมา ซึ่งคิดเป็นเพียง 6.62% ของผู้เข้าชิงทั้งหมดเท่านั้น Samuel Eto’o คือตำนานที่ได้รับเสนอชื่อบ่อยที่สุดถึง 9 ครั้งติดต่อกัน แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่สามารถก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุดได้

ประเทศอย่างไนจีเรียถือเป็นชาติที่มีนักเตะได้รับเสนอชื่อมากที่สุด แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว ยังมีอีกกว่า 39 ประเทศในทวีปแอฟริกาที่ยังไม่เคยมีนักเตะของตนได้รับการเสนอชื่อเลยแม้แต่คนเดียว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างลีกในยุโรปและพัฒนาการของนักเตะในแอฟริกายังคงเป็นกำแพงใหญ่ที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้

แม้แต่ในประเภทฟุตบอลหญิงเอง สถานการณ์ก็ไม่ต่างกันนัก แม้จะมีนักเตะอย่าง Asisat Oshoala หรือพี่น้อง Chawinga ได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่จำนวนผู้เข้าชิงก็ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานโลก การตั้งคำถามว่า เมื่อไหร่ทวีปแอฟริกาจะมีผู้ชนะรางวัล Ballon d’Or คนต่อไป จึงไม่ได้เป็นเพียงการถามถึงตัวบุคคล แต่เป็นการมองถึงการวางรากฐานฟุตบอลระดับทวีปให้แข็งแกร่งและก้าวสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง

ในมุมมองของผม การที่นักเตะแอฟริกันจะคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง อาจต้องอาศัยผลงานที่โดดเด่นระดับพาทีมคว้าแชมป์สำคัญในยุโรปพร้อมกับฟอร์มที่คงเส้นคงวาตลอดทั้งปี เพราะในยุคที่การตลาดและการยอมรับมีผลสูง การทำผลงานให้ “เหนือกว่า” ซูเปอร์สตาร์ฝั่งยุโรปและอเมริกาใต้คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกคนต้องตีให้แตก หากวันนั้นมาถึง เชื่อเหลือเกินว่ามันจะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับวงการฟุตบอลแอฟริกันอย่างแน่นอน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผู้รักษาประตูดาวรุ่งลอนดอนอาจได้เป็นกษัตริย์แห่งยูกันดา

ผู้รักษาประตูดาวรุ่งลอนดอนอาจได้เป็นกษัตริย์แห่งยูกันดา

คุณเคยจินตนาการไหมว่า นักฟุตบอลระดับสมัครเล่นที่คุณเห็นลงสนามในวันหยุดสุดสัปดาห์ อาจมีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และคาดไม่ถึง? นี่คือเรื่องราวที่เหลือเชื่อที่สุดของฤดูกาล เมื่อผู้รักษาประตูดาวรุ่งลอนดอนอาจได้เป็นกษัตริย์แห่งยูกันดา ซึ่งเป็นข่าวที่กำลังสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกในขณะนี้

George Desmond Kamurasi ผู้รักษาประตูและกัปตันทีม South East Dons สโมสรฟุตบอลสมัครเล่นชื่อดังในอังกฤษกำลังตกเป็นประเด็นร้อนแรง หลังจากมีรายงานว่าเขาถูกเลือกให้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไปแห่งอาณาจักร Tooro ในประเทศยูกันดา ท่ามกลางความโศกเศร้าจากการจากไปของ King Oyo Nyimba Kabamba Iguru Rukidi IV ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

เหตุผลที่ผู้รักษาประตูดาวรุ่งลอนดอนอาจได้เป็นกษัตริย์แห่งยูกันดา

การขึ้นครองราชย์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากสายเลือดของตระกูล ‘Babiito’ ที่ Kamurasi เป็นทายาทโดยตรง ในขณะที่เขากำลังมุ่งมั่นทำผลงานในสนามฟุตบอลที่ลอนดอนและพาทีมไต่เต้าในฟุตบอลถ้วยรายการใหญ่ สถานการณ์ที่ยูกันดากลับเรียกร้องให้เขากลับไปปฏิบัติหน้าที่สำคัญตามประเพณีดั้งเดิม

ทางด้าน Kamurasi เองได้ออกมาโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยขอให้ประชาชนชาวพื้นเมืองมีความอดทนและให้พื้นที่แก่คณะกรรมการในการคัดเลือกและทำพิธีตามขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาอย่างเคร่งครัด เขาเน้นย้ำว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ควรจะมุ่งเน้นไปที่การไว้อาลัยให้กับกษัตริย์องค์ก่อนมากกว่าการคาดเดาเรื่องตำแหน่งใหม่

ความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่

นับเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่นักกีฬาสมัครเล่นคนหนึ่งต้องเปลี่ยนผ่านจากสนามฟุตบอลใน Bexleyheath ไปสู่บัลลังก์กษัตริย์ โดยในอดีตที่ผ่านมา กษัตริย์แห่งอาณาจักร Tooro จะต้องผ่านพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์หลายขั้นตอน รวมถึงการฝังเมล็ดกาแฟและการทำพิธีพิเศษ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมดั้งเดิมในยูกันดายังคงมีอิทธิพลอย่างสูงในสังคมปัจจุบันแม้จะไม่มีอำนาจทางการเมืองโดยตรง

  • Kamurasi ปัจจุบันอายุ 36 ปี เป็นกัปตันทีม SE Dons
  • การสืบทอดบัลลังก์ต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการระดับสูง
  • ประเพณีนี้รวมถึงการ ‘ต่อสู้’ เพื่อชิงบัลลังก์เชิงสัญลักษณ์

ไม่ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร การที่ผู้รักษาประตูดาวรุ่งลอนดอนอาจได้เป็นกษัตริย์แห่งยูกันดา ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและหัวข้อสนทนาที่น่าสนใจมากว่า ชีวิตคนเรานั้นมักจะมีเส้นทางที่คาดเดาไม่ได้เสมอ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักฟุตบอลรายนี้จะเลือกเดินบนเส้นทางสายใดระหว่างกีฬาหรือการรับใช้ชาติบ้านเกิดในฐานะกษัตริย์

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

UK คว่ำบาตรชุมชนยิวในเวสต์แบงก์ อิสราเอลปิดกงสุลตอบโต้

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีการประกาศมาตรการสำคัญจากทางฝั่งสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับประเด็นการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เวสต์แบงก์ ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแสการโต้ตอบที่รุนแรงจากรัฐบาลอิสราเอล เรื่องราวของ UK คว่ำบาตรชุมชนยิวในเวสต์แบงก์ อิสราเอลปิดกงสุลตอบโต้ กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้ง

วิเคราะห์เหตุผลที่ UK คว่ำบาตรชุมชนยิวในเวสต์แบงก์ อิสราเอลปิดกงสุลตอบโต้

นายเอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าสินค้าจากชุมชนชาวยิวในเวสต์แบงก์ โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกยึดครองอย่างผิดกฎหมายตามมุมมองของรัฐบาลอังกฤษ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นของอังกฤษต่อการขยายดินแดนและการสร้างชุมชนชาวยิวที่ไม่มีความชอบธรรมในสายตาของกฎหมายระหว่างประเทศ

มาตรการตอบโต้จากฝั่งอิสราเอล

หลังจากข่าว UK คว่ำบาตรชุมชนยิวในเวสต์แบงก์ อิสราเอลปิดกงสุลตอบโต้ แพร่สะพัดออกไป นายกีเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล ก็ไม่รอช้าที่จะประกาศมาตรการโต้กลับ 4 ประการทันที เพื่อตอบโต้ท่าทีดังกล่าว ได้แก่:

  • การปิดสถานกงสุลอังกฤษในเยรูซาเล็ม
  • การถอดตัวแทนอังกฤษออกจากศูนย์สนับสนุนกาซาระหว่างประเทศ
  • การยกเลิกการฝึกฝนกองกำลังปาเลสไตน์โดยหน่วยทหารอังกฤษ
  • การปฏิเสธการเดินทางเข้าอิสราเอลของผู้แทนชาวอังกฤษที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่อต้านอิสราเอล

มาตรการเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าอิสราเอลมองว่าการคว่ำบาตรจากอังกฤษเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม และพร้อมที่จะตัดความสัมพันธ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง การปะทะกันทางนโยบายครั้งนี้สร้างความหนักใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มที่พยายามผลักดันสันติภาพในภูมิภาค

ในฐานะผู้สังเกตการณ์สถานการณ์โลก เราต้องยอมรับว่าความขัดแย้งในครั้งนี้มีความซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ได้ง่ายๆ การที่ประเทศมหาอำนาจตัดสินใจใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเข้ามากดดัน ย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือความพยายามที่จะหาจุดสมดุลเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปสู่ความรุนแรงที่มากกว่าเดิม และหวังว่าทุกฝ่ายจะหันหน้ากลับมาใช้การเจรจาทางการทูตแทนการตอบโต้ด้วยความโกรธแค้น

ที่มา – UK คว่ำบาตรชุมชนยิวในเวสต์แบงก์ อิสราเอลปิดกงสุลตอบโต้