นักวิเคราะห์ชี้ ทรัมป์ดึงกำลังจากอินโด-แปซิฟิกไปรบอิหร่าน สร้างความกังวลอย่างมากในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่มองว่าการตัดสินใจนี้อาจเปิดโอกาสให้จีนขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดรอบไต้หวันกำลังเพิ่มสูงขึ้น
ทรัมป์ดึงกำลังจากอินโด-แปซิฟิกไปรบอิหร่าน
วันที่ 17 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าการเคลื่อนไหวทางทหารของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดึงทรัพยากรสำคัญจากภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกไปยังตะวันออกกลางเพื่อรับมือกับอิหร่าน สิ่งนี้รวมถึงการย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD บางส่วนจากเกาหลีใต้ไปยังตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังส่งกำลังพลกองทัพนาวิกโยธินกว่า 2,000 นายจากหน่วย 31st Marine Expeditionary Unit ที่ประจำการในญี่ปุ่นไปสนับสนุนปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าว
อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หนึ่งรายแสดงความกังวลว่า ทรัมป์ดึงกำลังจากอินโด-แปซิฟิกไปรบอิหร่าน ในช่วงเวลาที่จีนกำลังเพิ่มกิจกรรมทางทหารรอบเกาะไต้หวันอย่างเข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ขีดความสามารถในการยับยั้งศัตรูของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
- ระบบ THAAD ถูกถอนจากเกาหลีใต้ ส่งผลต่อการป้องกันขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ
- กำลังนาวิกโยธิน 2,000 นายจากญี่ปุ่นถูกโยกย้าย ลดความพร้อมรบในเอเชียตะวันออก
- เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George Washington (CVN-73) ที่ประจำการล่วงหน้าในญี่ปุ่นกำลังเข้าซ่อมบำรุง ทำให้ไม่มีเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ พร้อมปฏิบัติการเต็มรูปแบบในอินโด-แปซิฟิก
ผลกระทบจากการที่ทรัมป์ดึงกำลังจากอินโด-แปซิฟิกไปรบอิหร่าน
การตัดสินใจดังกล่าวไม่เพียงแต่กระทบต่อยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับพันธมิตรในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่มองว่าภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกคือแนวหน้าหลักในการรับมือกับภัยคุกคามจากจีนและเกาหลีเหนือ หากสงครามกับอิหร่านยืดเยื้อ สหรัฐฯ อาจเผชิญภาวะกระจายกำลังเกินขีดจำกัด ส่งผลให้ไม่สามารถรักษาสมดุลอำนาจในเอเชียตะวันออกได้ในระยะยาว
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงชี้ว่าจีนกำลังจับตาการเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มขึ้น เช่น การซ้อมรบรอบไต้หวันและการขยายฐานทัพในทะเลจีนใต้ การที่สหรัฐฯ ลดกำลังในภูมิภาคอาจเป็น ‘หน้าต่างโอกาส’ ให้จีนดำเนินนโยบายขยายอิทธิพลได้อย่างกล้าได้กล้าเสียมากขึ้น ยุทธศาสตร์ Free and Open Indo-Pacific (FOIP) ของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งรักษาความมั่นคงในภูมิภาค อาจถูกท้าทายอย่างหนัก
นอกจากนี้ การถอนกำลังยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของพันธมิตร ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ในการป้องกัน และเกาหลีใต้ที่ต้องการ THAAD เพื่อรับมือเกาหลีเหนือ ต่างกังวลว่าสหรัฐฯ จะหันเหความสนใจไปที่ตะวันออกกลางมากเกินไป สถานการณ์นี้คล้ายกับในอดีตที่สหรัฐฯ เคยเผชิญปัญหาการกระจายกำลังระหว่างตะวันออกกลางและเอเชีย
เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง สหรัฐฯ ควรพิจารณาเพิ่มการลงทุนในพันธมิตรควอแดร็ต (Quad) และ AUKUS เพื่อชดเชยช่องว่างที่เกิดขึ้น แต่หากสถานการณ์ในอิหร่านรุนแรงขึ้น การตัดสินใจของทรัมป์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางยุทธศาสตร์ในเอเชียอย่างถาวร
ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นจุดพลิกผันที่จีนรอคอยมานาน สหรัฐฯ จำเป็นต้องมีแผนสำรองที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะพัฒนาไปอย่างไร? แสดงความเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – นักวิเคราะห์ชี้ ทรัมป์ดึงกำลังจากอินโด-แปซิฟิกไปรบอิหร่าน สบโอกาสให้จีนขยายอิทธิพลในภูมิภาค


