ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 50% หากส่งอาวุธให้อิหร่าน เป็นข่าวร้อนที่กำลังสร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ จีน และอิหร่าน ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนจีนอย่างหนัก หลังจากมีรายงานข่าวกรองว่าปักกิ่งอาจส่งระบบขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานให้เตหะราน
ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 50% หากส่งอาวุธให้อิหร่าน
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ทรัมป์ได้กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures with Maria Bartiromo ทางช่อง Fox News ว่า “ผมได้ยินรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่จีนจะมอบขีปนาวุธประทับบ่า หรือที่เรียกกันว่าขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า” โดยอ้างถึงรายงานพิเศษของ CNN ที่ระบุว่าจีนกำลังเตรียมส่งมอบระบบ MANPADS (Man-Portable Air-Defense Systems) ให้อิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์
ทรัมป์แสดงความกังวลแต่ก็มั่นใจในสัมพันธ์ส่วนตัวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง “ผมสงสัยว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้น เพราะผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา และผมคิดว่าพวกเขาจะไม่ทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าวต่อ “พวกเขาอาจจะทำบ้างนิดหน่อยในช่วงเริ่มต้น แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะทำอีกต่อไปแล้ว”
ผลกระทบจากการขู่วางภาษี 50%
หากจีนส่งอาวุธให้อิหร่านจริง สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากจีนในอัตรา 50% ซึ่งทรัมป์เรียกว่า “ตัวเลขที่มหาศาล—เป็นจำนวนที่น่าตกใจมาก” การขู่นี้สอดคล้องกับนโยบายการค้าของทรัมป์ในสมัยก่อน ที่เคยกดดันจีนด้วยภาษีสูงเพื่อลดการขาดดุลการค้า
- 背景ความตึงเครียด: สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเผชิญปัญหานิวเคลียร์และการโจมตีทางทะเลในตะวันออกกลาง
- บทบาทจีน: จีนเป็นพันธมิตรเศรษฐกิจใหญ่ของอิหร่าน และอาจใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับสหรัฐฯ
- ผลกระทบเศรษฐกิจ: ภาษี 50% อาจทำให้ราคาสินค้าจีนในสหรัฐฯ พุ่ง ส่งผลต่อผู้บริโภคและธุรกิจทั่วโลก
รายงานจาก CNN ระบุว่าข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ จากแหล่งข่าว 3 ราย ยืนยันว่าจีนกำลังเตรียมส่งระบบป้องกันทางอากาศใหม่ๆ ให้อิหร่าน ซึ่งจะเสริมศักยภาพทางทหารของอิหร่านในภูมิภาค
ประวัติศาสตร์สงครามการค้าทรัมป์-จีน
ทรัมป์เคยใช้ภาษีเป็นอาวุธหลักในการเจรจากับจีนตั้งแต่สมัยแรก โดยในปี 2561-2562 สหรัฐฯ วางภาษีสินค้าจีนมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดข้อตกลงการค้าช่วงแรก แต่ความสัมพันธ์ยังคงตึงเครียดจากประเด็นเทคโนโลยีและสิทธิมนุษยชน การขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 50% หากส่งอาวุธให้อิหร่าน ครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนใหม่
นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และการโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ซึ่งอิหร่านถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้หนุนหลัง การที่จีนเข้าไปเกี่ยวข้องอาจทำให้สหรัฐฯ ต้องปรับยุทธศาสตร์ใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการขู่นี้ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันจีนให้ถอย จากประสบการณ์ที่ทรัมป์เคยชนะในการเจรจาการค้ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากจีนไม่ฟัง สงครามการค้าครั้งใหม่ก็อาจปะทุ
ในมุมมองของผู้เขียน การขู่วางภาษีของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงสไตล์ผู้นำที่เด็ดขาด ซึ่งอาจช่วยรักษาสมดุลอำนาจในภูมิภาคได้ แต่ก็เสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ!


