ชัชชาติ ยันรถขยะ EV โปร่งใส ไม่มีทุจริต พร้อมเดินหน้าโครงการด้วยความชัดเจนและตรวจสอบได้ หลังประเด็นรถขยะพลังงานไฟฟ้า หรือรถขยะ EV ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางจากกรณีงบประมาณยังไม่ได้รับความเห็นชอบ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการยกระดับการจัดการขยะและสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ว่า คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ในอนาคตรถขยะควรเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะช่วยลดการใช้น้ำมัน ลดมลพิษ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เมื่อรายละเอียดของโครงการยังมีข้อสงสัยและงบประมาณยังไม่ผ่านการพิจารณา กรุงเทพมหานครก็พร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงต่อสภากรุงเทพมหานครตามขั้นตอน
ชัชชาติ ยันรถขยะ EV โปร่งใส ไม่มีทุจริต
ประเด็นที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติเน้นย้ำคือ ความโปร่งใสของโครงการ โดยระบุว่าไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างแน่นอน และมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบในทุกขั้นตอน การดำเนินงานของกรุงเทพมหานครต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบราชการ และกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเปิดโอกาสให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครตั้งคำถามหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ
คำยืนยันว่า ชัชชาติ ยันรถขยะ EV โปร่งใส ไม่มีทุจริต สะท้อนแนวทางที่ต้องการให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา โครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณสาธารณะย่อมต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งเรื่องรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวนรถ ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน การบำรุงรักษา และความเหมาะสมกับสภาพการทำงานจริงของกรุงเทพฯ
ชัชชาติ ยันรถขยะ EV โปร่งใส ไม่มีทุจริต เดินหน้าตามขั้นตอน
แม้รถขยะ EV จะมีข้อดีหลายด้าน แต่การนำมาใช้งานจริงจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบ รถขยะต้องทำงานเป็นเวลานาน วิ่งในเส้นทางที่แตกต่างกัน และรองรับขยะหลากหลายประเภท กรุงเทพมหานครจึงต้องประเมินความพร้อมของสถานีชาร์จ ระยะเวลาการชาร์จ ความทนทานของแบตเตอรี่ รวมถึงศูนย์บริการและอะไหล่ หากวางแผนไม่ดี อาจทำให้การเก็บขยะสะดุดและกระทบประชาชนได้
ในระหว่างที่โครงการยังไม่ผ่าน กรุงเทพมหานครจำเป็นต้องกลับไปใช้วิธีเดิม คือการเช่ารถขยะที่ใช้น้ำมันไปก่อน แม้แนวทางนี้อาจมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า แต่ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยให้การจัดเก็บขยะยังดำเนินต่อได้ ไม่เกิดช่องว่างในการให้บริการ และลดความเสี่ยงที่ขยะจะตกค้างตามชุมชน ตลาด หรือพื้นที่สาธารณะ
- ด้านสิ่งแวดล้อม: รถขยะ EV มีโอกาสช่วยลดการปล่อยมลพิษและเสียงรบกวนในพื้นที่เมือง
- ด้านงบประมาณ: ต้องเปรียบเทียบต้นทุนการซื้อหรือเช่า ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายระยะยาว
- ด้านการบริการ: ต้องมั่นใจว่ารถมีจำนวนเพียงพอและพร้อมใช้งานในทุกเขตของกรุงเทพฯ
- ด้านความโปร่งใส: ต้องเปิดเผยข้อมูลและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้
- ด้านประชาชน: ทุกการตัดสินใจควรมุ่งให้ประชาชนได้รับบริการเก็บขยะที่ดีและต่อเนื่อง
นายชัชชาติกล่าวว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ทราบดีว่าต้องทำงานร่วมกับสภากรุงเทพมหานคร และไม่ได้มองใครเป็นศัตรู เพราะทุกฝ่ายควรช่วยกันผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด พร้อมขออย่ากล่าวหาว่ามีการทุจริต เนื่องจากกรุงเทพมหานครดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและไม่ทำเรื่องดังกล่าว
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าโครงการรถขยะ EV ไม่ควรถูกพิจารณาเพียงมุมว่าต้องซื้อรถใหม่หรือไม่ แต่ควรมองภาพรวมตั้งแต่ประสิทธิภาพการเก็บขยะ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าของงบประมาณ ไปจนถึงความพร้อมของเจ้าหน้าที่และระบบสนับสนุน หากข้อมูลยังไม่เพียงพอ การชี้แจงต่อสภาและการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายจะช่วยให้โครงการมีความรอบคอบมากขึ้น
สำหรับประชาชน สิ่งที่ต้องการเห็นมากที่สุดคือการเก็บขยะที่ตรงเวลา รถมีสภาพพร้อมใช้งาน พื้นที่สาธารณะสะอาด และงบประมาณถูกใช้คุ้มค่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่รถขยะพลังงานไฟฟ้าจึงควรเกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลจริง ไม่เร่งรีบจนกระทบงานบริการ และไม่ล่าช้าจนพลาดโอกาสในการลดมลพิษของเมือง
โดยสรุป ชัชชาติ ยันรถขยะ EV โปร่งใส ไม่มีทุจริต พร้อมยืนยันว่ากรุงเทพมหานครจะดำเนินการตามขั้นตอนและเปิดให้ตรวจสอบ ขณะที่โครงการยังไม่ผ่านก็ต้องใช้รถขยะน้ำมันชั่วคราวเพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการ ความเห็นส่วนตัวคือ การเปลี่ยนมาใช้รถขยะ EV เป็นทิศทางที่น่าสนใจ แต่ควรเดินหน้าอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และพิสูจน์ได้ว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จริง
ที่มา – “ชัชชาติ” ยันรถขยะ EV โปร่งใส ไม่มีทุจริต ย้ำเป้าหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน




