ในวงการการเมืองไทย การซื้อเสียงยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวลใจ โดยล่าสุดเกิดเหตุการณ์ ตร.แจ้งข้อหา “อดีตนายก อบต.-อสม.” ซื้อเสียงให้พรรคดัง เจอโพยรายชื่อ-เงินสด 7 หมื่น ขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งอย่างเข้มข้น
ตร.แจ้งข้อหา “อดีตนายก อบต.-อสม.” ซื้อเสียงให้พรรคดัง เจอโพยรายชื่อ-เงินสด 7 หมื่น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. ชุดเคลื่อนที่เร็วของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงบุกตรวจค้นบ้านของอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งในอำเภอกาญจนดิษฐ์ เขตเลือกตั้งที่ 7
ที่เกิดเหตุ พบชาย 5 ราย ซึ่งเป็นอดีตนายก อบต. และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ รวมถึงหญิง 1 รายที่เป็นสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) รวมทั้งสิ้น 6 ราย กำลังรวมตัวกัน พร้อมของกลางสำคัญคือโพยรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเงินสดจำนวน 70,000 บาท ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในเบื้องต้น จึงถูกเชิญตัวมาสอบสวนที่สถานีตำรวจขุนทะเล
รายละเอียดการแจ้งข้อหาและบทลงโทษ
จากการสอบสวนโดยนายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผู้อำนวยการกกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่งจากพรรคการเมืองชื่อดัง
พนักงานสอบสวนสภ.ขุนทะเล ได้แจ้งข้อหาตร.แจ้งข้อหา “อดีตนายก อบต.-อสม.” ซื้อเสียงให้พรรคดัง เจอโพยรายชื่อ-เงินสด 7 หมื่น โดยอ้างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (1) ซึ่งห้ามการเสนอทรัพย์สินหรือประโยชน์เพื่อจูงใจให้ลงคะแนน
- โทษจำคุก 1-10 ปี
- ปรับ 20,000-200,000 บาท
- เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
การตรวจพบโพยรายชื่อและเงินสดจำนวนมาก เป็นหลักฐานชัดเจนที่แสดงถึงการวางแผนซื้อเสียงอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจกระทบต่อความบริสุทธิ์ของการเลือกตั้งในเขตนี้
บริบทการซื้อเสียงในไทยและผลกระทบ
ปัญหาการซื้อเสียงเป็นจุดอ่อนของระบบการเมืองไทยมานาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นอย่างอดีตนายก อบต. หรือ อสม. มีบทบาทสำคัญในการชักชวนญาติสนิทมิตรสหาย คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเตือนใจผู้สมัครทุกพรรคว่าการทุจริตจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
จากข้อมูลของกกต. ในอดีต พบว่าคดีซื้อเสียงมักเกี่ยวข้องกับเงินสด โพย และเครือข่ายท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้ประชาชนสูญเสียสิทธิเลือกตั้งที่แท้จริง และนำไปสู่ ส.ส. ที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันในจังหวัดอื่นๆ เช่น ในภาคอีสานและภาคเหนือ ที่ตำรวจและกกต. ร่วมมือกันปิดคดีซื้อเสียงได้หลายราย ช่วยยกระดับคุณภาพการเลือกตั้ง
เพื่อป้องกันปัญหานี้ ประชาชนควรตื่นตัว รายงานเบาะแสให้กกต. และเลือกผู้สมัครที่มีนโยบายชัดเจน ไม่ใช่ผู้ที่ใช้วิธีสกปรก
สุดท้ายนี้ คดี ตร.แจ้งข้อหา “อดีตนายก อบต.-อสม.” ซื้อเสียงให้พรรคดัง เจอโพยรายชื่อ-เงินสด 7 หมื่น เป็นเครื่องเตือนใจว่าประชาธิปไตยไทยต้องสะอาดบริสุทธิ์ หากเราต้องการผู้นำที่แท้จริง ควรติดตามผลคดีนี้อย่างใกล้ชิด และแสดงความเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับปัญหานี้
ที่มา – ตร.แจ้งข้อหา “อดีตนายก อบต.-อสม.” ซื้อเสียงให้พรรคดัง เจอโพยรายชื่อ-เงินสด 7 หมื่น
