ทูตอิสราเอล เยี่ยม 4 ครอบครัวแรงงานชาวไทย เหยื่อที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหาร เป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและอิสราเอล โดยเฉพาะในยามที่ครอบครัวไทยต้องเผชิญกับความสูญเสียอันใหญ่หลวงจากการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพราะมีแรงงานไทยจำนวนมากที่ไปทำงานในอิสราเอลเสียชีวิตอย่างโหดร้าย
ทูตอิสราเอล เยี่ยม 4 ครอบครัวแรงงานชาวไทย เหยื่อที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหาร
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ฯพณฯ อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ พร้อมคณะจากสถานเอกอัครราชทูต เดินทางไปยังจังหวัดหนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี เป็นเวลา 2 วัน เพื่อพบปะและให้กำลังใจครอบครัวของแรงงานไทย 4 คนที่ถูกสังหารในการโจมตีครั้งนั้น รองเลขาธิการวุฒิสภา นางนวนันทน์ เนติธนากุล และข้าราชการระดับสูงจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ร่วมเดินทางไปด้วย ทำให้การเยี่ยมครั้งนี้มีความหมายยิ่งขึ้น
ทุกพื้นที่ที่ไปได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการกระทรวงแรงงานประจำจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานไทยและอิสราเอลในการดูแลครอบครัวผู้สูญเสีย
รายละเอียดการเยี่ยมเยียนแต่ละครอบครัว
- จังหวัดหนองคาย: พบกับครอบครัวของนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษณ์ ซึ่งเป็นตัวประกันชาวไทยคนสุดท้ายที่กลุ่มฮามาสส่งคืนมา ครอบครัวเล่าถึงความทรงจำและความยากลำบากหลังสูญเสีย
- จังหวัดหนองบัวลำภู: เยี่ยมครอบครัวของนายสนธยา อัครศรี แรงงานที่เสียชีวิตจากการโจมตี ทูตแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
- จังหวัดอุดรธานี: พบสองครอบครัว คือครอบครัวนายไกรสร อรัญถิตย์ และครอบครัวนายธีรพงษ์ กลางสุวรรณ ซึ่งทั้งคู่เป็นเหยื่อจากเหตุการณ์เดียวกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เอกอัครราชทูตอิสราเอลได้ทำความรู้จักกับครอบครัวของเหยื่อชาวไทยอย่างใกล้ชิด ได้รับฟังเรื่องราวส่วนตัว ความทรงจำ และความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลือ ทูตฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ยังอยู่ในภาวะเศร้าโศก
เหตุการณ์โจมตีของฮามาส 7 ตุลาคม 2566 และผลกระทบต่อแรงงานไทย
เหตุการณ์โจมตีของกลุ่มก่อการร้ายฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 ถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 คน รวมถึงพลเรือนและแรงงานต่างชาติ โดยแรงงานไทยมีจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 39 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน แรงงานไทยส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจอิสราเอล
หลังเกิดเหตุ รัฐบาลอิสราเอลได้ประกาศช่วยเหลือครอบครัวเหยื่อทุกชาติ รวมถึงไทย โดยให้สิทธิประโยชน์เทียบเท่าครอบครัวชาวอิสราเอล เช่น เงินชดเชยรายเดือน การฟื้นฟูจิตใจ และการสนับสนุนด้านกฎหมาย
การติดตามผลช่วยเหลือและคำมั่นจากทูตอิสราเอล
เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้สนทนากับครอบครัวเพื่อติดตามการรับเงินช่วยเหลือให้แน่ใจว่าทุกคนได้รับอย่างสม่ำเสมอและครบถ้วนตามกฎหมาย ในระหว่างการเยี่ยม เอกอัครราชทูตกล่าวว่า “แรงงานชาวไทยมีบทบาทสำคัญมากในภาคการเกษตรของอิสราเอล เราซาบซึ้งในความทุ่มเทของพวกเขา ชาวอิสราเอลถือว่าแรงงานไทยและครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ของเรา อิสราเอลยืนเคียงข้าง ร่วมแบ่งปันความเจ็บปวด และรำลึกถึงการสูญเสียด้วยความเคารพ ผู้ที่จากไปจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป”
การกระทำครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของครอบครัวไทยเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แรงงานไทยในอิสราเอลยังคงเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพ แม้ในยามวิกฤต
ในมุมมองของผู้เขียน การเยี่ยมครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทูตที่มนุษยธรรม สะท้อนว่าความสูญเสียของแรงงานไทยไม่ถูกละเลย และรัฐบาลอิสราเอลมุ่งมั่นในการดูแล หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังพิจารณาไปทำงานต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงและสิทธิประโยชน์ให้ดี ติดตามข่าวสารจากกระทรวงแรงงานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ที่มา – ทูตอิสราเอล เยี่ยม 4 ครอบครัวแรงงานชาวไทย เหยื่อที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหาร





