ทบ. แจง ยังไม่พบข้อมูล ทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเป็นที่สนใจของประชาชน โดยเฉพาะกรณีที่เพจ Thai Burma Railway โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับปราสาทคนาและช่องระยี จังหวัดสุรินทร์ ว่าอาจถูกกัมพูชาเข้ายึดครอง หลังพบการสร้างบันไดไม้ กองทัพบกได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ทบ. แจง ยังไม่พบข้อมูล ทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์ ชัดเจน หากพบข้อเท็จจริงจะดำเนินการทันที
ทบ. แจง ยังไม่พบข้อมูล ทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 13.45 น. ที่กองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่ากองทัพยังไม่ได้รับข้อมูลการรุกล้ำดังที่สื่อรายงาน เพียงแต่ได้ยินจากสื่อมวลชนเท่านั้น อาจต้องสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน่วยงานในพื้นที่ จังหวัดสุรินทร์ และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
โฆษกกองทัพบกย้ำว่า หากพบว่ามีการรุกล้ำจริง เช่น การสร้างบันไดไม้หรือฐานทหาร กองทัพจะต้องดำเนินการรื้อถอนทันที หากอยู่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย โดยยึดหลักการที่ชัดเจน แม้ความละเอียดอ่อนของแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน หากเป็นฝ่ายทหาร จะใช้วิธีการทางทหาร แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับประชาชน เช่น ในจังหวัดสระแก้ว จะใช้วิธีการแบบประชาชนเพื่อความเหมาะสม
การตรวจสอบคลิปวิดีโอทหารกัมพูชาลอดรั้วเข้ามาไทย
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ภาพทหารกัมพูชาลอดรั้วลวดหนามเข้ามาฝั่งไทยเมื่อคืนก่อน โฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับรายละเอียดการตรวจสอบ แต่ในหลักการ หากพบพฤติกรรมดังกล่าว จะต้องดำเนินการอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ชายแดน การลอดรั้วแบบนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องของการปฏิบัติงานชายแดน
ส่วนคำถามว่าถึงขั้นต้องใช้อาวุธหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้าของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่นั้นๆ กองทัพบกเน้นย้ำถึงการรักษาความมั่นคงชายแดนให้ดีที่สุด โดยไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ความสำคัญของปราสาทคนาและชายแดนไทย-กัมพูชา
ปราสาทคนา ตั้งอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยโบราณ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มปราสาทในภาคอีสานที่สะท้อนถึงอิทธิพลวัฒนธรรมขอม สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ชายแดนที่ไทยต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งและการตัดสินของศาลโลก สถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดการกล่าวหาว่าทหารกัมพูชารุกล้ำสร้างฐานทหารที่ปราสาทคนา จึงทำให้ประชาชนกังวล โดยเฉพาะหลังจากเพจ Thai Burma Railway โพสต์ภาพและข้อความที่ชี้ให้เห็นถึงบันไดไม้ที่ถูกสร้างขึ้น
- กองทัพบกยืนยันการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด
- หากยืนยันการรุกล้ำ จะดำเนินการรื้อถอนทันที
- การใช้อาวุธขึ้นกับสถานการณ์เฉพาะ
- เน้นการแก้ปัญหาแบบสันติวิธีเพื่อความสัมพันธ์ที่ดี
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ไทยเสริมมาตรการรักษาพรมแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนชายแดน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด
บทเรียนจากเหตุการณ์ชายแดนในอดีต
จากประวัติศาสตร์ พบว่าปัญหาชายแดนมักเกิดจากความเข้าใจผิดหรือการตีความเขตแดนที่ต่างกัน ไทยควรใช้กลไกทางการทูตควบคู่กับการเฝ้าระวังทางทหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง การที่กองทัพบกออกมา ทบ. แจง ยังไม่พบข้อมูล ทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์ แสดงถึงความโปร่งใสและความพร้อมในการรับมือ
นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่สุรินทร์หลายคนได้แสดงความกังวลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม กลุ่มนักอนุรักษ์โบราณสถานก็เตรียมยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้มีมาตรการคุ้มครองปราสาทคนาให้มากขึ้น
สถานการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาเทคโนโลยีเฝ้าระวังชายแดน เช่น การใช้โดรนหรือกล้องวงจรปิด เพื่อให้การตรวจจับการรุกล้ำรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น กองทัพบกได้ลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสงบสุขให้กับประชาชน
ในที่สุด ผู้เขียนเห็นว่า ทบ. แจง ยังไม่พบข้อมูล ทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงการทำงานเชิงรุกของหน่วยงานความมั่นคง หากคุณสนใจติดตามสถานการณ์ชายแดนเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกัน
ที่มา – ทบ. แจง ยังไม่พบข้อมูล ทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์


