เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2570 เมื่อ “กุลวลี” จี้สำนักงบฯ ทบทวนงบช้างป่า มลพิษแม่น้ำกก หลังจากมีการตัดงบประมาณสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าหากไม่มีมาตรการรองรับที่เพียงพอ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นภาระหนักของชาวบ้านในระยะยาว
“กุลวลี” จี้สำนักงบฯ ทบทวนงบช้างป่า มลพิษแม่น้ำกก
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ ได้ออกมาสะท้อนปัญหาจากการพิจารณางบประมาณ โดยระบุว่าแม้การปรับลดงบที่ไม่จำเป็นจะเป็นเรื่องดี แต่สำหรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินนั้นไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องปัญหาช้างป่าที่รุนแรงขึ้นทุกวัน
ปัญหาช้างป่าและมลพิษแม่น้ำกกที่กำลังรอการแก้ไข
นอกจากเรื่องความปลอดภัยจากสัตว์ป่าแล้ว ประเด็น “กุลวลี” จี้สำนักงบฯ ทบทวนงบช้างป่า มลพิษแม่น้ำกก ยังรวมไปถึงการตัดงบประมาณสถานีตรวจวัดมลพิษในแม่น้ำสายหลัก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเฝ้าระวังสุขภาพของคนในพื้นที่ สิ่งที่น่าตกใจมีดังนี้:
- งบเยียวยาชาวบ้านจากเหตุช้างป่าถูกตัดไปถึง 40 ล้านบาท
- งบชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าถูกลดลงกว่า 478 ล้านบาท
- งบประมาณการจัดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ 11 แห่งถูกตัดออกทั้งหมด
- เครื่องมือตรวจวัดโลหะหนักที่ชำรุดไม่ได้รับการทดแทนตามแผนงาน
สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะหากปราศจากเครื่องมือในการตรวจสอบโลหะหนักที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในแหล่งน้ำโดยไม่รู้ตัว การที่งบประมาณส่วนนี้ถูกตัดออกจึงเป็นคำถามสำคัญที่สำนักงบประมาณต้องหาคำตอบให้กับสังคมให้ได้ว่า ความคุ้มค่าที่แลกมานั้นคุ้มกับสุขภาพของประชาชนหรือไม่
เราหวังว่าภาครัฐจะหันกลับมาทบทวนและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเป็นลำดับแรก เพราะงบประมาณทุกบาททุกสตางค์คือภาษีของประชาชน การใช้จ่ายจึงต้องตอบโจทย์ความเดือดร้อนที่แท้จริงในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
ที่มา – “กุลวลี” จี้สำนักงบฯ ทบทวนงบช้างป่า มลพิษแม่น้ำกก หวั่นผลกระทบตกกับชาวบ้าน

