เชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำกกและแม่น้ำสายสำคัญหลายแห่ง กำลังเฝ้ารอคอยความหวังจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยและเมียนมา หลังจากต้องทนทุกข์อยู่กับมลพิษในน้ำมายาวนานกว่า 1 ปีเต็ม วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับประเด็น จับตาข้อตกลงแม่น้ำเป็นพิษ ไทย-เมียนมา ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ร่างข้อตกลงนี้อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริง แต่กลับกลายเป็นการผูกมัดตัวเองของภาครัฐเสียมากกว่า
วิเคราะห์ร่างข้อตกลงแม่น้ำเป็นพิษ ไทย-เมียนมา ที่ชาวบ้านควรรู้
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของร่างข้อตกลง (TOR) ฉบับที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ ซึ่งประเด็นสำคัญที่น่ากังวลคือ การที่ไทยอาจต้องยอมจำนนต่อเงื่อนไขการเปิดเผยข้อมูลสารพิษ หากไม่มีการเซ็นยินยอมจากทั้งสองฝ่าย ชาวไทยก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทราบว่าน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคอยู่นั้นมีสารหนูหรือโลหะหนักเกินมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากในมุมมองของความปลอดภัยในชีวิตประชาชน
ทำไมการ จับตาข้อตกลงแม่น้ำเป็นพิษ ไทย-เมียนมา ถึงเป็นเรื่องเร่งด่วน?
ปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในแม่น้ำข้ามแดนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะชาวบ้านในพื้นที่ต้องหยุดจับปลา หยุดให้ลูกหลานลงเล่นน้ำ เพราะกลัวสารหนูและแคดเมียม แต่ร่างข้อตกลงที่ใช้เวลาเตรียมการมาถึง 1 ปี กลับมุ่งเน้นเพียงการตรวจวัดมลพิษโดยขาดมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจน ดังนี้:
- ไม่มีการแก้ปัญหาที่ต้นตอ: ร่างฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงการจัดการเหมืองแร่ที่เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษเลย
- การเปิดเผยข้อมูลที่ล่าช้า: การกำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองประเทศก่อนเปิดเผยข้อมูล เป็นการปิดกั้นสิทธิการรับรู้ของประชาชนไทยโดยตรง
- กรอบการทำงานที่จำกัด: ร่างนี้เน้นเฉพาะจังหวัดเชียงราย แต่ละเลยผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นอย่าง แม่ฮ่องสอน หรือระนอง
ข้อเสนอของทางพรรคประชาชนถือเป็นทางออกที่รัฐบาลควรพิจารณาอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลผลตรวจสารพิษสู่สาธารณะได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต รวมถึงการมีกลไกตรวจสอบร่วมกันในพื้นที่ใกล้แหล่งกำเนิด เพื่อหยุดยั้งการปนเปื้อนตั้งแต่วงจรต้นทาง ไม่ให้ไทยต้องกลายเป็นทางผ่านของแร่พิษอีกต่อไป
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่างการเกรงใจเพื่อนบ้านกับการปกป้องสุขภาพของคนในชาติ การแก้ปัญหาแม่น้ำเป็นพิษต้องมีความจริงใจมากกว่าแค่การตรวจน้ำรายจังหวัด แต่ต้องเป็นการจัดการเชิงระบบที่ยั่งยืน เพื่อให้สายน้ำของไทยกลับมาอุดมสมบูรณ์และปลอดภัยสำหรับทุกคนอีกครั้ง
ที่มา – “ภัทรพงษ์” ชวนจับตาข้อตกลงแม่น้ำเป็นพิษ “ไทย-เมียนมา” ชี้ 1 ปีที่ชาวบ้านริมน้ำกกต้องอยู่กับสารหนู


