'ณัฏฐ์ชนน' จี้ ป.ป.ช. เร่งคดี ถูกกล่าวหารับเงินค่ารักษาพยาบาล 1.3 ล้านบาท

“ณัฏฐ์ชนน” จี้ ป.ป.ช. เร่งคดีรับเงินรักษา 1.3 ล้าน

“ณัฏฐ์ชนน” จี้ ป.ป.ช. เร่งคดี ถูกกล่าวหารับเงินค่ารักษาพยาบาล 1.3 ล้านบาท เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.เขต 4 สงขลา พรรคภูมิใจไทย ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เร่งรัดการพิจารณาคดีที่ตนถูกกล่าวหา โดยยืนยันว่าคดียังอยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ และอยากให้มีข้อสรุปโดยเร็วเพื่อไม่ให้กระทบต่อตำแหน่งทางการเมืองและความเชื่อมั่นจากประชาชน

“ณัฏฐ์ชนน” จี้ ป.ป.ช. เร่งคดี ถูกกล่าวหารับเงินค่ารักษาพยาบาล 1.3 ล้านบาท

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 4 พฤษภาคม 2567 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายณัฏฐ์ชนนได้ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์ที่ ป.ป.ช. ยังไม่ฟ้องคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับเงินค่ารักษาพยาบาลจำนวนกว่า 1.3 ล้านบาท จากบุคคลอื่น โดยแลกเปลี่ยนกับการจ้างผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.คนนี้ย้ำว่าปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ ซึ่ง ป.ป.ช. สามารถเรียกสอบพยานเพิ่มเติมได้ แต่ส่วนตัวอยากให้ตัดสินใจโดยด่วน เพราะคดีลากยาวส่งผลกระทบหลายด้าน

รายละเอียดคดี “ณัฏฐ์ชนน” จี้ ป.ป.ช. เร่งคดี ถูกกล่าวหารับเงินค่ารักษาพยาบาล 1.3 ล้านบาท

คดีนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ในปี 2562 ซึ่งนายณัฏฐ์ชนนถูกกล่าวหาว่ารับเงินช่วยค่ารักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือส่วนตัวจากการผ่าตัดที่เกือบเสียชีวิต แต่ถูกตีความว่าเป็นการรับผลประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยน นายณัฏฐ์ชนนชี้แจงว่าไม่ใช่การทุจริตต่อส่วนรวมหรือโกงบ้านเมือง แต่เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับสุขภาพ และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนอุทธรณ์ที่ ป.ป.ช. กำลังพิจารณาใหม่ตามที่ร้องขอ

การที่คดีค้างอยู่นาน ส่งผลให้ ส.ส.คนนี้พลาดโอกาสหลายครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ถูกระงับไปหลายปี รวมถึงโอกาสเลื่อนตำแหน่งในอนาคต นอกจากนี้ยังกระทบความเชื่อมั่นจากฐานเสียงในจังหวัดสงขลาและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคหลักในรัฐบาลก๊กกลาง

  • ผลกระทบหลักจากคดี: สูญเสียโอกาสเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลายชั้น
  • กระทบตำแหน่ง ส.ส. และบทบาทในพรรค
  • ลดความเชื่อมั่นจากประชาชนและสื่อ
  • ล่าช้าการทำงานเพื่อประเทศชาติ

นายณัฏฐ์ชนนยืนยันว่าไม่ได้พยายามดึงคดี แต่กลับอยากให้ ป.ป.ช. ดำเนินการเร็วที่สุด โดยเฉพาะเพราะเป็นคดีที่ไม่รุนแรงเท่าการทุจริตงบประมาณหรือคอร์รัปชันระดับชาติ เขาเปรียบเทียบว่าตัวเอง “ตายไปแล้วแต่ฟื้นขึ้นมา เกือบตายทางการเมือง” และขอโอกาสกลับมาทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาโครงสร้างของ ป.ป.ช. ในไทยที่คดีนักการเมืองมักล่าช้า สร้างความไม่แน่นอนให้ผู้ถูกกล่าวหาและระบบการเมืองโดยรวม หาก ป.ป.ช. เร่งรัดได้จริง จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ความโปร่งใสและรวดเร็วในการบังคับใช้กฎหมายจริยธรรม

นอกจากนี้ คดี “ณัฏฐ์ชนน” จี้ ป.ป.ช. เร่งคดี ถูกกล่าวหารับเงินค่ารักษาพยาบาล 1.3 ล้านบาท ยังเป็นตัวอย่างของกรณีที่นักการเมืองต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะในยุคที่สังคมให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลมากขึ้น ส.ส.หลายคนเคยเจอคดีคล้ายกัน เช่น เรื่องรับบริจาคหรือช่วยเหลือส่วนตัวที่ถูกตีความเป็นผิดจริยธรรม

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การเคลียร์คดีเร็วจะช่วยให้การเมืองไทยเดินหน้าต่อ ไม่ติดขัดด้วยคดีเก่าๆ ที่อาจไม่ใช่สาระสำคัญ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องรักษาพยาบาลจริง คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หากปล่อยให้ค้าง จะยิ่งสร้างความสงสัย

สุดท้ายแล้ว คดีนี้เป็นบทเรียนให้นักการเมืองต้องระมัดระวังเรื่องการรับความช่วยเหลือทุกชนิด แม้จะเป็นส่วนตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีความผิด คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ

ที่มา – “ณัฏฐ์ชนน” จี้ ป.ป.ช. เร่งคดี ถูกกล่าวหารับเงินค่ารักษาพยาบาล 1.3 ล้านบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: