'ธรรมนัส' ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย ย้ำจุดยืนการเมือง 'เพื่อนไม่มีวันตาย'

“ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย

ในสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สงครามในตะวันออกกลางกำลังสร้างผลกระทบลูกโซ่มาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ล่าสุด “ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ รักษาการ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างมาก เกษตรกรไทย โดยเฉพาะชาวนาต้องเผชิญต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ราคาข้าวยังตกต่ำ สถานการณ์นี้ยิ่งทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากยิ่งกว่าเดิม

“ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2567 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ได้กล่าวถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันและปุ๋ยอุ้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้กำลังซ้ำเติมชาวนาไทยที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ชาวนาต้องใช้ปุ๋ยและน้ำมันในการเตรียมดิน หว่านเมล็ด และเก็บเกี่ยว หากต้นทุนสูงขึ้น รายได้ที่เหลืออยู่จริงๆ จะยิ่งหดหาย

ปกติแล้ว ชาวนาไทยเผชิญปัญหาหลายประการ ทั้งราคาข้าวในตลาดโลกที่ผันผวน ปริมาณผลผลิตล้นตลาด แต่ช่องทางกระจายสินค้าที่ยังไม่เพียงพอ สถานการณ์ “ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย นี้ยิ่งทำให้โจทย์ยากขึ้น รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการปัจจัยการผลิตและมาตรการช่วยเหลือด่วน

ผลกระทบหลักจากราคาน้ำมันและปุ๋ยที่พุ่งสูง

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อทุกขั้นตอนการผลิตข้าว ตั้งแต่การไถนา การสูบน้ำ ไปจนถึงการขนส่งผลผลิต ขณะที่ปุ๋ยเคมีซึ่งนำเข้าส่วนใหญ่จากต่างประเทศ ก็ปรับราคาตามต้นทุนพลังงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 20-30% ในบางพื้นที่

  • ต้นทุนปุ๋ยต่อไร่เพิ่มจาก 1,500 บาท เป็นเกือบ 2,500 บาท
  • น้ำมันดีเซลสำหรับรถไถและรถเกี่ยวพุ่งสูง กระทบรายจ่ายอีก 500-1,000 บาทต่อไร่
  • ราคาข้าวโพดตกต่ำ ทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวมากขึ้น แต่ตลาดรับไม่ไหว

ร้อยเอกธรรมนัส ในฐานะรักษาการ รมว.เกษตรฯ ยืนยันว่าจะประคองสถานการณ์ให้ดีที่สุด โดยมอบหมายปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามใกล้ชิด แม้งบประมาณกลางจะจำกัด แต่จะผลักดันมาตรการช่วยเหลือผ่านกระทรวงการคลัง เช่น ลดราคาน้ำมันดีเซลเกษตร หรือ补贴ปุ๋ย

จุดยืนการเมืองของพรรคกล้า: “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน เพื่อนไม่มีวันตาย”

นอกจากปัญหาเกษตร ร้อยเอกธรรมนัส ยังย้ำจุดยืนทางการเมืองของพรรคกล้า ที่ดูแลกระทรวงเกษตรฯ มา 7 ปี แม้บทบาทจะเปลี่ยน แต่จะผลักดันผ่านสภาและกรรมาธิการ กรณีงดโหวตประธานสภา เป็นมติพรรคที่ยึดหลักการ ไม่สนับสนุนบุคคลที่ไม่เหมาะสม

สำหรับการโหวตนายกฯ ยังไม่สรุป แต่ย้ำหลักการ “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน” และ “เพื่อนไม่มีวันตาย” โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นเพื่อนเก่าแก่จากนักเรียนเหล่าฯ การเมืองต้องแยกจากส่วนตัว แต่ยึดอุดมการณ์เพื่อประชาชน

สถานการณ์นี้สะท้อนว่าภาคเกษตรไทยต้องการนโยบายที่ยั่งยืน เช่น พัฒนาตลาดข้าวอินทรีย์ ส่งเสริมเกษตรแม่นยำ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี รัฐบาลใหม่ควรเร่งหาแหล่งปุ๋ยทางเลือกในประเทศ และเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อ stabilize ราคา

ในมุมมองของเรา การเมืองไทยควรโฟกัสปัญหาจริงของประชาชนอย่างชาวนา แทนที่จะติดอยู่กับเกมการจัดตั้งรัฐบาล หากปล่อยให้ต้นทุนพุ่งต่อไป อาจนำไปสู่วิกฤตอาหารและความยากจนในชนบท

คุณคิดว่ามาตรการใดที่รัฐบาลใหม่ควรทำเป็นลำดับแรกเพื่อช่วยชาวนา? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตปัญหาเกษตรไทยได้ที่นี่!

ที่มา – “ธรรมนัส” ห่วงน้ำมัน–ปุ๋ยพุ่ง ซ้ำเติมชาวนาไทย ย้ำจุดยืนการเมือง “เพื่อนไม่มีวันตาย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: