จับกุมหลังตะโกนเหยียดเพศ ฮัลล์ ซิตี้: เหตุการณ์ร้ายแรงในนัดเอฟเอคัพ
ในนัดแข่งขันเอฟเอคัพ รอบสี่ ระหว่าง ฮัลล์ ซิตี้ กับเชลซี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์น่าตกใจเมื่อแฟนบอลตะโกนคำเหยียดทางเพศ ส่งผลให้ตำรวจ จับกุมหลังตะโกนเหยียดเพศ ฮัลล์ ซิตี้ จำนวน 4 คน กลุ่มแฟนบอลออกแถลงการณ์ประณามว่าเป็น “รอยด่างบนกีฬาของเรา” หลังจากที่สนาม MKM Stadium ต้องประกาศเตือนผ่านระบบ PA และแสดงข้อความบนจอ
ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนแฟนบอลให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยระบุว่ากำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด ข้อความบนจอเขียนว่า “เกิดการตะโกนเหยียดแยกในสนาม พฤติกรรมนี้ยอมรับไม่ได้ ต้องหยุดทันที” ช่วงครึ่งหลังมีการอัปเดตว่าดำเนินการจับกุมแล้ว
รายละเอียดจับกุมหลังตะโกนเหยียดเพศ ฮัลล์ ซิตี้
ตำรวจฮัมเบอร์ไซด์ยืนยันกับ BBC Sport เมื่อวันจันทร์ว่า ชาย 3 คน อายุ 24, 45 และ 21 ปี อยู่ระหว่างการสอบสวน ชายวัย 21 ปีอีกคนถูกปล่อยตัวโดยไม่ต้องดำเนินคดี นอกจากนี้ ยังมีรายงาน steward ถูกทำร้าย ชายวัย 54 ปีถูกจับกุม และมีการสอบสวนต่อไป มีรายงานทำร้ายร่างกายอีกครั้ง ซึ่งแก้ไขด้วยชุมชน และพบขวดถูกโยนลงโคคอร์ส
“เราทำงานร่วมกับสโมสรฟุตบอลเพื่อความปลอดภัยของแฟนบอลและชุมชน” แถลงการณ์ตำรวจระบุ ฮัลล์ ซิตี้ เคยเตือนล่วงหน้าเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พฤติกรรมเหยียดเพศ คน種 หรือแบ่งแยก จะไม่ยอมรับ ผู้กระทำผิดอาจถูกไล่ออก ห้ามเข้าสนาม หรือดำเนินคดี
ปฏิกิริยาจาก Chelsea Pride และผู้จัดการทีม
Chelsea Pride กลุ่มแฟน LGBTQ+ ของเชลซี กล่าวว่า “คืนนี้เกิดการตะโกนเหยียดเพศต่อแฟนเรา อันน่าเกลียด เราชื่นชมฮัลล์ ซิตี้ที่ประกาศ จับกุม และตรวจ CCTV แต่การที่ยังเกิดในปี 2026 เป็นรอยด่างบนเกมฟุตบอล” เชลซีถล่มฮัลล์ ซิตี้ 4-0 เข้าไปรอบห้า
ลิอัม โรสเนียร์ กุนโดเชลซี บอกว่าไม่ทราบเรื่องเพราะโฟกัสเกม แต่ย้ำว่า “ภาษาเหยียดทุกชนิดยอมรับไม่ได้ หวังว่าจะจัดการ” เซอร์เกจ จาคิโรวิช กุนโดฮัลล์ ซิตี้ กล่าว “สนามไม่ใช่ที่สำหรับเรื่องนี้ พวกเขาถูกจับเพราะเหตุนี้”
- หัวข้อเกี่ยวข้อง:
- ฮัลล์ ซิตี้
- เชลซี
- เอฟเอคัพ
- ฟุตบอล
เหตุการณ์ จับกุมหลังตะโกนเหยียดเพศ ฮัลล์ ซิตี้ สะท้อนปัญหาในวงการฟุตบอลที่ยังมีพฤติกรรมเหยียดแยก โดยเฉพาะ homophobic chanting ที่แพร่หลายมานาน สโมสรต่างๆ กำลังเข้มงวดมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี CCTV และกฎหมาย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ในไทย แฟนบอลพรีเมียร์ลีกก็ควรตระหนัก สนับสนุนฟุตบอลที่ปราศจากความเกลียดชัง
คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? มันเป็นสัญญาณว่าฟุตบอลต้องเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อสร้างความตระหนัก!
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ


