กองทัพสหรัฐฯ บุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำ หลังไล่ล่าถึงมหาสมุทรอินเดีย สร้างความฮือฮาในแวดวงข่าวต่างประเทศ เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ประกาศปฏิบัติการครั้งใหญ่ โดยบุกขึ้นตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 2 ในรอบสัปดาห์เดียวกัน ไล่ตามจากทะเลแคริบเบียนมาจนถึงมหาสมุทรอินเดีย นับเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรน้ำมันจากเวเนซุเอลา
กองทัพสหรัฐฯ บุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำ หลังไล่ล่าถึงมหาสมุทรอินเดีย: รายละเอียดปฏิบัติการ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 กองทัพสหรัฐฯ ได้ติดตามเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “เวโรนิกา 3” (Veronica III) ซึ่งติดธงชาติปานามา มาจากทะเลแคริบเบียนไกลถึงมหาสมุทรอินเดีย เรือลำนี้ถูกสงสัยว่าช่วยเวเนซุเอลาขนส่งน้ำมันหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ นี่เป็นเรือลำที่ 7 ที่ถูกยึดตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการปลายปีก่อน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ออกแถลงการณ์ว่า “ระยะทางไม่ได้คุ้มครองคุณ” พร้อมเผยวิดีโอและภาพการบุกตรวจค้น พวกเขาย้ำสิทธิในการสกัดกั้นทางทะเล แม้ยังไม่ระบุชัดว่าจะยึดเรือหรือปล่อยต่อ แต่ชัดเจนว่า “น่านน้ำสากลไม่ใช่ที่หลบภัย” ไม่ว่าจะทางบก อากาศ หรือทะเล สหรัฐฯ จะตามล่าจนกว่าจะได้ตัว
เส้นทางและปริมาณน้ำมันของเรือเวโรนิกา 3
ตามข้อมูลจาก TankerTrackers.com เรือเวโรนิกา 3 ออกจากเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม 2569 ซึ่งตรงกับวันที่สหรัฐฯ จับกุมนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในการบุกบ้านพักที่กรุงการากัส เรือบรรทุกน้ำมันดิบกว่า 1.9 ล้านบาร์เรล และมีประวัติเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันจากรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี 2566
- ออกเดินทางจากเวเนซุเอลา 3 ม.ค. 2569
- ไล่ล่าจากทะเลแคริบเบียนถึงมหาสมุทรอินเดีย
- บรรทุกน้ำมันดิบ 1.9 ล้านบาร์เรล
- เรือลำที่ 7 ที่ถูกสหรัฐฯ จับในปฏิบัติการนี้
สัปดาห์ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เพิ่งบุกเรือ “อากีลา 2” (Aquila II) ในลักษณะเดียวกัน แสดงถึงความมุ่งมั่นของเพนตากอนในการบังคับใช้การคว่ำบาตร
ผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันเวเนซุเอลา
ปฏิบัติการเหล่านี้ทำให้การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาลดลงอย่างหนัก จากข้อมูลของ Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลสหรัฐฯ เดือนมกราคมที่ผ่านมา การขนส่งเหลือเพียง 400,000 บาร์เรลต่อวัน ลดลงเกือบครึ่ง มีเพียงเรือที่เกี่ยวข้องกับ Chevron และมุ่งหน้ามายังสหรัฐฯ เท่านั้นที่ยังดำเนินการได้ปกติ
นี่สะท้อนถึงนโยบายเข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อรัฐบาลมาดูโร ซึ่งถูกกล่าวหาว่าทุจริตและละเมิดสิทธิมนุษยชน การคว่ำบาตรน้ำมันเป็นเครื่องมือสำคัญในการกดดันเศรษฐกิจเวเนซุเอลาที่พึ่งพาน้ำมันถึง 90%
ผู้เชี่ยวชาญอย่าง แมตต์ สมิธ จาก Kpler วิเคราะห์กับ BBC ว่าการปิดล้อมนี้มีประสิทธิภาพสูง สหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยีติดตามเรือขั้นสูง ขีดความสามารถทางทหารที่เหนือชั้น และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทำให้เรือต้องสงสัยหนีไม่พ้น
ความสำคัญของปฏิบัติการนี้ในบริบท geopolitics
กองทัพสหรัฐฯ บุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำ หลังไล่ล่าถึงมหาสมุทรอินเดีย ไม่ใช่แค่การจับเรือ แต่เป็นสัญญาณถึงการรักษาอำนาจทางทะเลของสหรัฐฯ ในยุคที่จีนและรัสเซียขยายอิทธิพล มันแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการไกลถึงมหาสมุทรอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับเวเนซุเอลา เศรษฐกิจย่ำแย่ลง รายได้จากน้ำมันลด ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น ขณะที่พันธมิตรอย่างรัสเซียและอิหร่านก็ถูกกระทบ เพราะเรือเหล่านี้มักใช้เป็นเครือข่าย shadow fleet ในการค้าขายน้ำมันผิดกฎหมาย
ในมุมมองของผู้เขียน ปฏิบัติการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้กระทบเสรีภาพการเดินเรือสากล คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!
ที่มา – กองทัพสหรัฐฯ บุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำ หลังไล่ล่าถึงมหาสมุทรอินเดีย


