สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องปัญหาใหญ่ที่คนไทยหลายคนกำลังกังวล นั่นคือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ที่มาเยือนทุกปี โดยเฉพาะภาคเหนือ แต่มีข่าวดีมาบอก! 3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า ทำให้การแก้ปัญหาดูจะมีหวังมากขึ้นนะครับ
3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 3 ท่าน ได้แก่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล เป็นประธาน
นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมคนสำคัญอีกเพียบ เช่น นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัล, พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกลาโหม, นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้แทนกองทัพอากาศและหน่วยงานอื่นๆ จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ
ที่มาของการประชุมสุดสำคัญครั้งนี้
การประชุมเกิดขึ้นตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อโฟกัสแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทำลายป่าไม้ แต่ยังกระทบสุขภาพประชาชน สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ และเศรษฐกิจด้วย
ผลการประชุมที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน
ที่ประชุมเห็นตรงกันที่จะยกระดับการแก้ปัญหาด้วยการนำ เทคโนโลยีของกองทัพอากาศ มาใช้ โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการบินลาดตระเวนที่ชี้เป้าจุดความร้อน (Hotspot) ได้อย่างแม่นยำสุดๆ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อสนับสนุนการดับไฟทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ ทำให้ภารกิจสำเร็จเร็วขึ้นเยอะ
นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้อากาศยานจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินปฏิบัติการดัดแปรอากาศ ลดปัญหาฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รมช.มหาดไทยยังมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมมือกับกองทัพอากาศและกระทรวงดิจิทัล สนับสนุนภารกิจในภาคเหนือและทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้หายใจอากาศบริสุทธิ์โดยเร็วที่สุด ตามนโยบายนายกฯ
เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ ปกติการดับไฟป่ามันยากเพราะหาจุดไฟไม่เจอ แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยีทหารมาช่วยชี้เป้าแบบ real-time แถมดิจิทัลช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ทุกอย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้นมาก
ทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงเจ๋งขนาดนี้?
- ความแม่นยำสูง: ระบบลาดตระเวนของกองทัพอากาศตรวจจับ Hotspot ได้ละเอียด ช่วยลดเวลาตอบสนอง
- บูรณาการข้ามหน่วย: ข้อมูลไหลลื่นระหว่างมหาดไทย กลาโหม ดิจิทัล และท้องถิ่น
- สนับสนุนอากาศยาน: กรมฝนหลวงบินได้ปลอดภัย ลด PM2.5 ด้วยฝนเทียม
- ครอบคลุมทั่วประเทศ: ไม่ใช่แค่ภาคเหนือ แต่ทุกพื้นที่เสี่ยง
ในอดีต ไฟป่าทำให้ไทยสูญเสียป่าไม้หลายแสนไร่ สุขภาพประชาชนป่วยจาก PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้โรงพยาบาลแน่น เศรษฐกิจเสียหายจาก旅游ลดลง แต่ปีนี้ด้วย 3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า เรามีโอกาสยุติปัญหาได้จริง
นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลยังช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับรายงานจุดร้อนจากประชาชน ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ผ่านแอพมือถือ
ผมคิดว่านี่คือก้าวสำคัญของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ การนำเทคโนโลยีทหารมาช่วยพลเรือนแสดงให้เห็นว่าประเทศเรามีศักยภาพสูง หากร่วมมือกันจริงจัง ปัญหาไฟป่าจะคลี่คลายได้แน่นอน
สุดท้ายนี้ อยากชวนเพื่อนๆ ในพื้นที่เสี่ยงช่วยกันเฝ้าระวัง รายงานจุดความร้อนผ่านช่องทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือแอพ AirVisual เพื่อติดตามคุณภาพอากาศ และแชร์ข่าวนี้ให้คนอื่นรู้ด้วยนะครับ จะได้ลดผลกระทบร่วมกัน!
ที่มา – 3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า



