ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวผู้ต้องหา 22 คนไทย กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลับจาก สปป.ลาว
เหตุการณ์ล่าสุดที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ได้เกิดการเคลื่อนไหวสำคัญ โดย ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวผู้ต้องหา 22 คนไทย กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลับจาก สปป.ลาว ภายหลังถูกทางการลาวควบคุมตัวจากกรณีฉ้อโกงทรัพย์ทางโทรศัพท์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ซึ่งถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์
เบื้องหลังการเดินทางสู่วังวนแก๊งคอลเซ็นเตอร์
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มคนไทยทั้ง 22 คนนี้ หลงเชื่อประกาศรับสมัครงานในสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้างว่ามีเงินเดือนสูงถึง 18,000 – 25,000 บาทต่อเดือน พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี ซึ่งในความเป็นจริงเมื่อไปถึงกลับไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง ทำให้หลายคนต้องตกที่นั่งลำบาก ทั้งจากการถูกกักขัง บังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั่งถูกทำร้ายร่างกาย
ในปฏิบัติการครั้งนี้ เมื่อ ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวผู้ต้องหา 22 คนไทย กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลับจาก สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้คัดกรองอย่างละเอียด พบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อที่สมัครใจไปทำงานเอง แต่ก็มีบางส่วนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยทางเจ้าหน้าที่จะมีการสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจและควรระวังเป็นพิเศษมีดังนี้:
- อย่าหลงเชื่องานออนไลน์ที่รายได้ดีเกินจริง
- การลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านช่องทางอนุญาตมีความผิดตามกฎหมาย
- ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของงานอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศ
เป็นเรื่องที่ต้องเตือนภัยกันอย่างจริงจังนะครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือวัยทำงาน หากพบเห็นการประกาศชวนไปทำงานต่างประเทศด้วยค่าตอบแทนที่สูงเกินเหตุแบบง่ายดาย ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ การที่ ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวผู้ต้องหา 22 คนไทย กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลับจาก สปป.ลาว ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการนำคนผิดมาลงโทษ แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าการรู้เท่าทันภัยออนไลน์เป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่เราสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองครับ
ที่มา – ด่าน ตม.เชียงแสน รับตัวผู้ต้องหา 22 คนไทย กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลับจาก สปป.ลาว





