ตำรวจเปิดเผยสถิติการรับคำร้องขอปลดอายัดบัญชีธนาคารทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาเพียง 2 วัน พบว่ามีจำนวนกว่า 600 บัญชี! ทางตำรวจย้ำว่าผู้เสียหายสามารถแจ้งความได้ที่ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงสายด่วน 1599 ได้อีกด้วย โดยจะต้องยืนยันข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้อง 5 ข้อเพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประชุมเพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการเรื่องการรับแจ้งความเกี่ยวกับการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินชั่วคราว เพื่อให้มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศูนย์ PCT) เป็นผู้กำกับดูแล และกำชับให้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศรับแจ้งความจากผู้เสียหายทุกราย
สิ่งสำคัญคือ ผู้เสียหายจะต้องสามารถยืนยันข้อมูลส่วนตัว 5 ข้อให้ถูกต้อง ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขบัญชีธนาคาร และชื่อธนาคาร ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นผู้บริสุทธิ์ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์จริง แอดมินของแต่ละสถานีตำรวจจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ศูนย์ PCT เพื่อให้ศูนย์ PCT รวบรวมข้อมูลส่งต่อให้ศูนย์ AOC พิสูจน์ทราบและดำเนินการปลดล็อกบัญชีโดยเร็วที่สุด แต่หากพบว่าเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป
ผลการปฏิบัติงานในการรับคำร้องขอปลดอายัดบัญชีธนาคารของหน่วยงานต่างๆ ในช่วงวันที่ 17-18 กันยายน 2568 พบว่าสถิติการขอปลดระงับบัญชีเพิ่มสูงขึ้น โดยวันที่ 17 กันยายน มีจำนวน 285 บัญชี และวันที่ 18 กันยายน มีจำนวน 333 บัญชี ซึ่งเพิ่มขึ้น 48 บัญชี คิดเป็น 15% โดยมีการจำแนกข้อมูลดังนี้:
ผู้ยื่นคำร้องจากทุกหน่วยงานมีจำนวน 430 คน รวม 618 บัญชี ซึ่งในจำนวนนี้มีการปลดระงับไปแล้ว 17 บัญชี จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีจำนวน 109 คน รวม 128 บัญชี ส่วนบัญชีที่ยังไม่พบคดี จำนวน 322 คน รวม 473 บัญชี ได้ถูกส่งต่อเพื่อพิจารณา และมีการปลดระงับไปแล้ว 14 คน รวม 17 บัญชี
หน่วยงานที่รับคำร้องมากที่สุดคือ ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 113 คน รวม 165 บัญชี รองลงมาคือสายด่วน 1599 จำนวน 48 คน รวม 81 บัญชี และตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 45 คน รวม 48 บัญชี ตามลำดับ
ช่องทางที่รับคำร้องสูงสุดคือ สถานีตำรวจ จำนวน 327 ราย รองลงมาคือทางโทรศัพท์ จำนวน 177 ราย และสายด่วน 1599 จำนวน 81 ราย
สาเหตุหลักที่ผู้ร้องขอปลดอายัดบัญชีคือ เป็นบัญชีส่วนตัว จำนวน 359 บัญชี, เป็นบัญชีร้านค้า จำนวน 78 บัญชี, เป็นบัญชีเงินเดือน จำนวน 74 บัญชี และอื่นๆ จำนวน 90 บัญชี
นอกจากผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกระงับการทำธุรกรรมทางการเงินชั่วคราวจะสามารถแจ้งเพื่อขอปลดระงับได้ทางสายด่วนศูนย์ AOC 1441 แล้ว ยังสามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เปิดสายด่วน 1599 เพื่อช่วยเสริมการปฏิบัติงานให้กับศูนย์ AOC ในการรับแจ้งความอีกช่องทางหนึ่งด้วย
ขอปลดอายัดบัญชี
ขั้นตอนการขอปลดอายัดบัญชีที่คุณควรรู้
- ติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้าน: แจ้งความพร้อมแสดงหลักฐาน
- เตรียมเอกสารให้พร้อม: บัตรประชาชน, หลักฐานการทำธุรกรรม
- ติดต่อสายด่วน 1599 หรือ 1441: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
จากข้อมูลข้างต้น เราจะเห็นได้ว่ากระบวนการขอปลดอายัดบัญชีนั้นมีความชัดเจนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากคุณประสบปัญหาดังกล่าว อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ
ที่มา – ตำรวจรับคำร้อง ขอปลด “อายัดบัญชี” ทั่วประเทศกว่า 600 บัญชี ในระยะเวลา 2 วัน


