กกต. จ่อประเดิมสอบ 5 คลิป หาเสียงผิดกฎหมาย- ไฟเขียวให้ ภท. ใช้คนนอกหาเสียงได้

กกต. สอบ 5 คลิปหาเสียงผิดกฎหมาย – รู้ทัน!


กกต. จ่อประเดิมสอบ 5 คลิป หาเสียงผิดกฎหมาย- ไฟเขียวให้ ภท. ใช้คนนอกหาเสียงได้

กกต. ไฟเขียวให้พรรคภูมิใจไทยสามารถนำคนนอกมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ พร้อมทั้งสามารถโปรโมทนโยบาย ครม. เพื่อดึงคะแนนเสียงได้ แต่ต้องมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ กกต. เตรียมที่จะเริ่มทำการสอบสวน 5 คลิปวิดีโอที่อาจเข้าข่ายการหาเสียงผิดกฎหมายเลือกตั้ง เผยว่ายังมีเรื่องร้องเรียนที่รอการพิจารณาอีก 34 เรื่อง ซึ่งรวมถึงประเด็นการนำสถาบันฯ มาใช้ในการหาเสียงและการปลุกระดม

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตอบข้อซักถามจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้การดำเนินงานของพรรคเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง รวมถึงข้อกำหนด ระเบียบ หรือประกาศต่างๆ ของ กกต. ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. การประกาศนโยบายบริหารงานบุคคลของพรรค โดยคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต มาเป็นคณะรัฐมนตรี และนำภาพและชื่อบุคคลดังกล่าวมาเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงคะแนน สามารถทำได้หรือไม่? สำนักงาน กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่า หากเป็นการดำเนินการตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ก็สามารถทำได้ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 อย่างไรก็ตาม การนำเสนอชื่อและภาพบุคคลดังกล่าวผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ ต้องเป็นไปตามข้อ 6, 7 และ 8 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565
  2. กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่ได้รับแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายหาเสียงผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถขึ้นเวทีหาเสียงร่วมกับพรรคได้หรือไม่? สำนักงาน กกต. เห็นว่าสามารถทำได้ โดยต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทน ตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 และต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และ 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566
  3. กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับแต่งตั้งจากพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายหาเสียง สามารถมีรูปถ่ายในป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่? สำนักงาน กกต. เห็นว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรคการเมือง ตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนด
  4. กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายหาเสียง สามารถเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้ไปร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่างๆ ที่ได้รับเชิญหรือไม่? สำนักงาน กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถทำได้ หากได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่ และค่าตอบแทน ให้เป็นไปตามที่ระเบียบ กกต. กำหนด และการร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ดังกล่าวต้องไม่ใช่เวทีประชันนโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมือง ตามมาตรา 81 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และข้อ 14, 15 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2566 และต้องเป็นผู้ไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 ของกฎหมายพรรคการเมือง

กกต. เริ่มสอบสวนคลิปหาเสียงผิดกฎหมาย

ต่อมาในเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมร่วมกับคณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) โดยมีผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมด้วย ที่ประชุมได้พิจารณาคลิปภาพและเสียงที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง จำนวน 5 คลิป หากที่ประชุมเห็นว่าคลิปดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเสนอให้ กกต. พิจารณามีคำสั่งให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูล หรือหากเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะเสนอต่อเลขาธิการ กกต. เพื่อดำเนินการตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด

อีก 34 เรื่องร้องเรียนหาเสียงผิดกฎหมาย รอการพิจารณา

นายแสวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมยังมีการเสนอเรื่องให้คณะทำงานติดตามเกี่ยวกับการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์พิจารณาอีก 34 เรื่อง แบ่งออกเป็น:

  1. อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง 2561 ข้อ 17 ที่ห้ามนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียง จำนวน 8 เรื่อง
  2. อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อ 18 (3) ที่ห้ามใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม จำนวน 26 เรื่อง

การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การที่ กกต. ตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ที่กระทำการหาเสียงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้งไว้ได้

ที่มา – กกต. จ่อประเดิมสอบ 5 คลิป หาเสียงผิดกฎหมาย- ไฟเขียวให้ ภท. ใช้คนนอกหาเสียงได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: