นายกฯ ขอรับผิดชอบ หลัง พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว ยันไม่มีรั่วไหลแม้สตางค์เดียว

นายกฯ ขอรับผิดชอบ พ.ร.ก.กู้เงินประกาศใช้ ไม่รั่วไหลสตางค์เดียว

ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับ นายกฯ ขอรับผิดชอบ หลัง พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว ยันไม่มีรั่วไหลแม้สตางค์เดียว ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก โดย พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สร้างความหวังให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงขึ้น

นายกฯ ขอรับผิดชอบ หลัง พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว ยันไม่มีรั่วไหลแม้สตางค์เดียว

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉบับนี้ ซึ่งให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน นายกฯ ย้ำว่าตนเองและคณะรัฐมนตรีจะรับผิดชอบเต็มที่ โดยเฉพาะนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ที่จะกำกับดูแลการใช้งบอย่างเข้มงวด

“เงินก้อนนี้จะถูกส่งตรงไปยังประชาชน ไม่มีโครงการคั่นกลาง” นายอนุทินกล่าว โดยมุ่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ ปากท้อง และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่ผันผวน

นายกฯ ขอรับผิดชอบเต็มตัว หลัง พ.ร.ก.กู้เงินประกาศใช้

เมื่อถูกถามถึงกรณีอาจมีคดีฟ้องศาล นายกฯ ตอบอย่างหนักแน่นว่าตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้รับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ แล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อย ดังนั้น จากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีคนนี้เอง ไม่ว่าจะดีร้าย จะได้ผลหรือไม่ ก็พร้อมรับผิดชอบทั้งหมด

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือผม จากนี้ผมต้องรับผิดชอบ จะดีจะร้าย ผมรับผิดชอบ หวังว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุด และรับรองไม่มีรั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว รัฐมนตรีทุกคนจะช่วยสอดส่อง”

ประโยชน์ของ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

พ.ร.ก.กู้เงินฯ นี้มุ่งแก้ปัญหาหลักๆ ดังนี้

  • บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ทำให้ราคาน้ำมันและไฟฟ้าพุ่งสูง
  • สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า
  • ช่วยลดค่าครองชีพ โดยเงินกู้จะถูกใช้ตรงจุด ไม่ผ่านตัวกลาง
  • กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างงานและรายได้ให้ประชาชน
  • ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระยะยาว

การที่นายกฯ ยืนยันเรื่องความโปร่งใส ทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ข่าวทุจริตงบประมาณเป็นประเด็นร้อน หากดำเนินการได้ตามที่สัญญา จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีแผนการใช้งบที่ชัดเจน เช่น การอุดหนุนราคาพลังงาน การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และโครงการช่วยเหลือ SME ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานแพง ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมประชาชนนับล้านคน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีการตรวจสอบจากองค์กรอิสระ เช่น สตง. และ ป.ป.ช. เพื่อยืนยันคำมั่น ‘ไม่รั่วไหลแม้สตางค์เดียว’ นี่คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ

ในมุมมองของผู้เขียน เชื่อว่านโยบายนี้มีศักยภาพสูง หากรัฐบาลรักษาความโปร่งใสได้จริง จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือเพื่อนๆ นะครับ!

ที่มา – นายกฯ ขอรับผิดชอบ หลัง พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว ยันไม่มีรั่วไหลแม้สตางค์เดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: