CIB AI Day 2026 โชว์ 46 นวัตกรรม AI สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก. ที่กำลังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยยกระดับงานสืบสวนและสอบสวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “Next-Gen CIB: ยกระดับการพัฒนาระบบสู่ยุค AI” งานนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ข้าราชการตำรวจนำเสนอผลงานที่พัฒนาจากปัญหาในการทำงานจริง และแสดงให้เห็นว่าตำรวจสามารถก้าวจากผู้ใช้งานเทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
CIB AI Day 2026 โชว์ 46 นวัตกรรม AI ยกระดับงานตำรวจ
งาน CIB AI Day 2026 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ที่สโมสรตำรวจสอบสวนกลาง ชั้น 29 อาคารพิทักษ์สันติ โดยมีผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อัยการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และพันธมิตรจากภาคเอกชนเข้าร่วมงาน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวให้ทันกับอาชญากรรมยุคดิจิทัล
ปัจจุบันรูปแบบอาชญากรรมมีความซับซ้อนมากกว่าเดิม ทั้งการหลอกลวงทางออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ เครือข่ายธุรกรรมทางการเงิน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกปิดตัวตน ขณะเดียวกัน พยานหลักฐานดิจิทัลก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การใช้ AI จึงเข้ามาช่วยคัดกรองข้อมูลจำนวนมาก วิเคราะห์ความเชื่อมโยง และลดเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้กับงานเอกสารหรือกระบวนการที่ทำซ้ำเป็นประจำ
CIB AI Day 2026 โชว์ 46 นวัตกรรม AI จากปัญหาหน้างานจริง
จุดเด่นของงานครั้งนี้คือการนำเสนอผลงานนวัตกรรม AI จำนวน 46 ผลงานจากข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ก. แต่ละผลงานมุ่งแก้ไขข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริงในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อมูลคดี การวิเคราะห์พยานหลักฐาน การร่างเอกสาร การตรวจสอบสำนวน หรือการบริหารงานภายในหน่วยงาน แนวทางดังกล่าวช่วยให้เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ซื้อมาใช้งาน แต่เป็นระบบที่ตำรวจมีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนาให้เหมาะกับบริบทของตนเอง
ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางยังกล่าวถึงการเปลี่ยนบทบาทของกำลังพลจาก “Users” หรือผู้ใช้งาน ไปสู่ “Creators/Developers” หรือผู้สร้างและพัฒนานวัตกรรม เพราะผู้ปฏิบัติงานย่อมเข้าใจปัญหาหน้างานได้ดีที่สุด เมื่อสามารถนำความรู้ด้านคดีมาผสานกับเทคโนโลยี ก็จะเกิดเครื่องมือที่ตอบโจทย์การทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น
3 เสาหลักในการใช้ AI ของ บช.ก. เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีเกิดประโยชน์ควบคู่กับความรับผิดชอบ ได้แก่
- Security หรือความปลอดภัย: ระบบ AI ต้องมีการป้องกันทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานที่รัดกุม ลดความเสี่ยงจากการเจาะระบบ การโจมตี และการแทรกแซงข้อมูล
- Responsibility หรือความรับผิดชอบ: AI ทำหน้าที่ช่วยวิเคราะห์และสนับสนุนข้อมูล แต่การใช้วิจารณญาณและการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังเป็นหน้าที่ของตำรวจ โดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง หรือ Human-in-the-Loop
- Privacy หรือความเป็นส่วนตัว: ต้องมีกระบวนการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน รวมถึงข้อมูลราชการและรายละเอียดในสำนวนคดี
3 ผลงาน AI เด่นจากการแข่งขันของตำรวจสอบสวนกลาง
ภายในงานมีการคัดเลือกผลงานชนะเลิศจาก 3 สายงานหลัก ซึ่งสะท้อนการประยุกต์ใช้ AI ในหลายมิติของการทำงานตำรวจได้อย่างน่าสนใจ
- สายงานสืบสวน – SU Intelligence Platform: ระบบวิเคราะห์ข้อมูลคดีขั้นสูงที่สามารถประมวลผลและเชื่อมโยงพยานหลักฐานดิจิทัล แผนประทุษกรรม และเส้นทางอาชญากรรม ช่วยให้เจ้าหน้าที่มองเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น และสนับสนุนการวางแผนติดตามจับกุมผู้ต้องหาอย่างมีประสิทธิภาพ
- สายงานสอบสวน – CPPD ร้อยเวร AI ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน: นวัตกรรมที่ผสาน AI Agent เข้ากับกระบวนการทำงานของพนักงานสอบสวน ช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูล ร่างเอกสารคำให้การ และตรวจทานสำนวนอย่างเป็นระบบ ทำให้ลดภาระงานเอกสารและเพิ่มเวลาให้เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นกับการวิเคราะห์คดีได้มากขึ้น
- สายงานอำนวยการ – HWPD NEXT GEN: แพลตฟอร์มบริหารงานตำรวจทางหลวงที่รวบรวมงานสำคัญไว้ในระบบเดียว ครอบคลุมการบริหาร 6 ระดับชั้น 12 ฟังก์ชันงาน และมีผู้ช่วย AI จำนวน 3 รูปแบบ เพื่อสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากผลงานชนะเลิศแล้ว ยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมจาก 12 กองบังคับการในสังกัด บช.ก. ผู้เข้าร่วมงานได้ชมการสาธิตการทำงานจริง หรือ Live Demo รวมถึงรับฟังเวทีเสวนาและการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในงานตำรวจ การนำเสนอแบบลงมือปฏิบัติทำให้เห็นภาพว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ขั้นตอนรวบรวมข้อมูล ไปจนถึงการวิเคราะห์และบริหารจัดการงานในภาพรวม
งานครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและสถาบันการศึกษา เช่น AWS, Palo Alto Networks, Fortinet และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM ความร่วมมือดังกล่าวมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะดิจิทัลของบุคลากร และสร้างองค์ความรู้ใหม่สำหรับการรับมือกับอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การนำ AI มาใช้ในงานสืบสวนและสอบสวนไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ตำรวจ แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เร็ว รอบคอบ และแม่นยำขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบข้อมูลจากมนุษย์ยังคงมีความสำคัญ เพราะผลลัพธ์จาก AI อาจมีข้อจำกัดหรือคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น การกำหนดมาตรฐานการใช้งาน การรักษาความลับ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชนจึงต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน
ในมุมมองของผู้เขียน CIB AI Day 2026 เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการพัฒนาเทคโนโลยีภาครัฐจากปัญหาจริง หาก บช.ก. สามารถต่อยอดผลงานเหล่านี้ให้ใช้งานได้ในวงกว้าง พร้อมวางระบบตรวจสอบที่โปร่งใส ก็จะช่วยยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยให้ทันต่อโลกดิจิทัล ประชาชนจึงควรติดตามการพัฒนาในระยะต่อไป เพราะนวัตกรรมที่ดีไม่เพียงทำให้งานตำรวจมีประสิทธิภาพขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้สังคมโดยรวม
ที่มา – บช.ก. จัด “CIB AI Day 2026” โชว์ 46 นวัตกรรม AI ยกระดับงานสืบสวน-สอบสวนสู่ยุคใหม่







