สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจและการค้าของไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลย นั่นคือ USTR แฉย่านการค้าไทย 1 แห่งยังติดโผละเมิดสูง จากรายงานของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ที่เพิ่งออกมาใหม่เอี่ยมในปี 2568 แม้แพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยจะรอดพ้นจากรายชื่อ แต่ย่านการค้าออฟไลน์แห่งหนึ่งยังคงติดบัญชีดำต่อเนื่องจากปีก่อน กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ไม่ยอมแพ้ สั่งลุยปราบปรามแบบเข้มข้นสุดๆ ไปเลย!
USTR แฉย่านการค้าไทย 1 แห่งยังติดโผละเมิดสูง
ตามรายงาน “Notorious Markets” ปี 2568 ของ USTR ที่เผยแพร่เมื่อ 3 มี.ค. 2569 พวกเขาระบุตลาดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลกทั้งหมด 69 แห่ง จาก 19 ประเทศ แบ่งเป็นตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า 32 แห่ง ข่าวดีคือ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยอย่าง Shopee Lazada หรือใครก็ไม่มีชื่อติด! แต่ย่านการค้าไทย 1 แห่งยังคงโผล่รายชื่อต่อเนื่องจากปี 67 นี่แหละที่ทำให้นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกมาให้ข้อมูลว่า ไทยกำลังเร่งมือปราบปรามเต็มที่
กรมทรัพย์สินทางปัญญา สั่งลุยปราบต่อเนื่อง
ถึงแม้จะยังมีชื่อย่านการค้าปรากฏ แต่ทุกฝ่ายชื่นชมความก้าวหน้าของไทยมากๆ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปอศ. และตำรวจแห่งชาติ ที่เพิ่มความถี่ในการกวาดล้างสินค้าปลอม โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรณรงค์ให้ผู้ค้าและผู้บริโภครู้ถึงอันตรายของของปลอม เจ้าของแบรนด์ดังๆ และศูนย์การค้าก็ช่วยยกเลิกสัญญาเช่า จับกุมแล้วปิดร้านทันที ทำให้ร้านขายของละเมิดหายไปเยอะเลย
แต่ก็ยังมีพวกมิจฉาชีพเจ้าเล่ห์ พยายามลักลอบขายผ่านแผงลอยชั่วคราว หรือเปลี่ยนรูปแบบหนีการตรวจจับ ภาครัฐและเอกชนจึงจับตาใกล้ชิด มุ่งเป้าจับตัวใหญ่ๆ ให้ได้ เรียกว่าเข้มงวดแบบไม่ให้หลุดรอดง่ายๆ
แพลตฟอร์มออนไลน์ไทยปลอดภัยเพราะอะไร?
ส่วนตลาดออนไลน์นี่ข่าวดีสุดๆ เพราะไม่มีชื่อไทยติดรายงาน มาจากความร่วมมือสุดยอดของกรมทรัพย์สินทางปัญญากับแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ลงนาม MOU เรื่องคุ้มครอง IP บนเน็ต แจ้งลบสินค้าละเมิดทันที ยกระดับระบบตรวจจับเชิงรุกให้เทียบเท่าสากล ผลคือมาตรฐานไทยดีขึ้นมาก สอดคล้องกับกฎหมายโลก
- ลงนามบันทึกข้อตกลงกับแพลตฟอร์มหลัก
- ระบบแจ้งและลบคอนเทนต์ละเมิดอัตโนมัติ
- รณรงค์ให้ผู้ขายและผู้ซื้อตื่นตัว
- ทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิ์ต่างชาติ
ทำไมทรัพย์สินทางปัญญาถึงสำคัญกับไทย?
ไทยให้ความสำคัญกับ IP เพราะเป็นหัวใจของการค้าและการลงทุน ถ้าปล่อยให้ของปลอมล้นตลาด จะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เศรษฐกิจเสียหาย ภาพลักษณ์ประเทศแย่ แถมของปลอมยังอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น กระเป๋าปลอมที่สารพิษ หรือยาปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน กรมฯ จึงปรับปรุงการป้องกันและปราบปรามให้ดีขึ้น ร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างความรู้ให้ประชาชน “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุน” ของปลอม
สรุปแล้ว แม้ USTR แฉย่านการค้าไทย 1 แห่งยังติดโผละเมิดสูง แต่ไทยกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง ความร่วมมือทุกฝ่ายจะทำให้เรารอดจากบัญชีดำในปีหน้าแน่นอน ในฐานะนักช้อปและผู้ประกอบการ ลองคิดดูนะครับ ถ้าเราเลือกซื้อของแท้ จะช่วยเศรษฐกิจไทยได้จริงๆ หากเจอของปลอม รายงานได้เลยที่สายด่วน 1368 หรือเว็บ www.ipthailand.go.th มาช่วยกันสร้างไทยปลอดของปลอมกันเถอะ!
มุมมองส่วนตัว: การปราบ IP ไม่ใช่แค่หน้าที่รัฐ แต่ทุกคนมีส่วน ซื้อของแท้ = สนับสนุนนวัตกรรมไทยในอนาคต
ที่มา – USTR แฉย่านการค้าไทย 1 แห่งยังติดโผละเมิดสูง กรมทรัพย์สินทางปัญญา สั่งลุยปราบต่อเนื่อง




