สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวสิ่งแวดล้อมทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจและสำคัญมากเกี่ยวกับการดูแลรักษาป่าไม้ของไทย เมื่อที่ปรึกษา รมว.ทส. บินตรวจ 6 พื้นที่ถูกร้องรุกป่า เพื่อรวบรวมหลักฐานก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายแบบเคร่งครัด เป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ปล่อยให้มีการบุกรุกเกิดขึ้นง่ายๆ นะครับ
ที่ปรึกษา รมว.ทส. บินตรวจ 6 พื้นที่ถูกร้องรุกป่า รวบรวมหลักฐาน ก่อนดำเนินการตาม กม.
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้นำคณะผู้ตรวจราชการ ผู้บริหารสำนักป่าไม้ และสื่อมวลชน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินสำรวจพื้นที่ตามข้อร้องเรียนที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พื้นที่เหล่านี้ถูกกล่าวหาว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ทำรีสอร์ท คาเฟ่ แทนการเกษตร
6 พื้นที่หลักที่ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด
พื้นที่ทั้งหมด 6 แห่ง ตั้งอยู่ในรอยต่ออำเภอสีชมพู-ภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ลอง来看รายชื่อกันครับ:
- ตายายแอดโฮม
- ไร่ภัทราวรินทร์
- วัดถ้ำแสงธรรม
- วัดป่าผาน้ำเที่ยง
- อาศรมมรรคง่าย
- ไร่เจ้าป่าคาเฟ่ (หรือเจ้าป่าคาเฟ่)
หลังจากบินสำรวจเสร็จ คณะที่ปรึกษาก็ลงประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังรายงานการตรวจสอบภาคพื้นดิน โดยเฉพาะที่เจ้าป่าคาเฟ่ บ้านผาสามยอด ตำบลผานกเค้า อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่พบความไม่ตรงกันระหว่างที่ดินจริงกับภาพถ่ายทางอากาศปี 2557 มีตำรวจ สภ.ภูผาม่าน และผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตรวจวัดแนวเขตด้วย
เสียงจากเจ้าของเจ้าป่าคาเฟ่ ขอความเป็นธรรม
ที่น่าสนใจคือ คณะที่ปรึกษาได้พูดคุยกับสองพี่น้องเจ้าของที่ดิน ซึ่งสืบทอดมาจากพ่อแม่ โดยนายราชวัตร โพธิ์เตมี อายุ 40 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า พื้นที่นี้เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่ย่า เดิมเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง ปัจจุบันทำคาเฟ่เล็กๆ เปิดแค่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ส่วนพื้นที่ที่ถูกชี้ว่าลุกล้ำประมาณ 2 งาน เขายอมรับไม่รู้รายละเอียดเพราะไม่มีภาพเก่า แต่พร้อมรื้อถอนและปลูกต้นสักคืนถ้าพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง เพราะครอบครัวเป็นคนปลูกต้นไม้เอง
นอกจากนี้ เขายังขอความเป็นธรรมเรื่องถูกโยงกับกรณีช้างป่าสีดอหูพับ โดยยืนยันว่าไม่เคยร้องเรียนช้างเลย พื้นที่นี้อยู่กลางหมู่บ้าน ห่างจากโซนช้าง 60 กม. และครอบครัวเป็นนักอนุรักษ์ป่า ช้างไม่เคยมาที่นี่ พล.ต.ต.นันทชาติ ก็ยืนยันให้ความเป็นธรรม ไม่โยงประเด็นช้าง เพราะช้างป่าเดินได้ทั่ว
จากคำสัมภาษณ์ของที่ปรึกษา ท่านเน้นย้ำว่าการตรวจสอบต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม การวัดพื้นที่ ไม่ใช่คำพูดลอยๆ หากพิสูจน์ได้ว่าบุกรุกจริง จะดำเนินคดีทันทีโดยไม่ละเว้น แต่ต้องพิจารณาเจตนาและให้โอกาสแก้ไขด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ใช้ผิด เช่น ทำคาเฟ่แทนเกษตร ได้เตือนแล้วให้ปรับปรุง วัดๆ ก็ตรวจโครงสร้างความปลอดภัย
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาการใช้ที่ดินในพื้นที่ป่าเขาที่กำลังเป็นประเด็นร้อน หากปล่อยไว้ ป่าจะเสียหาย สัตว์ป่าจะไร้ที่อยู่ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องให้ความยุติธรรมกับประชาชนที่อยู่อาศัยมานาน โดยเฉพาะที่ดินตกทอด รัฐต้องมีนโยบายชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทแบบนี้
สำหรับพวกเรา ชาวสิ่งแวดล้อม การดำเนินการแบบนี้คือก้าวสำคัญในการรักษาป่าไทยให้ยั่งยืน คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? มีประสบการณ์บุกรุกป่าหรือการอนุรักษ์ในพื้นที่ของคุณมั้ย แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน!
ที่มา – ที่ปรึกษา รมว.ทส. บินตรวจ 6 พื้นที่ถูกร้องรุกป่า รวบรวมหลักฐาน ก่อนดำเนินการตาม กม.



