กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน

กต.ตั้ง War Room ติดตามตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทย

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักเลยนะครับ วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่ กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนจากกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยที่กำลังอยู่ที่นั่น ผมเชื่อว่าหลายคนคงกังวล โดยเฉพาะคนไทยที่ทำงานหรือท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยง มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน

ตามที่เพจเฟซบุ๊กกระทรวงการต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง ได้สั่งการให้กระทรวงดำเนินการทันที เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อาจกระทบคนไทยโดยตรง สิ่งที่ทำคือการตั้ง War Room หรือศูนย์ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อประสานงานกับสถานทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค

มาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

กระทรวงฯ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) และกรุงเตหะราน (อิหร่าน) อย่างใกล้ชิด ออกประกาศเตือนตั้งแต่แรกๆ และมี hotline สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีประกาศชัดเจนให้คนไทยในอิสราเอลและอิหร่านเร่งอพยพออกจากพื้นที่ทันที ส่วนคนที่ไม่มีธุระจำเป็น ก็ควรเลี่ยงการเดินทางไปยังโซนเสี่ยงเหล่านี้ครับ

  • จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ 24 ชม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สถานทูตไทยทุกแห่งพร้อมแผนอพยพฉุกเฉิน
  • Call Center กรมการกงสุล: 0-2572-8442 สำหรับขอความช่วยเหลือเร่งด่วน
  • ประสานสมาคมคนไทยและสถานทูตต่างชาติในไทย เพื่อคุ้มครองคนไทยเต็มที่

นี่คือมาตรการหลัก 4 ข้อที่กระทรวงประกาศไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและจริงจังในการดูแลคนไทยต่างแดน ผมคิดว่าการมี War Room แบบนี้เป็นไอเดียดีมาก เพราะช่วยให้ข้อมูลอัปเดตทันเหตุการณ์ ไม่ต้องรอ passive อย่างเดียว

ทำไมสถานการณ์ตะวันออกกลางถึงน่ากังวล?

ตะวันออกกลางเป็นจุด hotspot ของความขัดแย้งมานาน อิสราเอล-อิหร่านกำลังปะทะกันหนัก มีข่าวการโจมตีขีปนาวุธและการตอบโต้ ซึ่งอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ได้ คนไทยที่นั่นส่วนใหญ่เป็นแรงงาน นักเรียน หรือนักธุรกิจ ต้องระวังสุดๆ ครับ จากสถิติกรมการกงสุล มีคนไทยในอิสราเอลราว 1,000 คน และอิหร่านอีกไม่น้อย การอพยพเร็วคือทางรอดที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ กระทรวงยังแนะนำให้คนไทยลงทะเบียน ThaiSafe ผ่านแอป TIAT หรือเว็บกรมการกงสุล เพื่อให้ทางทูตติดตาม位置ได้ง่าย ถ้ายังไม่อพยพ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ เก็บเอกสารสำคัญ และเตรียมกระเป๋าเดินทางพร้อมตลอด

เคล็ดลับสำหรับคนไทยที่เดินทางต่างประเทศ

จากประสบการณ์เหตุการณ์คล้ายๆ กัน เช่น สงครามยูเครนหรืออัฟกานิสถาน เคล็ดลับสำคัญคือติดตามข่าวจากแหล่ง官方อย่างกระทรวงการต่างฯ เท่านั้น อย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียล อีกอย่างคือซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมสงครามหรือความไม่สงบ และแจ้งครอบครัวหรือเพื่อนไว้เสมอ สำหรับคนที่กำลังวางแผนทริปตะวันออกกลางตอนนี้ ผมแนะนำเลื่อนไปก่อนครับ รอสถานการณ์คลี่คลายดีกว่า

โดยรวมแล้ว การที่ กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน ถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สะท้อนว่ารัฐบาลใส่ใจคนไทยทุกคนจริงๆ หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โทร hotline ทันที อย่ารอช้า! ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เพจกระทรวงการต่างประเทศนะครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

คำแนะนำสุดท้าย: ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ ถ้าอยู่ต่างแดน อย่าลืมเช็คข่าวทุกวันและฟังคำเตือนจากทูตครับ

ที่มา – กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: