เชื่อว่าหลายคนคงยังจดจำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลกได้ กับกรณีความตึงเครียดที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อ จีน-สหรัฐฯ ปะทะคารมครบรอบ 37 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โลกยังคงจับตามองทุกปีว่าจะมีท่าทีการเปลี่ยนแปลงจากทางฝั่งจีนอย่างไร โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงออก
จีน-สหรัฐฯ ปะทะคารมครบรอบ 37 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน
เหตุการณ์ความขัดแย้งทางวาทกรรมเกิดขึ้นหลังจากที่ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์รำลึกถึงวันที่ 4 มิถุนายน 1989 โดยย้ำว่าการเซ็นเซอร์ไม่สามารถลบเลือนความทรงจำในอดีตได้ แต่ทางฝั่งจีนโดยนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ออกมาตอบโต้ทันควันว่าสหรัฐฯ กำลังบิดเบือนข้อเท็จจริงและแทรกแซงกิจการภายในของประเทศตนเอง
จุดเริ่มต้นของข้อโต้แย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ ปะทะคารมครบรอบ 37 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน
ความพยายามของนานาชาติในการรำลึกถึงเหตุการณ์นี้มักจะถูกรัฐบาลจีนตราหน้าว่าเป็นความพยายามแทรกแซง ซึ่งในปัจจุบัน จีน-สหรัฐฯ ปะทะคารมครบรอบ 37 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน นี้สะท้อนให้เห็นว่าความเห็นต่างทางการเมืองยังคงเป็นกำแพงใหญ่ที่กั้นระหว่างสองมหาอำนาจ โดยประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมีดังนี้:
- การเรียกร้องให้จีนเผชิญหน้ากับความจริงทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะจากผู้นำไต้หวัน นายไล่ ชิงเต๋อ
- การเข้มงวดเรื่องการเซ็นเซอร์ภายในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
- ข้อจำกัดในฮ่องกงที่กิจกรรมรำลึกเทียนอันเหมินถูกยุติลงโดยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ
หากเราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 1989 ในตอนนั้นนักศึกษาและแรงงานได้ออกมาชุมนุมอย่างสันติเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แต่กลับถูกสลายการชุมนุมด้วยกำลังทหารและรถถัง ซึ่งจนถึงวันนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงยังคงเป็นปริศนาที่ไม่มีคำตอบแน่ชัด ในขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนพยายามผลักดันให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา
สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าพื้นที่สำหรับการแสดงออกทั้งในจีนและฮ่องกงจะถูกจำกัดลงอย่างมาก การกราบไหว้หลุมศพผู้เสียชีวิตยังทำได้ยากลำบาก และงานรำลึกในสวนสาธารณะวิกตอเรียที่เคยคึกคักก็กลายเป็นเพียงความเงียบงัน การที่ภาพความขัดแย้งยังคงอยู่บ่งบอกว่าบาดแผลจากอดีตยังไม่ถูกเยียวยาด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปถึง 37 ปี
ท้ายที่สุด การเผชิญหน้ากับความจริงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้สถานการณ์ในวันนี้จะยังดูมืดมน แต่การรำลึกของผู้คนทั่วโลกในนอกประเทศจีน ก็แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ 4 มิถุนายน จะไม่ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลกได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
ที่มา – จีน-สหรัฐฯ ปะทะคารมครบรอบ 37 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน


