นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลฯได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งของที่อยู่ในอารักขาของศุลกากรทางรถไฟและการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ให้มีมาตรฐานระดับสากล และเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า และควบคุมทางศุลกากร เพื่อให้การนำเข้า ส่งออก และการผ่านแดนเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังมีภารกิจสำคัญในการปกป้องสังคมจากการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมาย รวมถึงป้องกันภัยคุกคามที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
อีกทั้งต้องร่วมกันกำหนดแนวทางและกรอบการปฏิบัติงานที่ชัดเจนในด้านการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าที่อยู่ในอารักขาของศุลกากร ผ่านแพลตฟอร์มกลางการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว National Single Window (NSW) ซึ่งเป็นระบบกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ
“การพัฒนาระบบนี้จะช่วยให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายงานยานพาหนะเข้า/ออก บัญชีสินค้าทางรถไฟ และข้อมูลการปฏิบัติพิธีการศุลกากร มีความถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ”
ทั้งนี้ปัจจุบัน บทบาทของระบบขนส่งสินค้าทางราง มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะภายใต้บริบทของยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ชาติ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อสร้างเครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
การลงนามในบันทึกข้อตกลงนี้ เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทย
อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม
การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีมาตรฐานระดับสากล ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติอีกด้วย
กรมศุลกากร ผนึก ร.ฟ.ท. พัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ให้มีมาตรฐานระดับสากล
การเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกรมศุลกากรและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบ National Single Window (NSW) จะช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และลดระยะเวลาในการดำเนินการ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
- ลดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้า
- เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกระบวนการนำเข้า-ส่งออก
- ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและดึงดูดการลงทุน
- ยกระดับมาตรฐานโลจิสติกส์ของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล
การบูรณาการระบบข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและ ร.ฟ.ท. เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญในภูมิภาค การลงทุนในเทคโนโลยีและการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
ที่มา – กรมศุลกากร ผนึก ร.ฟ.ท. พัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ให้มีมาตรฐานระดับสากล





