หลังจากที่มีประกาศกลางดึกเรื่อง คอมเมนต์เอกฉันท์ ราคาน้ำมันขึ้น 6 บาท ทุกชนิด ทำให้ชาวเน็ตทั่วโซเชียลเดือดพล่านกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (X) ที่แฮชแท็ก #ราคาน้ำมัน พุ่งติดเทรนด์อันดับต้น ๆ ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป
คอมเมนต์เอกฉันท์ ราคาน้ำมันขึ้น 6 บาท
วันที่ 25 มีนาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทต้องปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ตี 5 ของวันพรุ่งนี้ 26 มีนาคม 2569 ข่าวนี้ถูกประกาศออกมาในช่วงดึก ทำให้หลายคนที่กำลังจะเติมน้ำมันหรือวางแผนขับรถต้องสะดุ้งโหยง
ทันทีที่ข่าวเผยแพร่ ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างพากันคอมเมนต์อย่างเป็นเอกฉันท์ โดยส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจและเห็นใจกันถ้วนหน้า คำพูดฮิต ๆ ที่เห็นบ่อย ๆ เช่น “แจ้งตอนนี้ใครจะไปเติมน้ำมันทัน ปั๊มปิดหมดแล้ว!” “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย ราคาน้ำมันพุ่งขนาดนี้” “ตั้งแต่เกิดมา 40 ปี ไม่เคยเห็นน้ำมันขึ้นรวดเดียว 6 บาทเลย” และ “ชีวิตนี้คงต้องเลิกขับรถแล้วมั้ง” คำคอมเมนต์เหล่านี้สะท้อนถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่อง
คอมเมนต์เอกฉันท์ ราคาน้ำมันขึ้น 6 บาท จากชาวเน็ต
นอกจากคอมเมนต์เดี่ยว ๆ แล้ว ยังมีโพสต์วิเคราะห์และเมมฮา ๆ ผุดขึ้นมามากมาย บางคนโพสต์ภาพปั๊มน้ำมันที่ยังเปิดอยู่ตอนดึก พร้อมแคปชั่น “รีบไปเติมด่วน ก่อนขึ้นพรุ่งนี้!” ขณะที่บางคนตั้งคำถามถึงนโยบายรัฐบาล “ทำไมต้องขึ้นเยอะขนาดนี้ กองทุนน้ำมันเอาเงินไปไหนหมด?”
- แจ้งตอนดึกเกินไป ทำให้เติมไม่ทัน
- ราคาน้ำมันแพงขึ้นกระทบค่าขนส่ง สินค้าทุกอย่างแพงตาม
- ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นขึ้นทีเดียว 6 บาท
- ปั๊มปิดหมด จะเติมยังไงพรุ่งนี้เช้า
- รวยไม่ไหวแล้ว ต้องหันไปขี่จักรยานแทน
แฮชแท็ก #ราคาน้ำมัน ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ตั้งแต่เวลา 23.30 น. และยังคงมีคนพูดถึงไม่หยุด โดยมีทั้งการวิจารณ์ กบน. การเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ และการแบ่งปันเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน เช่น ขับช้า ๆ ใช้น้ำมันดีเซลหมุนเวียน หรือหันมาใช้รถไฟฟ้าแทน
การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้เกิดจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนสูง รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ทำให้กองทุนน้ำมันต้องลดการอุดหนุน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่ ขนส่งสินค้า และประชาชนทั่วไปที่ต้องเติมน้ำมันทุกวัน
นอกจากนี้ ยังมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ค่าขนส่งเพิ่ม สินค้าอุปโภคบริโภคแพงตามไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น อาจกระทบเงินเฟ้อและกำลังซื้อของประชาชน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ชาวเน็ตบางส่วนแนะนำให้ตรวจสอบราคาน้ำมันล่าสุดที่ เว็บไซต์ข่าวไทยรัฐ และวางแผนการใช้รถให้ดี เช่น รวมทริปเดินทาง รักษาความดันยางรถให้เหมาะสม หรือพิจารณารถรุ่นประหยัดน้ำมัน
สุดท้ายนี้ คำแนะนำจากเราคือ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นลงได้ตลอด และลองปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานเพื่อช่วยลดภาระตัวเองและสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ
ที่มา – คอมเมนต์เอกฉันท์ หลังประกาศกลางดึก ปรับขึ้น “ราคาน้ำมัน” ทุกชนิด 6 บาท

