'ทนายตั้ม' ขึ้นศาลเผชิญหน้า 'เจ๊อ้อย' สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง

“ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดราม่าที่กำลังเป็นกระแสในวงการกฎหมายกันครับ “ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ที่ศาลอาญา ถือเป็นนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกของคดีใหญ่ที่ทุกคนจับตา ทนายตั้มหรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาพร้อมภรรยา สวมชุดนักโทษเต็มยศ มีท่าทีมั่นใจแต่ร่างกายผอมลงเห็นได้ชัด น้ำหนักหายไปหลายกิโลกรัมจากการถูกขัง

“ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง

คดีนี้มีที่มาจากความผิดฐานฉ้อโกง ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงิน โดยพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษและน.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” ในฐานะโจทก์และโจทก์ร่วม ได้ฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือเดือน ภรรยา น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ หรือดาว พี่สาวภรรยา และพวก รวม 7 คน เป็นจำเลย เช้าวันนั้นเจ๊อ้อยมาถึงศาลตอน 08.40 น. ท่าทีมั่นใจแต่ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ

ทนายตั้มขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง ท่าทีมั่นใจแม้ผอมแห้ง

ระหว่างทนายตั้มเดินเข้าห้องพิจารณา พบว่าสวมเสื้อยืดสีครีมคาดแดง กางเกงวอร์มดำ ข้อเท้ามีโซ่ตรวนล่ามตัว ยังทักทายสื่อสั้นๆ ก่อนเข้าห้อง ทนายตั้มขอสิทธิ์ซักค้านพยานโจทก์ด้วยตัวเอง โดยนายพินิจ ลักษณวิศิษฏ์ ทนายความของฝั่งจำเลย ยืนยันว่าทำได้เพราะทนายตั้มมีความรู้กฎหมายดีเยี่ยม คาดใช่เวลาทั้งวันในการสืบพยาน

ด้านเจ๊อ้อยจะเป็นพยานปากแรกในการเบิกความ อัยการสืบพยานแค่ 1 ปาก คือพนักงานเอกสาร ปปง. ไม่ใช่สายสืบ ทำให้คดีดูอ่อนข้อในสายตาบางคน

คดีแพ่งยกแล้ว คืนทรัพย์ 71 ล้านให้ทนายตั้ม

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน มาร่วมให้กำลังใจเจ๊อ้อยและสังเกตการณ์ บอกว่าคดีนี้แยก 2 ศาล ศาลแพ่งสั่งยกคำร้อง คืนทรัพย์ทั้งหมดมูลค่า 71 ล้านบาท ที่ดิน เงินฝากธนาคาร ที่ ปปง. อายัดไว้ เหตุเพราะพยานหลักฐานไม่พอรับฟังว่าทนายตั้มฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นมูลฐานฟอกเงิน

แม้คดีแพ่งยก แต่ไม่ผูกพันคดีอาญา ผลอาญาอาจเปลี่ยนผลแพ่งได้ ปานเทพมองว่าอัยการซักค้านทนายตั้มและภรรยาไม่จริงจัง ทำให้คดีอ่อน

  • ประเด็นสำคัญคดี: ฉ้อโกงเงินจากเจ๊อ้อยที่ว่าจ้างทนายตั้มช่วยคดีหมูหัน
  • ทรัพย์สินอายัดคืนแล้ว 71 ล้านบาท จากศาลแพ่ง
  • ทนายตั้มสู้ด้วยตัวเอง แสดงความมั่นใจในพยานหลักฐาน
  • เจ๊อ้อยมั่นใจ จะเบิกความปากแรก
  • คดีอาญายังดำเนินต่อ ผลจะออกอย่างไรต้องรอ

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในวงการกฎหมายไทย โดยเฉพาะกรณีทนายกับลูกความเก่าที่เคยช่วยเหลือคดีดังอย่างหมูหัน แต่กลับกลายเป็นข้อพิพาทเงินทอง ทนายตั้มที่เคยเป็นข่าวดังหลายคดี ตอนนี้ต้องมาสู้ในชุดนักโทษ ผอมลงแต่ใจยังสู้ ส่วนเจ๊อ้อยที่เคยเป็นเหยื่อคดีหมูหัน ก็ยังยืนกรานฟ้องต่อ

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การที่ทนายตั้มขอซักค้านเอง แสดงถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ใช้ความรู้กฎหมายโจมตีจุดอ่อนพยานฝ่ายโจทก์ ซึ่งอาจพลิกเกมได้ หากพยานอัยการอ่อนจริงอย่างที่ปานเทพวิเคราะห์

ติดตามต่อไปว่าคดี “ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง จะจบลงอย่างไร คุณคิดว่าฝั่งไหนจะชนะ? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวอัปเดตกฎหมายและคดีดังๆ ด้วยนะครับ!

ที่มา – “ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: