ช่วยเด็กเกือบ 10 ชีวิต

ช่วยเด็กเกือบ 10 ชีวิต แม่ติดยา-ติดพนัน ลูกสาววัย17 ทำงานคนเดียวเลี้ยงคนทั้งบ้าน

พลเมืองดีแจ้งมูลนิธิปวีณาหงสกุลฯ ช่วยเด็กเกือบ 10 ชีวิต แม่ติดยาบ้างอมแงมและติดพนันออนไลน์ ลูกวัย 17 ทำงานคนเดียวเลี้ยงคนทั้งบ้าน

วันที่ 7 พ.ย. 2568 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัชชัย รัตนพาหุ รอง ผกก.สส.สภ.ธัญบุรี ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ นางดุสิตา นางสาวสุภชา พรหมศร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี นางสาวอารีย์รัตน์ นฤดมพงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ธัญบุรี ลงพื้นที่บ้านเพิงพักไม่มีเลขที่ ในพื้นที่จ.ปทุมธานี กรณีมีพลเมืองดีร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ

ด้าน น.ส.เอม (นามสมมติ) เด็กสาวอายุ 17 ปี กล่าวว่า มีพี่น้อง 9 คน ตนเป็นคนที่ 2 ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงน้องชาย-หญิง 7 คน อายุ 7- 15 ปี และแม่ ยาย พี่สาว คนในบ้าน รวม 10 ชีวิต น้องทุกคนไม่ได้เรียนหนังสือ น้องคนสุดท้องเป็น ด.ช.อายุ 7 ปี พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม่ติดยาเสพติดไม่ทำงาน เล่นพนันออนไลน์ปั่นสลอต ไม่เคยสนใจเลี้ยงดูลูก แถมยังให้ลูกเล็ก ๆ ไปเดินยารับยาเสพติดตบตาเจ้าหน้าที่ และยังใช้รูป น.ส.เอม ตั้งเป็นโปร์ไฟล์ในเฟซบุ๊กของตัวเองเพื่อหลอกเงินคนที่คุยด้วยในโซเชียลเพื่อไปซื้อยาเสพติด

ตนเรียนจบแค่ ป.5 เพราะต้องออกจากโรงเรียนมาเลี้ยงน้อง หางานทำเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงน้องกับคนในบ้านตั้งแต่อายุ 14 ปี ทำงานได้เงินเท่าไหร่แม่เอาเงินไปหมด ถ้าไม่ให้ก็จะถูกทุบตีทำร้าย ด่าหยาบประจานทุกวัน ตนทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาด จะใช้เวลาช่วงพักกลางวันขอหัวหน้าขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้านเพื่อมาหาข้าวให้น้องทั้ง 7 คน และเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องคนเล็กที่พิการ จนบางครั้งตัวเองไม่ได้กินข้าว ก่อนจะกลับไปเข้าทำงานตอนบ่ายโมงต่อ ซึ่งที่ทำงานอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก

“ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ไม่เคยเลี้ยงดูหนูกับน้องเลย เราอยู่กันในเพิงพัก หนูเห็นแม่เสพยาบ้ามาตั้งแต่จำความได้ เคยเห็นตำรวจมาจับพ่อเสพยาบ้า แล้วพ่อบอกว่า “จำไว้นะอย่ามาเป็นแบบพ่อ” หนูจึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เวลาแม่ใช้ให้หนูไปเอายาหนูไม่ยอมไปก็จะถูกทุบตี แต่หนูไม่ยอมทำเด็ดขาด หนูเห็นเพื่อน ๆ เขาได้ไปโรงเรียนกันก็คิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวทำงานหาเงินได้แล้วค่อยเรียน กศน. ก็ได้ หนูทำงานตั้งแต่อายุ 14 ปี ต้องเลี้ยงคนทั้งบ้าน” น.ส.เอม กล่าว

น.ส.เอม กล่าวต่อว่า ที่บ้านเคยถูกตัดไฟ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ตนหาเงินได้ก็ไปขอต่อไฟจากข้างบ้านมาใช้ ทุกวันนี้ทำงานได้เงินวันละ 300 บาท แม่ข่มขู่ต้องให้วันละ 200 บาทเพื่อเอาไปซื้อยาบ้า แม่เคยติดเงินค่ายาบ้ากับเอเย่นต์เกือบ 5,000 บาท ก็บังคับให้ตนไปจ่ายเงิน ไม่นานมานี้แม่ไล่ตนออกจากบ้านจนต้องไปอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ ทุกวันนี้ตนห่วงน้องๆ ทั้ง 7 คน อยากให้ทุกคนได้ไปเรียนหนังสือ และขอให้น้องชาย 7 ขวบที่พิการได้รับการรักษาดูแลให้มีสภาพชีวิตที่ดีกว่านี้

จากการตรวจสอบสภาพบ้านของ น.ส.เอม เป็นเพิงพักริมถนนใช้ผ้าใบและสังกะสีทำเป็นฝาผนังผุพังทรุดโทรม รก และมีกลิ่นเหม็น ทั้ง 10 ชีวิต นอนรวมกัน ห้องน้ำไม่มีประตู ใช้เพียงผ้าคลุมกั้นไว้ สภาพบ้านความเป็นอยู่ไม่มีความปลอดภัย ขณะที่เด็ก ๆ ออกไปวิ่งเล่นกันตามถนนเสี่ยงอันตรายรถชน ส่วน ด.ช. 7 ขวบ น้องคนสุดท้องที่พิการนอนอยู่บนพื้นที่มีผ้าปูรองสกปรกไม่มีใครดูแลปัสสาวะ อุจจาระอยู่บนที่นอน

นางปวีณา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พมจ. บ้านพักเด็กฯ ปทุมธานี จึงเข้าช่วยเหลือเด็กทั้ง 7 คน รับเข้าคุ้มครองสวัสดิภาพ จากการตรวจสอบภายในบ้านพบอุปกรณ์การเสพยาบ้าของแม่ที่เก็บไว้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวแม่และยายไปที่ สภ.ธัญบุรี เพื่อตรวจหาสารเสพติด พบว่าแม่ฉี่สีม่วงมีสารเสพติดในร่างกายและแม่รับสารภาพว่า เสพยาบ้าเมื่อเช้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีข้อหา เสพยาบ้า ก่อนนำตัวส่งเข้ารับการบำบัดยาเสพติดต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า กรณีนี้ตำรวจเพิ่งได้รับแจ้งเบื้องต้นตรวจพบว่ามั่วสุมยาเสพติดโดยตัวแม่ทางตำรวจจะส่งไปทำการบำบัดรักษาถ้าเขาต้องการบำบัดรักษาแต่ถ้าไม่ประสงค์บำบัดรักษาก็คงต้องดำเนินคดีและตำรวจจะทำการสืบสวนขยายแหล่งที่ซื้อยาเสพติดจับกุมผู้ค้าผู้ขายต่อไป

จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดพบแต่อุปกรณ์การเสพตัวยาบ้าไม่เจอเขาให้การรับว่าเพิ่งเสพไปเมื่อเช้าเบื้องต้นแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายก่อนและสอบปากคำลูกว่าเข้าข่ายไปทรมานหรือบังคับให้ลูกไปทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรอีกครั้ง ส่วนผู้ที่มาร่วมเสพยาเสพติดตำรวจจะขยายผลนำตัวมาดำเนินคดีและตรงไหนที่เป็นแหล่งมั่วสุมจะเข้าดำเนินการตรวจสอบจับกุมอย่างน้อยไม่หมดก็ให้ทุเลาเบาบางลงไปจุดนี้ก่อนหน้าตำรวจเรามีการลงพื้นที่ตรวจค้นและเชิญตัวแม่มาตรวจแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

นางปวีณา กล่าวว่า พลเมืองดีมาให้ข้อมูลขอความช่วยเหลือ แม่มีลูก 9 คน คนโตแยกออกไปมีครอบครัว เหลือคนที่ 2 อายุ 17 ปี หลังจบ ป.5 ไม่ได้เรียนหนังสือต่อเพราะต้องออกมาเลี้ยงน้อง ต้องเลี้ยงน้องอีก 7 คน และยาย 1 คน ไปทำงานได้เงินวันละ 300 บาท ต้องส่งให้ แม่ 200 บาท เอาไปเสพยา ถ้าไม่ให้ก็ถูกดุด่าทุบตีเหลือเงิน 100 บาท ไว้ซื้อกับข้าวให้น้อง ๆ กิน คนที่ 3 อายุ 15 ปี พาแฟนเข้ามาบ้านไม่ได้ทำงานอะไร เหลือน้อง ๆ อีก 6 คน อายุ 7-11 ปี คนสุดท้องอายุ 7 ปี พิการทางสมอง

แม่ติดยาตั้งแต่สาวถึงปัจจุบัน ติดพนันออนไลน์ ต้องหาเงินมาเล่นการพนัน เสพยา ลูกๆ ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ ไม่มีเงิน แม่ให้ลูกไปเดินยา ทำยอด ได้เงินก็มาเสพยา ชีวิตเด็กน่าสงสารมาก ตกอยู่ในอันตราย

จึงร่วมกันลงพื้นที่ทันที เพื่อให้ตร.ตรวจสอบแม่นำไปบำบัด ส่วนเด็กอีก 6 คนนั้น ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ จะส่งเข้าโรงเรียนประจำเพื่อเข้าเรียนหนังสือ โดยขั้นตอนแรก กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะเข้ามาดูแลก่อน เด็กทุกคนจะได้รับการประเมินทั้งร่างกายและจิตใจ ตำรวจจะเร่งขยายผลจับเครือข่ายยาบ้านับวันก็จะใช้เด็กเล็กๆ ลงไปเป็นเครื่องมือทำมาหากินส่งยาต่อไปเด็กก็จะต้องติดยาหมดอนาคต

ทั้งนี้ตำรวจจะต้องขยายผลจับกุมขบวนการเอเย่นต์ส่งยา เพราะทุกวันนี้ยาบ้าเข้าถึงเด็กเล็กแล้ว อนาคตประเทศชาติจะอยู่ตรงไหน “ปวีณา” ขอบคุณพลเมืองดีที่มาแจ้งให้ช่วยเหลือ และขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมบูรณาการร่วมกัน และขอประชาสัมพันธ์ว่าหากใครพบเห็นเด็กเข้าไปพัวพันยาเสพติด รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือมูลนิธิปวีณาฯ ได้ทันที ที่เบอร์โทร 1134, 062 560 1636, 081 8901355, 098 478 8991

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: