“ธรรมนัส” ซัดกลับ “อนุสรณ์” อภิปรายขุดเรื่องเก่า ปูดเคยแอบขอซบพรรคกล้าธรรม
ในวันที่ 30 กันยายน 2568 เกิดเหตุการณ์ดราม่าทางการเมืองที่น่าสนใจ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงและโต้กลับการอภิปรายของ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งขุดคุ้ยเรื่องเก่าเกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรี เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้สังคมการเมืองต้องจับตามอง โดยเฉพาะการที่ “ธรรมนัส” เผยว่านายอนุสรณ์เคยแอบมาขอซบพรรคกล้าธรรมมาก่อน
“ธรรมนัส” ซัดกลับ “อนุสรณ์” อภิปรายขุดเรื่องเก่า ปูดเคยแอบขอซบพรรคกล้าธรรม
การอภิปรายครั้งนี้เริ่มต้นจากนายอนุสรณ์ที่ตั้งคำถามถึงคุณสมบัติของรัฐมนตรีบางคน โดยเฉพาะที่รัฐบาลก่อนไม่กล้าตั้ง แต่รัฐบาลปัจจุบันกลับตั้งเป็นรองนายกฯ สองคน ร.อ.ธรรมนัส ไม่ยอมนิ่งเฉย ได้ตอบโต้อย่างดุเดือด โดยระบุว่าสิ่งที่นายอนุสรณ์พูดถึงเป็นเรื่องเก่าที่ไม่มีน้ำหนัก และยังปูดว่าเคยมีครั้งหนึ่งที่นายอนุสรณ์มาหาตนเพื่อขอร่วมอุดมการณ์ในพรรคกล้าธรรม โดยตอนนั้นนายอนุสรณ์ชื่นชมนายงานของตนและบอกว่าอยู่พรรคเดิมไม่มีความสุข อยากมาร่วมด้วย
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวด้วยน้ำเสียงประชดว่า “วันนั้นกับวันนี้ต่างกันราวฟ้ากับดิน ไม่เข้าใจว่าเช้านี้ตื่นมากินยาผิดประเภทหรือไม่” และยังขู่ด้วยว่า หากนายอนุสรณ์พูดจาพาดพิงต่อไป จะเจอกันที่สถานีพะเยา เพราะคดีความกำลังดำเนินอยู่ที่นั่นกว่า 200 คดี นอกจากนี้ ยังย้ำว่าตนผ่านการตรวจสอบมาหมดแล้ว รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายครั้ง แต่ก็ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไป เรื่องจริยธรรมก็ชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยแล้วว่าไม่ผิดต้องห้าม
ประเด็นขุดเรื่องเก่าและการขู่ฟ้องกลับ
ในส่วนของวลีเก่าที่นายอนุสรณ์นำมาอ้าง ร.อ.ธรรมนัส ชี้ว่าถูกตัดทอนเพื่อให้ฟังสนุกปากเท่านั้น และขอให้หยุดเอาเรื่องเก่ามาเป็นประเด็น หากมีข้อสงสัยให้คุยกันส่วนตัวได้ แต่หากไปขยายความนอกสภา แม้มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ก็พร้อมฟ้องร้องให้ถึงที่สุด โดยเจอกันที่พะเยาแน่นอน นี่คือการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของ “ธรรมนัส” ที่ไม่ยอมให้ถูกโจมตีโดยง่าย
ขณะเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ SKYY9 โดยยืนยันว่าอำนาจรัฐมนตรีแรงงานไม่ได้ล่วงลูกการลงทุน ซึ่งเป็นหน้าที่ของบอร์ดประกันสังคม และหากใครทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทั้งหมด นายสุชาติ ยังน้อมรับทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับตน และอยากให้เรื่องนี้จบลงเสียที เพราะปัจจุบันบอร์ดลงทุนประกันสังคมไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามารับตำแหน่ง เนื่องจากกลัวถูกตรวจสอบ แม้จะได้เบี้ยประชุมเพียงไม่กี่พันบาท
การโต้กลับของนายอนุสรณ์
ฝั่งนายอนุสรณ์ ไม่ยอมแพ้ ได้ใช้สิทธิ์พูดโต้ โดยย้ำว่าการอภิปรายของตนไม่ได้กล่าวหาใคร เพียงแต่ตั้งคำถามเพื่อให้ประชาชนและสมาชิกรัฐสภาตัดสินใจเอง และขอบคุณคำชี้แจงของนายสุชาติ สำหรับประเด็นกับร.อ.ธรรมนัส นายอนุสรณ์ ชี้ว่าการสนทนาที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นเพียงการพูดคุยเรื่องนโยบายรัฐบาลเท่านั้น ไม่ใช่การขอซบพรรค และขออภัยหากทำให้เข้าใจผิด
นายอนุสรณ์ ยังยืนยันจุดยืนของตนอย่างหนักแน่นว่า “อนุสรณ์เสื้อแดงย่อมแรงฤทธิ์ ไม่เคยคิดจะโยกย้ายไปแห่งไหน อยู่ที่นี่คือพรรคดีประชาธิปไตย อยู่เพื่อไทยเพราะหัวใจคือประชาชน” ซึ่งเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน
เหตุการณ์ “ธรรมนัส” ซัดกลับ “อนุสรณ์” อภิปรายขุดเรื่องเก่า ปูดเคยแอบขอซบพรรคกล้าธรรม นี้ สะท้อนถึงความขัดแย้งในสภาที่ยังคงรุนแรง แม้จะผ่านการเลือกตั้งใหม่แล้ว แต่ประเด็นเก่าๆ ยังถูกนำมาอภิปรายเพื่อตรวจสอบอำนาจรัฐบาล นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงการเมืองที่เต็มไปด้วยการโต้เถียงและการขุดคุ้ยอดีต ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต
จากมุมมองของผู้วิเคราะห์ การอภิปรายเช่นนี้เป็นส่วนสำคัญของประชาธิปไตย์ ที่ช่วยให้เกิดความโปร่งใส แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการโจมตีส่วนตัว เพื่อให้การเมืองก้าวหน้าต่อไป หากคุณสนใจประเด็นการเมืองไทย ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจบริบทที่กว้างขึ้น
- ประเด็นหลัก: การโต้กลับของธรรมนัสต่อการอภิปราย
- จุดยืนของอนุสรณ์: ยืนยันไม่ย้ายพรรค
- ผลกระทบ: อาจนำไปสู่คดีความเพิ่มเติม
สุดท้ายนี้ เราคิดว่าการเมืองไทยควรเน้นที่การแก้ปัญหาประชาชนมากกว่าการขุดคุ้ยอดีต คุณคิดเห็นอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย
ที่มา – “ธรรมนัส” ซัดกลับ “อนุสรณ์” อภิปรายขุดเรื่องเก่า ปูดเคยแอบขอซบพรรคกล้าธรรม






