ตร.เชียงใหม่ แจงปม ปกครองบุกจับบ่อน เผย ผกก.สภ.ช้างเผือก โดนเด้ง ก่อนเกษียณไม่กี่วัน

ตร.เชียงใหม่แจงปมจับบ่อน สั่งสอบ-เด้ง ผกก.ช้างเผือก

ตร.เชียงใหม่แจงปมจับบ่อน หลังฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ปราบเซียนนครพิงค์” เข้าตรวจค้นสถานที่ลักลอบเล่นการพนันขนาดใหญ่ 2 แห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ครั้งนี้นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาหลายราย พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง และทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการกำกับดูแลพื้นที่ของสถานีตำรวจที่รับผิดชอบ

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ออกมาชี้แจงว่า ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว การตรวจสอบจะครอบคลุมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ การกำกับดูแลสถานประกอบการในพื้นที่ ตลอดจนประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ตร.เชียงใหม่แจงปมจับบ่อน สั่งตรวจสอบทุกประเด็น

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นสถานที่ที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนัน 2 แห่ง แห่งแรกอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ช้างเผือก และอีกแห่งอยู่ในพื้นที่ของ สภ.เมืองเชียงใหม่

จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องได้หลายราย โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า พื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่มีผู้ถูกจับกุมรวม 10 คน ขณะที่พื้นที่ สภ.ช้างเผือกพบผู้เล่นและผู้จัดให้มีการเล่นรวม 35 คน ตัวเลขดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้ต้นสังกัดต้องเร่งตรวจสอบการทำงานและการดูแลพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คำสั่งย้าย ผกก.สภ.ช้างเผือก ก่อนเกษียณ

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งให้ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างเผือกไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ หรือ ศปก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นการชั่วคราว พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.ช้างเผือก

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้การบริหารราชการในพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเปิดทางให้คณะกรรมการสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นระบบ โดยตำรวจยืนยันว่า การดำเนินการไม่ได้เป็นการตัดสินความผิดล่วงหน้า แต่เป็นขั้นตอนทางปกครองที่ใช้เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการสอบสวนและการบริหารงานในระหว่างรอผลตรวจสอบ

แม้ผู้กำกับการ สภ.ช้างเผือกจะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนเกษียณอายุราชการ แต่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า การดำเนินการต้องเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ทุกระดับจึงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะใกล้ครบกำหนดเกษียณหรือไม่ก็ตาม

รายละเอียดผู้ถูกจับกุมจากปฏิบัติการปราบเซียนนครพิงค์

ข้อมูลที่มีการเปิดเผยระบุว่า ในพื้นที่ สภ.ช้างเผือก เจ้าหน้าที่จับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด 35 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่น 6 คน และผู้เล่น 29 คน ในกลุ่มผู้จัดให้มีการเล่นนั้นมีคนไทย 3 คน และชาวกัมพูชา 3 คน ส่วนพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่มีผู้ถูกจับกุมไม่เกิน 10 คน ความแตกต่างของจำนวนผู้ต้องหาทำให้เกิดการเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินการของทั้งสองสถานีตำรวจ

  • พื้นที่ สภ.ช้างเผือก: จับกุมผู้จัดให้มีการเล่นและผู้เล่นรวม 35 คน
  • ผู้จัดให้มีการเล่น: มีรายงานจำนวน 6 คน แบ่งเป็นคนไทยและชาวกัมพูชา
  • ผู้เล่น: มีรายงานจำนวน 29 คน
  • พื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่: จับกุมผู้เกี่ยวข้องรวม 10 คน
  • การดำเนินการ: ตำรวจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงจำนวนผู้ถูกจับกุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคำถามว่าบ่อนการพนันสามารถเปิดดำเนินการได้นานแค่ไหน มีการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมาก่อนหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างไร คำถามเหล่านี้จะต้องอาศัยพยานหลักฐาน เอกสารราชการ และผลการสอบสวนที่รอบคอบ ไม่ควรสรุปจากข้อมูลเบื้องต้นเพียงด้านเดียว

ตร.เชียงใหม่แจงปมจับบ่อน ยืนยันไม่ละเว้นหากพบความผิด

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่รายใดมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือบกพร่องต่อหน้าที่ จะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด จุดยืนดังกล่าวสะท้อนว่าการตรวจสอบจะพิจารณาทั้งความรับผิดชอบของบุคคลและระบบการกำกับดูแลในพื้นที่

การตรวจสอบที่โปร่งใสควรพิจารณาหลายด้าน ตั้งแต่การรับผิดชอบตามสายงาน การออกตรวจพื้นที่ การติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เสี่ยง รวมถึงการดำเนินการเมื่อได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน หากพบข้อบกพร่องจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงสาเหตุและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ควรได้รับความเป็นธรรมและมีโอกาสชี้แจงตามขั้นตอน

ประเด็นนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ระหว่างตรวจสอบ

นอกจากเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแล้ว ยังมีคำถามเกี่ยวกับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งที่อาจมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ และมีรายงานว่าได้พูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในวันเกิดเหตุ ตำรวจระบุว่าได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนในแต่ละท้องที่รวบรวมพยานหลักฐาน หากพบข้อมูลเชื่อมโยง ก็จะมีการทำหนังสือเรียกตัวมาสอบปากคำตามกระบวนการ

ขณะนี้มีรายงานเบื้องต้นว่า บุคคลดังกล่าวเป็นสมาชิกสภาเทศบาลของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม สถานะของบุคคลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน จึงไม่ควรด่วนสรุปว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จนกว่าพนักงานสอบสวนจะมีพยานหลักฐานเพียงพอและมีการดำเนินการตามกฎหมาย

กรณีนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนควรติดตามผลการตรวจสอบจากข้อมูลทางการ และแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วกับข้อมูลที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

มุมมองส่งท้าย: การปราบปรามบ่อนการพนันจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การตรวจสอบเจ้าหน้าที่อย่างโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด ควรแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบผ่านช่องทางทางการ พร้อมให้ข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบเดินหน้าอย่างเป็นธรรม

ที่มา – ตร.เชียงใหม่ แจงปม ปกครองบุกจับบ่อน เผย ผกก.สภ.ช้างเผือก โดนเด้ง ก่อนเกษียณไม่กี่วัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: