'รมช.ดีอี' พร้อมให้ตรวจสอบ 'TH-AI Passport' ยืนยันทุกยูสเซอร์ต้องใช้ดิจิทัลไอดีลงทะเบียน

ตรวจสอบ TH-AI Passport ยืนยันใช้ดิจิทัลไอดี

โครงการ TH-AI Passport กำลังถูกจับตามอง หลังมีข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบการดำเนินงานและความโปร่งใส โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยืนยันว่า ทุกโครงการพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบตามข้อเท็จจริง พร้อมชี้แจงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการลงทะเบียน ผู้ใช้งานจริง และข้อกล่าวหาเรื่องการเพิ่มยอดผู้สมัคร

ตรวจสอบ TH-AI Passport ยืนยันใช้ดิจิทัลไอดี

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังฝ่ายค้านยื่นหนังสือถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport รวมถึงตั้งคำถามเกี่ยวกับจำนวนผู้ลงทะเบียนและตัวเลข Active user อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอียืนยันว่าพร้อมเปิดเผยข้อมูลและให้ตรวจสอบตามกระบวนการ โดยการตรวจสอบควรอยู่บนหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ใช่การคาดเดาหรือการกล่าวหาที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุว่า ทุกโครงการของหน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบได้ หากการตรวจสอบนั้นอ้างอิงข้อเท็จจริง เอกสาร และข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประชาชน เพราะโครงการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานจำนวนมากจำเป็นต้องมีความโปร่งใส และควรสื่อสารข้อมูลให้เข้าใจง่ายตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครไปจนถึงการใช้งานจริง

TH-AI Passport ใช้ดิจิทัลไอดีอย่างไร

หนึ่งในประเด็นที่กระทรวงดีอีนำมาอธิบายคือ ขั้นตอนการลงทะเบียนโครงการต้องใช้ดิจิทัลไอดีเพื่อยืนยันตัวตน ผู้สมัครสามารถใช้ระบบ ThaiD ของกรมการปกครอง หรือแอปพลิเคชันทางรัฐของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ในการยืนยันการลงทะเบียน ระบบดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ข้อมูลซ้ำและช่วยยืนยันว่าผู้สมัครเป็นบุคคลจริง

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงจึงโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการปั๊มยอดลงทะเบียน โดยมองว่าการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานอย่างไม่ถูกต้องควรต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน เพราะแต่ละบัญชีต้องผ่านการยืนยันด้วยดิจิทัลไอดี การอธิบายข้อมูลในลักษณะนี้ทำให้เห็นว่า การตรวจสอบโครงการไม่ควรพิจารณาเฉพาะตัวเลขรวมเท่านั้น แต่ควรดูวิธีการสมัคร ระบบยืนยันตัวตน และข้อมูลการใช้งานประกอบกันด้วย

แยกยอดผู้ลงทะเบียนกับ Active user

อีกคำถามที่หลายคนสนใจคือความแตกต่างระหว่างผู้ลงทะเบียนกับ Active user โดยกระทรวงดีอีระบุว่าจะมีการแยกตัวเลขออกเป็นสองส่วน ผู้ลงทะเบียนหมายถึงผู้ที่ผ่านขั้นตอนการสมัครตามระบบ ส่วน Active user หมายถึงผู้ที่เข้ามาใช้งานหรือมีพฤติกรรมตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ตัวเลขทั้งสองประเภทจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

การแยกข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในบริการดิจิทัล เพราะคนที่สมัครบัญชีอาจไม่ได้เข้าใช้งานต่อเนื่อง ขณะที่ Active user มักใช้วัดการมีส่วนร่วมและการใช้งานจริง ดังนั้น หากต้องการประเมินความสำเร็จของ TH-AI Passport ควรดูทั้งจำนวนผู้สมัคร อัตราการยืนยันตัวตน จำนวนผู้ใช้งานต่อเนื่อง และกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในระบบ ไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงชุดเดียวมาตัดสินผลลัพธ์ทั้งหมด

  • ผู้ลงทะเบียน: บุคคลที่สมัครเข้าร่วมโครงการและผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตน
  • Active user: ผู้ที่เข้าใช้งานหรือทำกิจกรรมตามเงื่อนไขของโครงการ
  • ดิจิทัลไอดี: ระบบที่ช่วยยืนยันตัวตนของผู้สมัครผ่านช่องทางที่กำหนด
  • ข้อมูลโครงการ: ควรมีการอัปเดตผ่านเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ

ประเด็นข้อตกลงคุณธรรมและการตรวจสอบ

นอกจากเรื่องยอดลงทะเบียนแล้ว ยังมีการตั้งคำถามว่าเหตุใดโครงการ TH-AI Passport จึงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการข้อตกลงคุณธรรม โดยกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ตามขั้นตอน หากโครงการใช้งบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาท หน่วยงานจะต้องส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาคัดเลือกก่อนว่าโครงการใดเข้าข่ายต้องทำข้อตกลงคุณธรรม

สำหรับโครงการนี้ กรมบัญชีกลางได้ส่งหนังสือแจ้งกลับมายังหน่วยงานตั้งแต่เดือนธันวาคมของปีก่อนว่า ไม่ได้เข้าเกณฑ์รับการคัดเลือกให้ทำข้อตกลงคุณธรรม ทั้งนี้ มีการระบุว่าสามารถเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชนได้ อย่างไรก็ตาม การสื่อสารเรื่องหลักเกณฑ์และเหตุผลควรทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น เพราะเมื่อโครงการมีขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ ประชาชนย่อมต้องการทราบว่าการตัดสินใจต่าง ๆ อ้างอิงจากกฎ ระเบียบ และขั้นตอนใด

ในมุมของผู้ใช้งาน การติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการและช่องทางโซเชียลมีเดียของโครงการเป็นวิธีที่ช่วยลดความสับสนได้ ผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศล่าสุด รายละเอียดการลงทะเบียน และคำอธิบายเกี่ยวกับตัวเลขต่าง ๆ ก่อนแชร์หรือแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะประเด็นที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสอบ TH-AI Passport จึงควรทำอย่างรอบด้าน ทั้งด้านงบประมาณ ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง ระบบยืนยันตัวตน ความปลอดภัยของข้อมูล และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐก็ควรเปิดข้อมูลในรูปแบบที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย พร้อมอธิบายคำว่า Active user และตัวชี้วัดต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้สังคมสามารถประเมินโครงการได้จากข้อเท็จจริง

โดยสรุป การใช้ดิจิทัลไอดีในการสมัครเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยืนยันตัวตน แต่ไม่ได้หมายความว่าการตรวจสอบจะสิ้นสุดลง หน่วยงานยังควรเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และผู้ใช้งานควรติดตามข่าวจากแหล่งทางการก่อนเชื่อหรือส่งต่อข้อมูล ความโปร่งใสจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเมื่อภาครัฐให้ข้อมูลครบถ้วน และประชาชนร่วมตรวจสอบด้วยเหตุผล หากคุณสนใจโครงการนี้ ควรติดตามประกาศล่าสุดและตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจหรือแสดงความคิดเห็น

ที่มา – “รมช.ดีอี” พร้อมให้ตรวจสอบ “TH-AI Passport” ยืนยันทุกยูสเซอร์ต้องใช้ดิจิทัลไอดีลงทะเบียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: