เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายอวัยวะที่น่าตกใจ ล่าสุดเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์ไม่น้อย เมื่อมีรายงานว่า ตำรวจญี่ปุ่นสอบแพทย์โอซากา ออกหนังสือส่งตัวปลูกถ่ายไตในกัมพูชา แลกรับค่าตอบแทน ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับจริยธรรมของวิชาชีพและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในระดับสากล
ตำรวจญี่ปุ่นสอบแพทย์โอซากา ออกหนังสือส่งตัวปลูกถ่ายไตในกัมพูชา แลกรับค่าตอบแทน
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อตำรวจนครบาลโตเกียวได้รับการสืบสวนจนพบความผิดปกติ ของผู้อำนวยการคลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดโอซากา ที่มีการออกหนังสือรับรองและส่งตัวผู้ป่วยไปเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตในประเทศกัมพูชา โดยมีเครือข่ายนายหน้าค้าอวัยวะเป็นตัวกลาง ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือว่ารุนแรงและขัดต่อกฎหมายการปลูกถ่ายอวัยวะของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
เบื้องลึกเบื้องหลังกรณี ตำรวจญี่ปุ่นสอบแพทย์โอซากา ออกหนังสือส่งตัวปลูกถ่ายไตในกัมพูชา แลกรับค่าตอบแทน
จากผลการสอบสวนพบว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งยอมจ่ายเงินสูงถึง 12.36 ล้านเยน หรือประมาณ 2.7 ล้านบาท เพื่อแลกกับการได้รับไตจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิตในต่างแดน โดยคลินิกในโอซากาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการตรวจเลือดและออกเอกสารภาษาอังกฤษเพื่อประสานงาน การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการทำผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยโดยตรงด้วย:
- ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถติดตามอาการต่อได้เมื่อกลับถึงญี่ปุ่น
- พบความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดนอกระบบทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
- สุขภาพของผู้ป่วยหลายรายทรุดลงหลังจากการเดินทางไปรับการผ่าตัด
นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่ามีผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นอย่างน้อย 5 รายที่เดินทางไปผ่าตัดผ่านเครือข่ายมืดนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขยายผลการสอบสวนเพื่อเอาผิดผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งนี้ ทางด้านสถานทูตจีนในกัมพูชายังได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีการเกี่ยวข้องของแพทย์ชาวจีนในกระบวนการผ่าตัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้แต่อย่างใด
บทเรียนในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นว่า การดูแลสุขภาพควรทำผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายและมาตรฐานทางการแพทย์ที่ตรวจสอบได้เท่านั้น การแสวงหาทางลัดโดยแลกกับเงินอาจนำมาซึ่งหายนะต่อชีวิตและสุขภาพในระยะยาว เราควรสนับสนุนการบริจาคอวัยวะอย่างถูกกฎหมายในประเทศแทนการพึ่งพาตลาดมืดครับ
ที่มา – ตำรวจญี่ปุ่นสอบแพทย์โอซากา ออกหนังสือส่งตัวปลูกถ่ายไตในกัมพูชา แลกรับค่าตอบแทน

