เชื่อว่าหลายคนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังจับตามองการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อมีการประกาศใช้กฎกระทรวงผังเมืองฉบับใหม่ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่อง จับตาผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ หวั่นซ้ำรอยปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา ซึ่งนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม
เจาะลึก จับตาผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ หวั่นซ้ำรอยปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา
การปรับปรุงผังเมืองครั้งนี้มีการปลดล็อกข้อยกเว้นเรื่องความสูงของอาคารในพื้นที่ผังสีเขียว ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม เพื่อเอื้อต่อการลงทุนอุตสาหกรรม โกดัง และคลังสินค้า แต่การปลดล็อกนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าพื้นที่สีเขียวที่เคยสงบสุขจะกลายเป็นแหล่งสะสมมลพิษ เหมือนกับเหตุการณ์โรงงานปล่อยน้ำเสียหรือการจัดการขยะเคมีที่เคยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของอยุธยาจนชาวบ้านต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนาน
ทำไมเราต้องเร่ง จับตาผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ หวั่นซ้ำรอยปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา
ปัญหาเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนในอยุธยา ได้แก่:
- ปัญหาน้ำเสียจากโรงงานที่กระทบต่อแหล่งน้ำและเกษตรกร
- มลพิษจากโรงงานรีไซเคิลและเผาขยะสารเคมีพิษที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชน
- ฝุ่นผงแร่โลหะหนักจากการขนส่งและท่าเทียบเรือที่ฟุ้งกระจายเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน
ด้วยเหตุนี้ การที่ผังเมืองอนุญาตให้สร้างอาคารสูงหรือโรงงานได้ง่ายขึ้นในพื้นที่สีเขียว จึงเปรียบเสมือนการเปิดช่องทางให้ปัญหาเหล่านี้อาจขยายตัวไปในพื้นที่ที่ไม่เคยได้รับผลกระทบมาก่อน
ในฐานะประชาชน เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันตรวจสอบและส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี สส. ไปจนถึง สว. ในพื้นที่ ว่ามีการกำกับดูแลที่เพียงพอแล้วหรือยัง? หรือระบบการตรวจสอบยังมีความหละหลวมจนปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่ละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านได้เหมือนเช่นที่ผ่านมา
เราไม่ได้คัดค้านความเจริญหรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่อยากเห็นการเติบโตที่ยั่งยืนซึ่งไม่แลกมาด้วยสุขภาพของคนในพื้นที่ อยุธยาควรเป็นเมืองที่น่าอยู่ ไม่ใช่เมืองที่ต้องปิดบ้านด้วยผ้าใบหนีมลพิษ ดังนั้นขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวอยุธยาร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมบ้านเกิดของเราให้คงอยู่ตลอดไป
ที่มา – “ทวิวงศ์” จี้ จับตา ผังเมืองอยุธยาแบบใหม่ หวั่นซ้ำรอยปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา


