จีนปลด 2 นายทหารพ้นพรรคและกองทัพ หลังผลสอบสวนพบการฝ่าฝืนกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง โดยนายทหารที่ถูกดำเนินการคือ จาง โหยวเสีย และหลิว เจิ้นหลี่ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและกองทัพปลดแอกประชาชนจีน การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะนายจางเคยเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง และถูกมองว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การดำเนินการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังมีการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการทหารกลาง หรือ CMC เกี่ยวกับคดีของนายทหารทั้งสอง รายงานระบุว่าพวกเขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดวินัยทางการเมือง รับสินบน ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกลุ่มก๊วนภายในพรรค
จีนปลด 2 นายทหารพ้นพรรคและกองทัพ หลังสอบสวนทุจริต
จาง โหยวเสีย เคยเป็นสมาชิกกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง ซึ่งถือเป็นหน่วยงานระดับสูงสุดในการกำกับดูแลกองทัพจีน ส่วนหลิว เจิ้นหลี่ เคยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการทหารกลางและหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วม ทั้งสองจึงถือเป็นนายทหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการบังคับบัญชา
การสอบสวนเริ่มขึ้นหลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกลางพรรคและคณะกรรมาธิการทหารกลาง โดยคณะกรรมการตรวจสอบวินัยของคณะกรรมาธิการทหารกลางเป็นผู้ดำเนินการ ผลสอบสวนกล่าวหาว่านายทหารทั้งสองละทิ้งภารกิจและเจตนารมณ์ดั้งเดิมของพรรค ห่างเหินจากหลักการสำคัญ และไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรค นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างกลุ่มอิทธิพลและการรวมกลุ่มเป็นฝักฝ่าย ซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองอย่างมากในจีน
จีนปลด 2 นายทหารพ้นพรรคและกองทัพ สะท้อนนโยบายปราบทุจริต
เอกสารทางการระบุว่า จางและหลิวรับของขวัญรวมถึงเงินอย่างผิดกฎหมาย และใช้อำนาจในตำแหน่งช่วยเหลือบุคคลอื่นในการเลื่อนตำแหน่งหรือจัดการเรื่องสำคัญ เพื่อแลกกับผลประโยชน์จำนวนมาก นอกจากนั้น ยังถูกกล่าวหาว่าละเลยหน้าที่ในการกำกับดูแลสมาชิกครอบครัวและเจ้าหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบ ทำให้การทุจริตสามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยขาดการตรวจสอบอย่างจริงจัง
ทางการจีนมองว่าคดีนี้มีทั้งมิติทางการเมืองและเศรษฐกิจควบคู่กัน กล่าวคือ การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจโดยมิชอบ การละเลยหน้าที่ และการสร้างเครือข่ายภายในหน่วยงาน มูลค่าทรัพย์สินและเงินที่เกี่ยวข้องถูกระบุว่าอยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่ลักษณะความผิดมีความร้ายแรง จึงนำไปสู่การขับออกจากพรรคและปลดออกจากกองทัพ
ประเด็นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรค เพราะที่ผ่านมา การดำเนินคดีนายทหารระดับสูงมักเน้นเรื่องการรับสินบนหรือการทุจริตเป็นหลัก แต่กรณีนี้ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มก๊วนและการท้าทายหลักการควบคุมภายในพรรค นักวิเคราะห์บางรายจึงมองว่าเรื่องดังกล่าวอาจสะท้อนความกังวลของผู้นำจีนต่อความเป็นเอกภาพภายในกองทัพ
- นายจาง โหยวเสีย เคยเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง
- นายหลิว เจิ้นหลี่ เคยเป็นหัวหน้ากรมเสนาธิการร่วม
- ทั้งสองถูกขับออกจากพรรคและปลดออกจากกองทัพ
- ข้อกล่าวหาครอบคลุมการรับสินบน ใช้อำนาจมิชอบ และจัดตั้งกลุ่มอิทธิพล
- ประเด็นทางอาญาถูกส่งต่อให้หน่วยงานอัยการทหารพิจารณา
นับตั้งแต่สี จิ้นผิงขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 รัฐบาลจีนเดินหน้ารณรงค์ต่อต้านการทุจริตอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จำนวนมากในระบบราชการ พรรคคอมมิวนิสต์ และกองทัพถูกสอบสวน บางรายถูกปลดจากตำแหน่งหรือถูกดำเนินคดี นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายทั้งการจัดการปัญหาการรับสินบนและการเสริมสร้างวินัยภายในองค์กร
กองทัพจีนถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการปราบปราม เนื่องจากกองทัพมีบทบาทต่อความมั่นคงและอำนาจทางการเมืองของประเทศ การดำเนินการกับนายทหารระดับสูงจึงไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อบุคคล แต่ยังอาจทำให้โครงสร้างคณะกรรมาธิการทหารกลางและสายการบังคับบัญชาเกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา
นักวิเคราะห์จากสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในกองทัพปลดแอกประชาชนจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การกล่าวหาว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อพรรคและสร้างกลุ่มฝักฝ่ายเป็นเรื่องที่มีนัยสำคัญมากกว่า หากข้อกล่าวหาได้รับการยืนยัน ก็อาจสะท้อนว่าผู้นำจีนมองพฤติกรรมดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงทางการเมืองและความเป็นเอกภาพของพรรค
ตามระเบียบของพรรคคอมมิวนิสต์จีน สถานะการเป็นสมาชิกพรรคและผู้แทนการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคของนายทหารทั้งสองถูกยุติลง ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดทางอาญาจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานอัยการทหารพิจารณา การประกาศขับออกจากพรรคอย่างเป็นทางการยังต้องรอการรับรองจากคณะกรรมการกลางในการประชุมเต็มคณะครั้งต่อไป
โดยสรุป การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าทางการจีนต้องการส่งสัญญาณว่า การปราบปรามการทุจริตครอบคลุมทุกระดับ แม้แต่บุคคลที่เคยอยู่ในตำแหน่งสูงหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำประเทศ คดีนี้จึงน่าติดตามต่อไปว่า จะส่งผลต่อการจัดระเบียบภายในกองทัพจีนและทิศทางการเมืองของพรรคอย่างไร ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนสรุปความเห็น
ที่มา – จีนสั่งปลด 2 นายทหารพ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เซ่นปมทำผิดกฎหมาย-ฝ่าฝืนวินัยร้ายแรง


